
คลื่นชุมชนลูกทุ่งโวยรัฐ ถ้าไร้โฆษณาจะอยู่ได้ไง
ภายหลังการเสวนา ผ่าแผนรื้อวิทยุชุมชน ของใคร เพื่อใคร? ที่จัดโดยสมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย ได้สรุปหลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียงชุมชน โดยเตรียมเสนอ กทช.ให้โดยออกใบอนุญาตชั่วคราว 1 ปี
ให้วิทยุชุมชนที่ไม่มีโฆษณาภายในเดือนเมษายนนี้นั้น กลายเป็นเผือกร้อนขึ้นมาทันที โดยเฉพาะวงการลูกทุ่ง เพราะเป็นที่รู้กันว่า "วิทยุชุมชน " ถือเป็นสื่อหลักที่ถูกใช้ในการโปรโมทเพลงอย่างมีประสิทธิภาพ
พัฒนชัย ทองทำมา นักจัดรายการ วัย 41 ปี ที่ทำคลื่นวิทยุชุมชน ปบบ.มีโฆษณากว่า 4 คลื่น คือ หนองบัวลำภู เอฟเอ็ม 94.35 วิทยุชุมชน อ.ชุมแพ จ.ข่อนแก่น เอฟเอ็ม 108 เอฟเอ็ม 95.25 และเอฟเอ็ม 94.25 อุดรธานี ให้ความคิดเห็นถึงการที่จะมีการออกใบอนุญาตให้เฉพาะวิทยุชุมชนที่ไร้โฆษณาว่า
"มันคงเป็นไปไม่ได้ แต่ก่อนวิทยุชุมชนที่มีโฆษณาก็มาจากภาครัฐ ออกระเบียบให้ดำเนินการได้ แต่ในการจัดระเบียบครั้งนี้กลับทำแค่บางส่วน โดยไม่ให้ใบอนุญาตวิทยุชุมชน ที่มีโฆษณาด้วย เราเป็นสื่อที่ขายสินค้า อย่างผมมีสินค้าผมก็ใช้สื่อที่มีมาทำมาหากินเลี้ยงลูกน้อง ผมว่ารัฐต้องแบ่งแยกให้ชัดเจนคลื่นไหนมีรายได้จากโฆษณาก็เก็บภาษีเข้าหลวง วันนี้ที่วิทยุชุมชนเกิดขึ้นมาเพราะคลื่นหลักถูกผูกขาด จะให้พวกผมไปจ่ายค่าสัมปทานแพงๆ เหมือนเก่าเหรอ นายทุนได้ประโยนช์ บางครั้งก็ปล่อยข่าวว่าวิทยุชุมชนไปกวนการบินมันคนละความถี่กันเลย ปล่อยข่าวแบบนี้ทำไม ตอนนี้คลื่นหลักมันขายไม่ออก ไม่มีคนฟัง ถ้าเขาล้มวิทยุชุมชนได้ผลประโยนช์เขาก็จะกลับมาอีก วันนี้ทางออกคือมาจัดวิทยุชุมชนให้เป็นระบบดีกว่าอย่าเลือกปฏิบัติเดี๋ยวจะมีม็อบ 2 ฝ่ายเกิดขึ้นมาอีก"
ด้าน เจนภพ จบกระบวนวรรณ เจ้าของคลื่นเสียงศิลปิน 105.25 เมกะเฮิรตซ์ ซึ่งตั้งอยู่ในซอยจรัญ 13 ซึ่งกำลังเป็นคลื่นขวัญใจชาวบ้าน กล่าวถึงเรื่องดังกล่าวว่า
“เคยทราบมาว่า รัฐบาลจะให้มีสถานีวิทยุชุมชนจริงๆ ที่ไม่มีโฆษณา ก็อยากจะถามว่าเขาจะอยู่กันได้อย่างไร ซึ่งรัฐบาลควรมีทางออกให้ผู้ประกอบการบ้าง หลักเกณฑ์ที่ตั้งขึ้นมาตั้งแต่แรกรัฐบาลจะเป็นผู้ช่วยสนับสนุนให้ทุน แต่จากวันนั้นถึงวันนี้ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย ต่อมาอนุญาตให้มีโฆษณาได้ แต่มีกฎเกณฑ์ชั่วโมงหนึ่งให้โฆษณาได้ 6 นาที และมีกฎว่าสินค้าที่จะมาลงโฆษณาต้องเป็นเอสเอ็มอี หรือโอท็อป ซึ่งก็เป็นทางออกที่ดี แต่ในความเป็นจริง สถานีเราก็ไม่เคยหาได้เต็มเลย”
เจ้าของคลื่นเสียงศิลปิน 105.25 เมกะเฮิรตซ์ อธิบายเบื้องหน้าเบื้องหลังของวิทยุชุมชนที่มีอยู่เกลื่อนเมืองในปัจจุบันนี้ว่า
"เดี๋ยวนี้มีสถานีวิทยุชุมชนที่เข้าไปตั้งในวัดมากมาย มีสถานีของค่ายเพลง สถานีของนักการเมือง ซึ่งก็ผิดกันทั้งนั้น เราจะทำกันอย่างไรดี จะหากฎเกณฑ์อย่างไร ทางที่ดีเราน่าจะสืบสาวราวเรื่องว่า แต่ละคลื่นเป็นของใคร น่าจะดูที่เจตนามากกว่าว่า เป็นสถานีเพื่อชุมชนหรือหาเงินเข้ากระเป๋า ถ้ามีโฆษณาแต่ทำเพื่อชุมชนก็ไม่น่าผิด แต่ถ้าประกาศว่าไม่มีโฆษณาแต่เบื้องหลังทำเพื่อการเมือง มันจะดีกว่าสถานีที่มีโฆษณาแต่ทำเพื่อชุมชนตรงไหน”
ปัจจุบันพบว่าคลื่นวิทยุชุมชนที่มีรายได้จากโฆษณามีกว่า 5,000 สถานีทั่วประเทศ ขณะที่วิทยุชุมชนไม่มีโฆษณา มีประมาณ 100 สถานีเท่านั้น สำหรับสาระที่ระบุไว้ใน พ.ร.บ.การประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ. 2551 ระบุว่า วิทยุชุมชน คือวิทยุที่ประกอบกิจการแบบไม่แสวงหากำไร และไม่มีรายได้จากโฆษณา เผือกร้อนก้อนนี้จะลงเอยอย่างไร คงต้องติดตามดูอย่างใกล้ชิด เพราะนี่คือความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในสื่อวิทยุบ้านเราเลยทีเดียว



