บันเทิง

ลูกทุ่งมหานครยํ้าจุดยืนเปิดเพลงตามใจคนฟัง

ลูกทุ่งมหานครยํ้าจุดยืนเปิดเพลงตามใจคนฟัง
เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์
logoline

ช่วงปีที่ผ่านมานั้นคลื่นวิทยุ "ลูกทุ่งมหานคร" เอฟเอ็ม 95 อสมท ขวัญใจของคนลูกทุ่งมีการเปลี่ยนแปลงการเปิดเพลงที่หลากหลายขึ้น อาทิ เพลงลูกกรุง เพลงสตริงยุคเก่า เพลงเพื่อชีวิต จนทำให้หลายคนสงสัยว่าคลื่นนี้เปลี่ยนแนวการเปิดเพลงไปแล้ว

  ทีมข่าว "คม ชัด ลึก" ได้มีโอกาสพูดคุยกับ วาสุ เลิศจรรยา ผู้อำนวยการฝ่ายสถานีวิทยุคลื่นลูกทุ่งมหานคร เอฟเอ็ม 95 ถึงการทำงานของคลื่นที่ถูกมองในมุมต่างๆ รวมทั้งทิศทางมุมมองของคลื่นเพลงลูกทุ่งในพ.ศ.นี้

      "ปี 2552 ที่ผ่านมาเรามีรายได้ 160 ล้านเป็นอันดับหนึ่งทุกกลุ่มเป้าหมาย ตั้งแต่อายุ 12 ปีขึ้นไป อันดับหนึ่งทั้งรายได้และความนิยมของคลื่น ในกลุ่มแท็กซี่ กลุ่มแรงงาน ปีที่ผ่านมาเรามีการสำรวจกลุ่มคนฟังอายุ 35 ปีทั่วประเทศ พบว่าพวกเขาไม่มีสื่อที่โดนใจเขา อย่างการฟังเพลงใหม่ๆ ก็ไม่ตอบสนองพวกเขาซึ่งกลุ่มนี้มีกำลังซื้อ เราจึงมีทั้งเพลงลูกทุ่ง เพลงสตริงเก่าๆ ลูกกรุงเป็นการเพิ่มความหลากหลายเพื่อกลุ่มเป้าหมายเหล่านี้ด้วยเราไม่ได้มั่วหรือเปลี่ยนจุดยืน แต่เราสำรวจแล้วพบว่าคนที่ฟังเพลงลูกทุ่งก็ชอบที่จะฟังเพลงแนวอื่นด้วย คือนอกจากเพลงลูกทุ่งแล้วก็สามารถแทรกเพลงแนวอื่นได้ บางคนอาจจะเข้าใจผิดว่าเราเปลี่ยนแนวเพลงเก่าๆ เราก็มีการทำอัลบั้มร่วมกับทางบริษัทเมโทรฯ บริษัทแม่ไม้เพลงไทย ทุกอย่างเราทำจากผลสำรวจผู้ฟังทั้งสิ้น คลื่นลูกทุ่งมหานครเป็นคลื่นลูกทุ่งที่เปิดเพลงเก่ามากสุด มีศิลปินแห่งชาติครูเพลงมาจัด เราทั้งสืบสานทั้งอนุรักษ์ เราไม่ลืมเพลงเก่า"

    ผู้อำนวยการฝ่ายสถานีวิทยุคลื่นลูกทุ่งมหานคร เอฟเอ็ม 95 ไขข้อข้องใจและเหตุผลการเปิดเพลงที่หลากหลายของคลื่นในช่วงที่ผ่านมา อีกเหตุหนึ่งที่เจ้าตัวบอกกับทีมข่าว "คม ชัด ลึก" คือ การพัฒนาของเพลงลูกทุ่งช่วงที่ผ่านมา จนทำให้คนเข้าใจว่าเพลงลูกทุ่งแท้ๆ ได้ตายไปแล้ว

 "ลูกทุ่งสมัยนี้พัฒนาได้เร็วมาก เดี๋ยวนี้เพลงลูกทุ่งแท้ๆ ไม่มีคนทำออกมาแล้วภาวะตลาดเปลี่ยนแปลงไปด้วย สื่อวิทยุมีหน้าที่สื่อสารกับคนฟังมีงานเพลงใหม่ๆ ออกมาตลอดแต่ไม่ใช่ลูกทุ่งจ๋าแล้ว หาเพลงลูกทุ่งในตลาดน้อยมาก เราเปิดเพลงที่ฮิต เพลงไหนที่ไม่ฮิตก็เปิดไม่ได้ เรานำเสนอทุกค่าย เพียงแต่ว่าแต่ละค่ายต้องมีการนำเสนออย่างอื่นด้วย เราเปิดให้แต่เขาก็ต้องโปรโมทตัวเองผ่านสื่ออื่นๆ ด้วย ทุกวันนี้ที่คนบอกว่าเพลงลูกทุ่งตายจริงๆเพลงลูกทุ่งไม่ได้ตายไปไหนมีงานใหม่ๆ ออกมาทุกวัน เขาส่งมากันเยอะแต่เพลงไม่ค่อยดังตลาดอาจต้องการเรื่องราวชีวิตที่ใกล้เคียงกับตัวเขามากขึ้น เพลงลูกทุ่งแท้อาจต้องปรับตัว"

