บันเทิง

คุยกับสาวน้อยมหัศจรรย์"น้องพู่กัน"นัดตะวัน

คุยกับสาวน้อยมหัศจรรย์"น้องพู่กัน"นัดตะวัน
เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์
logoline

รับงานภาพยนตร์ งานละครมาหลายต่อหลายเรื่อง สำหรับหนูน้อยมหัศจรรย์อย่าง “น้องพู่กัน" ด.ญ.นัดตะวัน ศักดิ์ศิริ วัย 8 ปี ดาราเด็กที่แจ้งเกิดจากภาพยนตร์ บุปผาราตรี 3.1 และ 3.2 แถมพอผันตัวมาเล่นละครเรื่อง สูตรเสน่หา และ พรุ่งนี้ก็รักเธอ

ก็ทำได้ดีไม่แพ้กัน และถึงแม้ละครจะจบกันไปแล้ว แต่ความแรงของเด็กเก่งคนนี้ ก็ยังแรงดีไม่มีแผ่ว เมื่อละครเวทีเดอะมิวสิคัล เร่ขายฝัน  กับละครเวที เรื่อง "เนื้อคู่ 11 ฉาก จากวันแรกถึงวันลา" ที่น้องพู่กันร่วมแสดงได้นำกลับมาแสดงอีกครั้ง ตามคำเรียกร้องของแฟนๆ ทาง "คม ชัด ลึก" เลยขอคว้าตัวเด็กเก่งคนนี้ มาแนะนำให้รู้จักกันให้ดีขึ้น ในวันเด็กซะเลย

ผลงานก่อนหน้านี้

@ กับภาพยนตร์สร้างชื่ออย่าง บุปผาราตรี

 ในเรื่องเล่นเป็นผีเด็กที่ชื่อว่าปลาค่ะ เป็นเด็กที่มีพ่อเลี้ยง แต่ว่าพ่อเลี้ยงไม่รัก ทำร้ายร่างกายเรา เรื่องนี้ก็เล่นยาก เพราะว่า ต้องแต่งหน้าเป็นผีด้วย ก็จะแต่งนานมากตอนแรก 4 ชั่วโมง ตอนหลังๆ มาพี่เขาก็ทำซิลิโคนไว้ให้ ก็เหลือแค่ชั่วโมงเดียว

@ งานละครกับงานภาพยนตร์ต่างกันไหม

 อธิบายไม่ค่อยถูกค่ะ แต่เข้าใจประมาณ ว่าถ้าเป็นหนังเขาจะไม่ต้องท่องบทเยอะเพราะว่า หนังสามารถไปท่องหน้ากองได้ แต่ถ้าเป็นงานละครต้องเร่งหน่อยเพราะบางทีรีบออก

@ ได้เล่นละครสูตรเสน่หาเป็นอย่างไรบ้าง

 ได้เจอพี่เคน (ธีรเดช พงษ์พัวพันธ์) พี่แอน (แอน ทองประสม) ในกองก็สนุกมาก พี่เคนใจดี พี่แอนก็ใจดี ใจดีหมดทุกคนเลย เวลาไปกองได้ถ่ายรูปกับพี่ๆ และพี่เขาก็ช่วยในเรื่องการแสดงด้วย มีอยู่ฉากหนึ่ง ที่หนูต้องทำท่าเหมือนอลิน พี่แอนเขาก็ทำให้ดูแล้วก็ช่วยบอก ว่าเหมือนหรือไม่เหมือน ส่วนพี่เคนก็น่ารัก หล่อทะลุแป้งเลย (ทำท่าอายๆ)

@ กับละครเรื่องพรุ่งนี้ก็รักเธอล่ะ

 หนูเล่นละครมาหลายเรื่องแล้ว แต่ส่วนใหญ่จะได้รับบทนางเอกตอนเด็กบ้าง นางร้ายตอนเด็กบ้าง เล่นไปแป๊บเดียวก็โตแล้ว ทำให้บางคนยังไม่ทันเห็นหนูเลย แต่เรื่อง พรุ่งนี้ก็รักเธอ ของเอ็กแซ็กท์ เป็นเรื่องที่หนูได้รับบทเต็มๆ ได้เล่นเป็น “หนูนิ่ม” เด็กที่น่าสงสาร มีเรื่องรันทดตลอด เป็นลูกสาวของพี่ปิ่น (เก็จมณี วรรธนะสิน) กับพี่เจมส์ (เรืองศักดิ์ ลอยชูศักดิ์) แต่จะติดพระเอก (พี่ป้อง ณวัฒน์) นางเอก (พี่อ้อม พิยดา)

