
"ณวัฒน์" ตั้งเป้าช่วยผู้ป่วยโควิด ไม่ต่ำกว่า 50 คนต่อวัน
จัดแถลงข่าวด่วนสำหรับ "ณวัฒน์ อิสรไกรศีล" ประธานผู้ก่อตั้งมิสแกรนด์ ไทยแลนด์ และมิสแกรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล เกี่ยวกับโครงการ "เป็นโควิดต้องมีที่รักษา" เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยติดโควิด19 ที่ไม่มีสถานที่รักษาพยาบาล และยังไม่ได้รับการดูแล
โดย นายณวัฒน์ บอกว่า ตนได้สัมผัสเรื่องราวเกี่ยวกับผู้ป่วยที่ติดโควิด19 มาในหลายกรณี และนายณวัฒน์ ได้พยายามบอกรัฐบาล และศบค. หลายๆครั้ง ถึงสถานการณ์ที่ไม่นิ่ง แต่การพูด การอธิบาย และเรียกร้อง ไม่เกิดประโยชน์อันใด กระทั่งนายณวัฒน์ มาเห็นภาพอาม่าติดโควิดไม่ได้รับการรักษาป่วยเสียชีวิตอยู่ที่บ้าน จึงเกิดเป็นภาพขึ้นมาในหัวว่า จะรอพึ่งกระทรวงสาธารณสุขอย่างเดียวไม่ได้ ต้องพึ่งตัวเองด้วย แม้อาจจะช่วยอะไรไม่ได้มาก แต่ยังได้ลงมือทำ
จึงเป็นที่มาของ โครงการ “เป็นโควิดต้องมีที่รักษา” ฟรี! ไม่ต้องห่วงเรื่องค่าใช้จ่าย เพราะทางโครงการได้ประสานงานกับ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เป็นที่เรียบร้อย
สำหรับ คุณสมบัติของผู้ร่วมโครงการ มีดังนี้
1.ต้องผ่านการตรวจแล้ว และมีผลตรวจจากโรงพยาบาลว่าเป็นโควิด19 มีเอกสารตรวจเจอแล้ว
2.ยังไม่มีใครยอมมารับไปรักษา โดยยังคงอยู่ในที่พักอาศัย
หากมีคุณสมบัติตามนี้และต้องการความช่วยเหลือ ให้แอดไลน์ @missgrand จะมีเจ้าหน้าที่ประมาณ 10 คน โดยหนึ่งในนั้นคือทีมนางงามมิสแกรนด์ไทยแลนด์ 2020 อาทิ น้ำ-พัชรพร มิสแกรนด์ไทยแลนด์ 2020 และ ออย จุฑามาศ รองอันดับ 3 มิสแกรนด์ไทยแลนด์ ซึ่งผ่านการอบรมโดยโรงพยาบาลเกี่ยวกับวิธีสอบถามข้อมูลการคัดกรองเบื้องต้นทำการติดต่อกลับเพื่อสอบถามรายละเอียด และนำข้อมูลมาจัดเก็บเพื่อส่งต่อแก่โรงพยาบาลต่างๆต่อไป ฉะนั้นผู้ป่วยโควิด19 ที่ต้องการความช่วยเหลือ จะต้องให้ข้อมูลที่ชัดเจน ตรวจสอบได้ เพื่อทราบถึงสถานการณ์ปัจจุบัน ไม่ปกปิดข้อมูล
ซึ่งจากการดำเนินการโครงการมา 4 วัน พบว่า มีทั้งกรณีที่ผู้ป่วยทราบว่าติดโควิด19 มาแล้ว 20 วันแต่ยังไม่ได้รับการรักษา บางกรณีที่แย่ที่สุดคือ ติดโควิดคนเดียว แต่ไม่ได้รับการรักษาทันทีทำให้สุดท้ายติดโควิดกันทั้งบ้านกว่า 10 ชีวิต หลายบ้านมีเด็ก คนชรา และคนท้อง
อย่างไรก็ตาม ตลอดระยะเวลา 4 วันที่ผ่านมา โครงการ “เป็นโควิดต้องมีที่รักษา” เก็บข้อมูลของผู้ป่วยที่ติดต่อขอความช่วยเหลือแล้วทั้งหมด 80 เคส ส่งต่อเคสไปยังโรงพยาบาลและได้รับการรักษาแล้วทั้งหมด 25 เคส ซึ่งตั้งเป้าไว้ว่าต่อจากนี้ในหนึ่งวันจะต้องเก็บข้อมูลและช่วยเหลือผู้ป่วยให้ได้ไม่ต่ำกว่า 50 คนต่อวัน และขณะนี้ยังมีผู้ติดต่อเข้ามาอีก 347 เคส ที่เจ้าหน้าที่กำลังเร่งดำเนินการติดต่อกลับ ทั้งนี้ยังไม่ได้กำหนดระยะเวลาของโครงการ แต่ดูจากสถานการณ์โควิด-19
โดยนายณวัฒน์บอกอีกว่า “สำหรับผู้ป่วยที่ได้รับความช่วยเหลือจากโครงการและได้รับการส่งต่อไปยังโรงพยาบาลจะต้องอยู่รักษา 10 วัน ถ้าหายก็กลับบ้าน แต่หากอาการหนักขึ้นก็จะส่งไปรักษาต่อตามอาการ ไม่อาจกล่าวได้ว่าเป็นที่พึ่ง แต่อยากให้มองว่าเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกของผู้ป่วยโควิดที่ติดแล้วแต่ยังอยู่ที่พัก พยายามติดต่อเบอร์หลักแล้วยังติดต่อไม่ได้ หรือยังไม่ได้รับการติดต่อกลับ เพราะทุกคนก็ได้พยายามแล้ว ทั้งนี้ชีวิตของทุกคนมีค่า สิทธิมนุษยชนต้องเท่าเทียมกัน ทุกคนต้องได้รับการรักษา”