         เมื่อถามว่าคลื่นเพลงลูกทุ่งตอนนี้แตกต่างกันหรือไม่ เจ้าตัว บอกว่า "ผมว่าคลื่นลูกทุ่งตอนนี้ไม่ต่างกันอยู่ที่วิธีการนำเสนอ วิทยุชุมชนเปิดเพลงแช่ทั้งวัน ถามว่าเราเปิดเพลงยาวได้ไหม ตอบว่าได้แต่เราอยากให้อะไรแก่คนฟัง เรื่องราวบางเรื่องในวงการลูกทุ่งเป็นประวัติศาสตร์ การเปิดเพลงอย่างเดียวขาดความอบอุ่น ใกล้ชิด การเปิดเพลงยาวๆ อาจไม่ได้ช่วยสินค้าไม่มีการดูแลลูกค้า ยุคนี้ผมว่าสินค้าที่มาลงเขาชอบอะไรที่มีการทำกิจกรรมร่วมกันเวลาเปิดเพลงด้วย อีกอย่างเขาเปิดวิทยุก็เพื่อต้องการฟังเรื่องราวอย่างอื่นด้วย ถ้าเขาต้องการฟังเพลงยาวๆ ฟังจากเอ็มพี 3 ก็ได้ ผมมองว่าต้องมีการสื่อสารที่มีมากกว่าเพลงอย่างเดียว"

          ในฐานะนั่งบริหารคลื่นวิทยุที่มีเครือข่ายทั่วประเทศ คิดว่าลูกทุ่งมหานครมีอิทธิพลหรือสามารถชี้นำวงการลูกทุ่งหรือไม่ วาสุ บอกว่า
   
       "ผมคิดว่าคลื่นลูกทุ่งมหานครไม่ถึงกับทรงอิทธิพลหรือสร้างเพลงให้ดังได้ และก็ไม่สามารถชี้นำอะไรได้ เพราะคนฟังทุกคนมีความคิดเป็นของตัวเอง คนฟังไม่เปลี่ยนเพียงแต่เขาพร้อมที่จะรับสื่อใหม่ๆ ที่เปลี่ยนคือแนวเพลงที่สะท้อนสังคมมากขึ้น เพราะวิถีชีวิตเปลี่ยน ภาพชีวิตมันเปลี่ยนไปเยอะ คนแต่งก็เขียนเพลงออกมาตามสภาพชีวิตที่เปลี่ยนไปเราคงไม่ไปปฏิวัติ เพลงเก่าเราก็เปิดอยู่เราปฏิเสธตลาดไม่ได้ ค่ายเพลงทำมาอย่างไร คนฟังชอบอะไรก็เปิดแบบนั้น ค่ายลูกทุ่งเล็กๆ ที่ทำเพลงลูกทุ่งเราก็เปิด ผมก็อยากทำเพลงช้างเผือกลูกทุ่งจ๋าๆ เหมือนกัน แต่ก็ต้องมาตีความว่าอันไหนลูกทุ่งจ๋า"

             ผู้สื่อข่าวถามอีกว่าทุกวันนี้สื่อใหม่ๆ เกิดขึ้นมากมาย คิดว่าสื่อวิทยุจะสูญเสียคนฟังไปหรือไม่ วาสุ อธิบายว่า "ผมคิดว่าอนาคตสื่อวิทยุจะถูกลดบทบาทลงเพราะมีสื่อใหม่ๆเข้ามาเด็กรุ่นใหม่ฟังวิทยุน้อยลงทุกวัน วิทยุผ่านเน็ตก็มี แต่ก็คนฟังยังน้อย เขาเปิดเน็ตเพื่อดูข้อมูลอย่างอื่นมากกว่าฟังวิทยุ ดังนั้น กิจกรรมน่าจะเป็นตัวช่วยได้ คลื่นลูกทุ่งมหานครเรามีกิจกรรมเยอะที่สุดทุกเดือนเลย ตอนนี้แฟนคลับเรามีกว่า 3 แสนคนแล้ว ผมมองว่าคลื่นเพลงลูกทุ่งต้องมีการสื่อสารกับคนฟัง กิจกรรมที่จัดเป็นการรองรับตลาดลูกค้าที่ต้องการทำกิจกรรม คลื่นเอฟเอ็มลูกทุ่ง ต้องปรับตามสังคม ตัวผมเองทุกวันนี้ก็ยังฟังคลื่นที่มีการขายยาอยู่ ผมไม่อยากให้คนดูถูกเพลงลูกทุ่ง อยากให้ทุกคนร้องได้แบบไม่ต้องอายใคร" ผู้บริหารหนุ่มกล่าวทิ้งท้าย

logoline
แท็กที่เกี่ยวข้อง