@ ได้ร่วมงานกับคุณบอย ถกลเกียรติ วีรวรรณ เป็นอย่างไรบ้าง

 หนูเคยร่วมงานกับลุงบอยมาแล้ว จากละครเวทีเรื่อง "เนื้อคู่ 11 ฉาก จากวันแรกถึงวันลา" เมื่อเดือนมีนาคมปีที่แล้ว  ตอนนั้นหนูเล่นเป็นใบเตย ก็คุ้นกันมาบ้างแล้ว ลุงบอยไม่ดุ เวลาหนูไม่เข้าใจบทลุงบอยก็จะอธิบาย อย่างบทของหนูนิ่ม ต้องอย่างนี้นะ บางทีลุงบอยก็ให้กำลังใจ อย่างมีฉากตอนตาย หนูต้องลงในโลงจริงๆ เลย ลุงบอยบอกว่าไม่ต้องกลัวนะ เหมือนต่ออายุ

ผลงานปัจจุบัน

@ ตอนนี้มีงานอะไรบ้าง

 งานละครเรื่อง "สูตรเสน่หา" และ "พรุ่งนี้ก็รักเธอ" ปิดกล้องหมดแล้ว  ตอนนี้กำลังซ้อมละครเวทีเรื่อง "เร่ขายฝัน" เป็นละครเวทีที่เล่นกับพี่ๆ เอเอฟ ที่เขานำกลับมาเล่นใหม่ 5 รอบ จะเริ่มซ้อมเดือนนี่แหละ หนดวันซ้อมแล้ว และมีละครเนื้อคู่ 11 ฉากจะเอามาแสดงใหม่เป็นละครเวทีเหมือนกัน จะต้องเล่น 20 กว่ารอบ   จริงๆ แล้ว ไม่อยากให้งานซาเลย หนูอยากมีงานเยอะๆ จะได้มีเงินเยอะๆ เอาไปใส่กระปุกเก็บเป็นทุนการศึกษา ไว้เรียนตอนโต คิดไว้ว่าอยากเรียนสูงๆ ถึงปริญญาเอก คิดไว้ว่าถ้าตอนแก่แล้วไม่รู้จะทำอะไร ถ้ามีเงิน หนูจะไปเรียน เพราะอยากมีเพื่อน

@ แบ่งเวลาเรียนกับการทำงานอย่างไร

 ถ้าเป็นช่วงปกติไม่ใช่ปิดเทอม ก็ต้องเรียน 5 วันเหมือนเพื่อนๆ แต่บางทีก็ไม่ค่อยได้เรียน เพราะมีถ่ายละคร ก็พยายามไปเรียนให้มากที่สุดเท่าที่จะเรียนได้ กลัวเรียนไม่ทันเพื่อน ทุกวันนี้ก็มีเรียนพิเศษบ้าง ถ้าวันไหนมีเวลาไปได้ก็จะไป แต่ว่าตอนนี้ปิดเทอมอยู่ ช่วงปีใหม่ที่ผ่านมาก็ไปเคานท์ดาวน์ที่ลำปาง ไปโชว์ตัวร้องเพลง ที่ผ่านมาตอนถ่ายละคร ก็มีที่ไปช่วงวันเรียน เลยทำให้มีงานค้าง การบ้านก็เยอะอยู่ แต่หนูก็ตามงานทัน ปีที่ผ่านมาได้เกรด 4  คุณครูก็มีให้คำแนะนำบ้าง ส่วนใหญ่ถ้ามาสอบไม่ทัน ครูก็จะให้มาสอบวันเดียวกับที่เพื่อนๆ มาสอบซ่อม แต่ว่าสอบคนละห้องกัน

@ ต้องทำงานตั้งแต่อายุ 4 ขวบรู้สึกช่วงชีวิตวัยเด็กขาดอะไรบ้างไหม

 รู้สึกชีวิตเต็มร้อย ไม่ขาดอะไร ชอบวงการนี้ เพราะมันได้แสดงออก สนุกดีด้วย และได้รู้จักพี่ๆ ดารา ได้เจอพี่ๆ ดาราหล่อๆ สวยๆ ได้หอมแก้มมาริโอ (มาริโอ เมาเร่อ) ด้วย(หัวเราะ) ที่ชอบงานแสดง เพราะชีวิตหนูตอนนี้ก็มีบทเดียวแต่การแสดงมันเปลี่ยนบทได้ สามารถเป็นใครก็ได้ในบทละคร ชีวิตเดียวในที่นี่หมายถึงสไตล์เดียว มีวิญญาณเดียว แต่สำหรับการแสดงมันไม่ใช่ อย่างตอนหนูแสดงเป็นหนูนิ่ม เวลาแสดงก็จะมีวิญญาณหนูนิ่มเข้ามาสิง เหมือนองค์ลง

