
ชีวิตพลิกผัน "บอย แว่นตาใส" อดีตนักแต่งเพลงให้ศิลปินดัง ตกอับตาบอดทั้งสองข้าง
วอนผู้ใจบุญช่วยเหลือ "บอย แว่นตาใส" อดีตนักแต่งเพลงดัง "เมาไม่ขับ" ตกอับตาบอดทั้งสองข้าง หลังโชคร้ายตกน้ำครำเมื่อปี 54 อาศัยอยู่กับแม่วัยชราป่วยอัมพฤกษ์
วันที่ 18 ส.ค. 2563 เมื่อเวลา 14.00 น. ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่บ้านเลขที่ 49/2 หน้าซุ้มวัดกลางคลองสี่ หมู่ 5 ตำบลลาดสวาย อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี หลังได้รับแจ้งว่ามีอดีตนักแต่งเพลงดังให้ศิลปินนักร้องหลายค่ายหลายเพลงจนโด่งดัง เช่น เพลงเมาไม่ขับ แต่งให้กับต้อยหมวกแดง , เพลงไว้เจอกันใหม่เด้อค่ะ กับเพลงข้อยอยากดัง ให้กับเจเน็ต เขียว , เพลงแฟนไม่มีมีแต่ผัว ให้กับยิ่งยง ยอดบัวงาม , เพลงน้ำตาจะไหล ให้กับวุฒิไกร บัวงาม ลูกชายยิ่งยง และเพลงแฟนหรือพ่อ ให้กับหญิงลี ศรีชุมพล เป็นต้น
แต่ชีวิตตัวเองกับต้องพลิกผันตกอับหลังเหตุการณ์น้ำท่วมเมื่อปี 2554 เนื่องจากประสบอุบัติเหตุตกลงไปในน้ำครำ ต้องทนทุกข์ทรมานอยู่ในโลกมืดเนื่องจากตาบอดสนิท อาศัยอยู่บ้านกับแม่วัยชราที่ป่วยเป็นอัมพฤกษ์ซีกซ้ายอย่างยากลำบาก
โดยอดีตนักแต่งเพลงชื่อดังอาศัยอยู่ในบ้านทาวน์เฮ้าส์ 2 ชั้น ทราบชื่อคือ นายเฉลิมสุข สุขเจริญ เดิมชื่อ เจริญสุข อายุ 46 ปี หรือฉายาในวงการ "บอย แว่นตาใส" กำลังนั่งอยู่กับแม่วัยชราชื่อนางบุญตา สุขเจริญ อายุ 68 ปี ป่วยเป็นอัมพฤกษ์ซีกซ้าย มีเพื่อนบ้านช่วยเหลือตามมีตามเกิด นำขวดเปล่าและสิ่งของที่เหลือใช้เอามาให้เพื่อนำไปขายเป็นของเก่าเป็นค่าข้าวได้กินประทังชีวิต
ด้าน นายเฉลิมสุข สุขเจริญ หรือ บอย แว่นตาใส กล่าวว่า ตนเองเคยแต่งเพลงให้นักร้องค่ายเพลงดัง อาทิ ธันวา ราศีธนู , หญิง ธิติกานต์ , พิมดา อาร์สยาม และยังแต่งเพลงให้ หญิงลี ศรีชุมพล , ยิ่งยง ยอดบัวงาม , อัมพร แหวนเพชร , สุดา ศรีลำดวน , ต้อย หมวกแดง และเจเน็ต เขียว เพลงดังหลายเพลง และเคยได้รับโล่รางวัลของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการส่งเสริมสุขภาพ หรือ สสส. จากทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตน์ราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ประธานให้ เมื่อวันที่ 8 ก.ค. 2548 ในเพลง "เมาไม่ขับ" ได้รางวัลอันดับ 1 ในครั้งนั้น ซึ่งเพลงเมาไม่ขับได้นำไปเปิดรณรงค์ในงานต่อต้านยาเสพติด ทูบีนัมเบอร์วัน
ย้อนกลับไปเมื่อปี 2554 เกิดน้ำท่วมใหญ่ สภาพน้ำเน่าเสียโชคร้ายได้ซ้ำเติม บอย แว่นตาใส เกิดอุบัติเหตุล้มลงในน้ำครำ ทำให้น้ำครำเข้าตา ซึ่งตอนนั้นได้ล้างด้วยน้ำเปล่าเพียงอย่างเดียว เนื่องจากน้ำท่วมจึงออกไปหาหมอไม่ได้ แต่ก็มีอาการเคืองนัยต์ลูกตาอยู่ตลอด จนกระทั่งน้ำแห้งจึงเดินทางไปหาแพทย์ที่ รพ.ราชวิถี จึงทราบว่ามีเชื้อแบคทีเรียขึ้นลูกตา ทำให้เป็นต้อหินเฉียบพัน ส่งผลให้ตาบอดตั้งแต่ พ.ศ.2555 เป็นต้นมา ปัจจุบันอาศัยอยู่กับแม่และหลาน 2 คน รวมถึงลูกชาย มีเบี้ยยังชีพคนพิการ 800 บาท และเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุของแม่ 600 บาท รวมเบี้ยพิการของแม่อีก 800 บาท รวม 2,200 บาท ใช้จุนเจือครอบครัว 5 ชีวิตมาอย่างขัดสน
หลังจากตาบอดก็อยู่อย่างยากลำบาก งานที่เคยทำก็ไม่ได้ทำ ต้องขายเครื่องดนตรีที่เคยมีและใช้เงินที่เก็บไว้ประทังชีวิตจนหมด ต่อมาได้โทรศัพท์ติดต่อขอยืมเงินจากเพื่อนๆศิลปิน นักดนตรีในวงการมาใช้ในช่วงแรกๆ ซึ่งก็มีการช่วยเหลือบ้าง ผ่านมาระยะหลังๆโทรไปก็ไม่มีใครกล้ารับสายแล้ว ตนเองอยากจะซื้อเครื่องดนตรีจำนวน 1 ชุด เพื่อเอามาเลี้ยงชีพ เช่น คีย์บอร์ด ไมโครโฟน ลำโพง คอมพิวเตอร์ ซาวด์การ์ด ซึ่งที่ผ่านมาตนเองได้ไปเรียนการใช้งานคอมพิวเตอร์สำหรับคนตาบอดสามารถทำงานได้เหมือนคนอื่นๆ เนื่องจากก่อนที่ผมจะตาบอดเคยเป็นซาวด์เอ็นจิเนีย หากมีทุนสักก้อนมาซื้อเครื่องดนตรี ก็จะสามารถใช้คอมพิวเตอร์และเล่นคีย์บอร์ดแต่งเพลงเหมือนคนตาดีทั่วๆไป
"หากเราทำสิ่งที่เราชอบ และชอบในสิ่งที่เราทำ สิ่งนั้นจะสำเร็จ เมื่อเรารักงานที่เราทำ เราก็จะสามารถทำได้ตลอดทั้งชีวิต"
ทั้งนี้หากผู้ใจบุญอยากช่วยเหลืออดีตนักแต่งเพลงที่พิการตาบอดสามารถช่วยเหลือได้ที่ เลขบัญชี 417-1-36743-7 ธนาคารกรุงศรี สาขาถนนลำลูกกา (คลอง2) ชื่อนายเฉลิมสุข สุขเจริญ หรือโทรที่เบอร์นายเฉลิมสุข สุขเจริญ 061-638-0968
ภาพ/ข่าว ประทีป ผ่องผุด ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.ปทุมธานี



