
มองผ่านเลนส์คม - ปัญหาคาใจ... ในปริศนาแห่ง "ลูกปัด"
ข่าวมือดีฉกลูกปัดโบราณ จากพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ หรือมิวเซียมสยามวันก่อน ยังไม่คืบหน้า
แต่สิ่งที่มากไปกว่าข่าวดูเหมือนจะเดินหน้าไปไกลโขแล้ว
คนเมืองอย่างเรา อาจจะยังไม่รู้ว่า กระแสการซื้อขายลูกปัดโบราณเวลานี้ได้ถีบราคาสูงขึ้นจากเดิมหลายเท่า
จากลูกปัดไร้ราคา ตอนนี้กลายเป็นของสะสมล้ำค่าแล้ว
ทั้งที่มูลค่าของ "ลูกปัด" ไม่ได้อยู่ที่ "ราคา" ทว่าอยู่ที่ "ความเป็นมา" มากกว่า
เพราะความเก่าของเครื่องประดับ มันคือ "ประวัติศาสตร์" !!
เรารู้ว่าบ้านเรามีการค้ากับคนโรมันตั้งแต่เมื่อไหร่ เกิดชุมชนการค้าขนาดใหญ่ จนถึงขนาดว่าคนที่อาศัยบริเวณ อ.คลองท่อม จ.กระบี่ เริ่มผลิตเครื่องประดับเอง เพราะพบหลักฐานเครื่องหล่อ และเครื่องไม้เครื่องมือที่นั่น
โดยเฉพาะพิพิธภัณฑ์ที่วัดคลองท่อม ที่มีเนินตั้งชื่อให้เลยว่า "ควนลูกปัด" ก็พบเครื่องประดับซึ่งทำจากหิน และดินเผารูปสัตว์ต่างๆ ซึ่งนับเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่เก่าแก่ของมนุษย์สมัยเมื่อ 5,000 ปีเศษ
ว่าถึง "ลูกปัดสุริยะเทพ" ที่ถูกขโมยไป เป็นงานชิ้นเล็กๆ มีเส้นผ่านศูนย์กลางเพียง 1 เซ็นติเมตร แต่หลักฐานทางประวัติศาสตร์น่าจะมีอายุกว่า 2,000 ปี
ขอพูดถึงความงามสักนิด เพราะถึงแม้จะเล็ก แต่ก็เล็กพริกขี้หนู ลูกปัดที่ว่ามีความงามที่น่าตื่นตะลึงมาก เม็ดเล็กนิดเดียวแต่มีวงหน้าสมบูรณ์มาก ดูออกว่าเป็นหน้าพระอาทิตย์ สืบค้นจึงรู้ว่าเมื่อก่อนมีศาสนาที่มั่นคง ไม่ว่าคริสต์ อิสลาม พุทธ การบูชาเทพของแต่ละศาสนา ถือเป็นอายธรรม ที่มองข้ามไม่ได้ ชิ้นนี้จึงถือเป็นสมบัติของมนุษยชาติ ที่ศึกษาได้จากเครื่องประดับชิ้นเล็กๆ นี้
เจ้าของลูกปัดชุดนี้ คือ นพ.บัญชา พงษ์พานิช ที่บอกว่าได้มาอย่างบังเอิญจากชาวบ้าน ครั้งที่ไปช่วยฟื้นฟูหลังเหตุการณ์สึนามิที่กระบี่
ราคาค่างวดไม่ได้แพงอะไร และที่ซื้อเก็บไว้เพราะคิดว่ามีองค์ความรู้มหาศาลในแต่ละเม็ดลูกปัดมากกว่าสิ่งใด
คุณหมอยังบอกว่าเก็บสะสมเพื่อว่าวันหนึ่งอยากจะทำพิพิธภัณฑ์ หรือมูลนิธิเก็บรวบรวมของพวกนี้ไว้ให้คนได้ศึกษา ตอนหลังชาวบ้านก็เอามาขายให้เรื่อยๆ เพราะคิดว่าขายกับคุณหมอดีกว่าไปขายกับพ่อค้า ที่แค่คนกลางซื้อมาขายไปเท่านั้น
ก่อนเกิดเหตุโจรกรรมลูกปัดสุริยะเทพกลางกรุง มีบางสื่อได้ตีข่าวไว้ก่อนล่วงหน้าแล้ว 1 สัปดาห์
เหมือนเป็นการปลุกกระแสขึ้นมา เพื่อกระทุ้งตลาดให้มีการซื้อขายอย่างคึกคัก
จะว่าไปเหตุการณ์อย่างนี้ ไม่ต่างอะไรกับการจุดกระแส "จตุคามรามเทพ" ที่เกิดขึ้นกับคนไทยมาแล้ว
ความปั่นป่วนที่เกิดขึ้น จากการผลิต และปั่นราคาทำให้คน "รวย" เร็ว และก็ "จน" กระทั่งหมดตัวมาแล้ว
ชาวบ้านที่เก็บไว้ให้ลูกหลาน อาจนำออกมาขาย ขณะที่พ่อค้าหัวใส อาจปลอมของเก่า โดย "ผลิตใหม่" แล้วบอกว่านี่คือของรุ่นปู่ย่า
บ้านเรามีผู้เชี่ยวชาญเรื่องโบราณน้อยเกินไป ยังไม่ทันกับ "กระแสนิยม" ที่วูบไหวในสังคมอยู่ตลอดเวลา
ก็ขอให้คิดซะว่า "ราคา" เป็นสิ่งสมมติ ถ้าวันนี้ใครซื้อลูกปัดราคาเป็นหมื่นเป็นแสน วันหน้าอาจเหลือแค่ 200 หรือ 20 บาทก็ได้
เรามี "จตุคามฯ" เป็นอุทธาหรณ์มาแล้ว... อย่าลืมสิ
"นันทพร ไวศยะสุวรรณ์"