@ เป็นนักแสดงต้องเรียนอะไรเพิ่มไหม

 ก่อนหน้านี้เคยเรียนบัลเล่ต์ แต่ตอนนี้ไม่ได้เรียนแล้ว แต่มาเรียนร้องเพลงแล้วก็มีเรียนเต้นบ้าง แล้วก็มีเรียนเปียโน แต่ช่วงนี้ไม่ค่อยมีเวลา อย่างเวลาเรียน บางทียังต้องถ่ายละคร แต่ตอนนี้ปิดกล้องละครเริ่มว่างแล้ว

วงการบันเทิงของพู่กัน

@ เข้าวงการได้อย่างไร

 ตอนแรกไปร้องเพลงงานวันเกิดเพื่อนแม่ แล้วก็มีคนเห็น ก็พาไปแคสงาน หลังจากนั้นก็แคสงานมาเรื่อยๆ  งานชิ้นแรกที่ได้ คือโฆษณาสยามโอเชี่ยนเวิร์ล แล้วก็มีร้องเพลงโฆษณาด้วย 

@ ฟิตแบ็กเป็นอย่างไรบ้าง หลังจากได้เล่นภาพยนตร์และละคร

 มีคนรู้จักมากขึ้น บางทีก็มีคนมาทักบ้างเหมือนกันว่า คือน้องที่เล่นบุปผาราตรีใช่ไหม รู้สึกดีมาก ไม่รู้สึกกดดันชอบที่คนมาทัก อยากให้เป็นอย่างนี้ตลอดไป อยากเป็นแบบพี่แอน ทองประสม เพราะพี่แอนเขาเป็นจิ้งจอกพันหน้า (เป็นฉายาที่กองสูตรเสน่หาตั้งไว้)

@ ได้เข้าวงการ ทำให้รู้สึกตัวเองโตขึ้นหรือเปล่า

 ตอนนี้หนูสูงเป็นอันดับ 4 ของห้อง ก็เป็นเด็กปกติ ไม่ได้โตกว่าเพื่อนๆ อยู่โรงเรียนก็เหมือนเพื่อนๆ ก็เข้าเรียน เรียนหนังสือ แล้วก็มีคุยกับเพื่อนๆ ในชั้น แต่ไม่ได้คุยระหว่างเรียน ที่โรงเรียนก็จะมีร่วมกิจกรรมในโรงเรียนด้วย อย่างปีนี้ในงานกีฬาสีของโรงเรียนก็ได้เป็นดรัมเมเยอร์ ถ้าถามถึงในแง่ของความคิดที่โตขึ้น คือหนูได้ประสบการณ์มากกว่าเพื่อนๆ ได้เจอพี่ๆ ดารา ได้เจอเพื่อนๆ นักแสดงเยอะเลย  

@ รู้สึกสูญเสียการเป็นส่วนตัวบ้างไหม

 ไม่หรอกค่ะ ชีวิตส่วนตัวของหนู คือวงการบันเทิง เพราะชอบ เพราะถ้าไม่ได้อยู่ในวงการบันเทิง หนูคงไม่ได้ คือไม่ได้ประสบการณ์ ไม่ได้มีความสุขขนาดนี้ หนูคิดว่าทุกวันนี้ดีแล้ว แฮปปี้

ว่าด้วยเรื่องครอบครัว

@ สนิทกับคุณแม่มากไหม

 สนิทกันมากค่ะ เวลามีปัญหาก็จะปรึกษาคุณแม่ อย่างเวลาหนูอ่านบทไม่เข้าใจ ก็จะถามแม่ ว่าตัวละครตัวนี้เป็นแบบไหน แม่ก็จะอธิบายให้ฟัง ซึ่งหนูก็จะเข้าใจ อย่างเวลาท่องบทยาวๆ บางทีก็จำไม่ค่อยได้ แม่ก็จะช่วย ถ้าอย่างเวลาที่ถ่ายทำแล้วลืมบทขึ้นมา ทางกองก็จะสั่งคัทให้เราไปอ่านบทก่อน แล้วค่อยถ่ายใหม่

