บันเทิง

มองผ่านเลนส์คม-"เร่ขายฝันฯ"

มองผ่านเลนส์คม-"เร่ขายฝันฯ"
เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์
logoline

ถ้าเจมส์ คาเมรอน ทำให้หนัง AWATAR เป็นอภิมหากาพย์ไซไฟ เล่าถึงสงครามระหว่างชาวเนวี และกองทัพของมนุษย์โลกที่รุกรานดินแดนของพวกเขา...

 บ้านเราก็มี "จิก" ประภาส ชลศรานนท์ และ "สังข์" ธีรวัฒน์ อนุวัตรอุดม หรือ สังข์ 108 มงกุฎ ที่ช่วยกันทำให้ธีมเรื่องอันใกล้เคียงกันนั้น ออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบในภาคละครเวที ด้วยรูปแบบ "จูคบ็อกซ์มิวสิคัล" ในชื่อว่า “เดอะ เลเจนด์ ออฟ เร่ขายฝัน เฉลียง เดอะ มิวสิคัล”

 ที่เอ่ยถึงเรื่องนี้  ก็เพราะ "เร่ขายฝันฯ" จะกลับมาแสดงอีกครั้ง ซึ่งจะเป็นเรื่องที่น่าเสียดายยิ่ง หากไม่ได้บอกต่อ

 เพราะไม่ง่ายที่จะผูกพล็อตให้เพลงในตำนานของวงเฉลียง กว่า 30 เพลง มาร้อยเรียงเป็นเรื่องที่สนุก เพลิดเพลินและน่าติดตามได้

 ว่าไปแล้วเป็นส่วนผสมที่ลงตัว ระหว่างวัตถุดิบจากค่าย ทรู และความครีเอทของโต๊ะกลมโทรทัศน์ ลูกหม้อของ เวิร์คพอยท์ จริงๆ 

 ละครเปิดฉาก...ด้วยอารมณ์ "ใครอยากมีฝัน ล้อมวงตรงเข้ามา..."

 ให้ "จุ้ย" ศุ บุญเลี้ยง พาเด็กหญิงตัวน้อยเดินชมพิพิธภัณฑ์ที่มีซากเครื่องบินหัวทิ่ม พร้อมกับเล่านิทานที่ไม่เคยได้ยินมาก่อน

 ...กาลครั้งหนึ่ง มี 2 มหานคร ตั้งอยู่คนละฟากขอบฟ้า

 เมืองหนึ่งคือ "ตรรกะนคร" เมืองที่ยึดมั่นในหลักการ

 อีกเมือง อยู่ท่างกลางธรรมชาติ คือเมือง "เอกเขนก" ดำเนินชีวิตตามแต่ใจของแต่ละคน... สองนครเหมือนเส้นขนาน ที่ไม่มีวันบรรจบกันได้

 จนเมื่อ "พันหนึ่ง" นายทหารหนุ่มว่าที่ผู้นำเมืองตรรกะได้รับมอบหมายให้ค้นหาเมืองที่คิดว่าจะเป็นภัยต่อเมืองของตน เขาจึงออกเดินทาง แต่ระหว่างนั้น ประสบอุบัติเหตุ เครื่องบินตกที่เมืองเอกเขนกพอดี

 หนุ่มผู้เคร่งครัดในหลักการ ค่อยๆ ซึมซับว่า นอกจาก "เหตุผล" แล้ว คนเรายังมีหัวใจกับความรู้สึก ที่จะหล่อเลี้ยงความเป็นมนุษย์ จึงเปลี่ยนความคิดมาเชื่อในเรื่อง "ความหวัง" และ "ความฝัน"

 แต่เพียงหนึ่งเดียวจะต้านการรุกรานจากเมืองที่หวังจะแสดงความเป็นมหาอำนาจได้อย่างไร

 และถึงแม้ชาวเมืองเอกเขนกจะรู้ทั้งรู้ว่าต้องถูกระเบิดทำลายล้างเผ่าพันธุ์ แต่พวกเขาไม่คิดที่จะทิ้งบ้านเกิด สรรพสัตว์ และต้นไม้ใหญ่ที่เติบโตมาพร้อมกับพวกเขาไปไหน  

 พวกเขากอดคอนั่งมองขอบฟ้า โดยไม่มีอาการต่อต้าน เพราะเขาเชื่อว่า ถ้าใจเป็นสุขอะไรก็ทำลายไม่ได้

 คุณสังข์ เป็นทั้งผู้กำกับและเขียนบท อาจทำให้เราได้กลิ่นอายแบบละครถาปัตย์จุฬาฯ แต่ขอชมบทว่า ดี ตลก ซึ้ง ประทับใจ ได้แง่คิด จนเผลอคิดไปว่า เพลงทั้งหมด แต่งเพื่อทำเป็นละครเรื่องนี้ด้วยซ้ำไป

 แต่ถ้าไม่ได้เสียงใสๆ ของน้องๆ เอเอฟ อย่าง "ต้อล" วันธงชัย "นัท" ณัฐ ศักดาทร "บอย" พิษณุ "โบว์" สาวิตรี "ลูกโป่ง" ภคมน คงไม่ใสและเคลียร์ได้ขนาดนี้ ที่ต้องชมมากๆ อีกคนคือ "น้องมิ้นท์" มิณฑิตา ที่แสดงแบบเทหน้าตักไปเลย

 นอกจากนี้ยังร่วมด้วยนักแสดงตัวเอ้ อย่าง สุประวัติ ปัทมสูต ญาณี ตราโมท ปวันรัตน์ นาคสุริยะ และเอก วิชัยจงประสิทธิ์พร ฯลฯ ที่สร้างสีสันได้อย่างกลมกลืน

 ถ้าจะยกให้เป็นละครน่าดูแห่งปี ก็คงไม่เกินจริง

 เมื่อพวกเขากลับมาอีกครั้ง จะไม่อยากพิสูจน์กันหน่อยหรือ

 (เพิ่มรอบ ในวันที่ 15-17 มกราคม ณ เอ็มเธียเตอร์ ถนนเพชรบุรี ซื้อบัตรที่   www.thaiticketmajor.com)

 นันทพร  ไวศยะสุวรรณ์

logoline
แท็กที่เกี่ยวข้อง