@ วันว่างทำอะไรบ้าง

 ว่างๆ ถ้าอยู่ที่บ้าน ก็จะช่วยคุณแม่ทำงานบ้านง่ายๆ อย่างล้างจาน แล้วก็มีเล่นอินเทอร์เน็ตบ้าง บางทีก็มีไปเที่ยวกันบ้าง บางทีก็ไปต่างจังหวัดด้วยกัน ไปทำบุญอย่างที่อยุธยา บางทีก็ไปเยี่ยมคุณยาย เพราะบ้านคุณยายอยู่อุตรดิษถ์ แต่นานๆ ไปทีเพราะมันไกล ก็จะไปเยี่ยมช่วงปีใหม่

@ ปีใหม่ที่ผ่านมาไปไหนมาบ้าง

 ไปจังหวัดอุตรดิษถ์ ไปเยี่ยมยายค่ะ แล้วก็พากันไปเคานท์ดาวน์ที่ลำปาง เพราะหนูต้องทำงานไปร้องเพลงที่นั่น ตอนนี้คุณยายเล่าว่า ยายดังแล้ว (หัวเราะ) ตอนนี้เวลาใครเจอคุณยายก็จะเรียกว่ายายดาราตลอดเลย กับคุณพ่อก็สนิทค่ะ คุณพ่อก็มารับไปเที่ยวบ้าง รับไปนอนด้วย เพราะอยู่กันคนละบ้านกัน เพราะคุณพ่อต้องไปทำงาน  ทุกวันนี้เวลาไปงาน ก็จะมีคุณแม่ไปด้วยตลอด มีคุณแม่เป็นผู้จัดการส่วนตัว ถ้าแม่ไม่ว่างก็จะเป็นคุณป้าไปเป็นเพื่อนบ้าง

อนาคตที่ พู่กัน ฝันไว้

@ ตั้งเป้าหมายในอนาคตไว้อย่างไรบ้าง

 หนูตั้งเป้าเอาไว้ ว่าตอนแรกก็จะเป็นดาราไปก่อน จะดังไม่ดังก็อยู่ที่คนคนจะจำได้ไหม ก็อยากให้คนดูผลงานหนูเยอะๆ แล้วต่อมาก็ตั้งเป้า ว่าจะเป็นทั้งนักร้องและนักแสดงเพราะหนูชอบวงการนี้  แล้วถ้าเป็นไปได้ ก็อยากจะเป็นผู้กำกับ ตอนอยู่ที่บ้านก็จะขอยืมโทรศัพท์แม่เอามาถ่ายวิดีโอ แล้วก็สมมติการแสดง บังคับให้คุณแม่เล่นด้วย เล่นเป็นคนร้าย สั่งให้แม่ทำโน่นทำนี่ แล้วหนูก็จะถ่ายเป็นคลิปเก็บเอาไว้ (หัวเราะ)

@ ผลงานที่ผ่านงานได้กระแสตอบรับเป็นอย่างดี แบบนี้จะกดดันกับผลงานชิ้นต่อไปหรือไม่

 ไม่ค่อยนะค่ะ แต่ก็รู้สึกนิดหนึ่ง เพราะตอนแรกๆ เราก็ยังไม่รู้ ว่าจะเล่นได้หรือเปล่ากับบทแบบนี้ แต่ว่าพอเราลองเล่นก็ไม่รู้สึกกดดัน เพราะเล่นได้แล้ว ถ้าจับทางถูก รู้ตัวตนของตัวแสดงก็จะเล่นได้ 

ชื่อ "น้องพู่กัน" นัดตะวัน ศักดิ์ศิริ
วันเกิด 16 มิถนายน 2544
ปัจจุบันอายุ 8 ปี
การศึกษา โรงเรียนโชคชัย ครูเกียว ลาดพร้าว (ชั้น ป.2)
ผลงานที่ผ่านมา ร้องเพลงโฆษณา กย.15  ละคร พรุ่งนี้ก็รักเธอ ช่อง 5 สูตรเสน่หา ช่อง 3 ภาพยนตร์ บุปผาราตรี 3.1 บุปผาราตรี 3.2 โฆษณาสยามโอเชี่ยนเวิรล์
ผลงานล่าสุด ละครเวที เร่ขายฝัน เฉลียง เดอะ มิวสิคัล (15-17 ม.ค.) ละครเวทีเนื้อคู่ 11 ฉาก

เรื่อง : เสาวลักษณ์ ปึงทมวัฒนากูล
ภาพ : ทองฉัตร ฉัตรทอง

logoline
แท็กที่เกี่ยวข้อง