บันเทิง

ส่องขุมกำลังแกรมมี่โกลด์สรุปปีวัวสู่ทิศทางปีเสือ

ส่องขุมกำลังแกรมมี่โกลด์สรุปปีวัวสู่ทิศทางปีเสือ
เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์
logoline

ถือเป็นค่ายเพลงที่มีส่วนแบ่งในการขายมากที่สุดในปีที่ผ่านมาสำหรับบริษัทแกรมมี่โกลด์ และปีนี้ถือว่าเป็นที่น่าจับตามากในวงการว่าจะมีการทำงานที่หวือหวาอย่างไรมาที่ปีเสือกันบ้างท่ามกลางกระแสข่าวลือในปีนี้ ว่าจะมีค่ายเพลงหลายค่ายต้องตกอยู่ในภาวะลำบาก ทีมข่าว "ค

"ถ้าดูตามกระแสโลกเครื่องมือในการฟังเพลง ทำให้เป็นจุดเปลี่ยนแต่อาจจะไม่ทั้งหมดเพราะคนที่ต้องการฟังแผ่นยังมีอยู่ ถ้าเป็นเด็กรุ่นใหม่อายุ 23 ขึ้นไปเครื่องในการฟังเพลงจะเป็นการโหลดมากขึ้น ถ้าอายุ 30 ขึ้นก็มีการดาวน์โหลดที่น้อยลงมานิดหนึ่ง เราต้องมาดูว่านักร้องเราอยู่ในกลุ่มไหนกลุ่มโหลดหรือกลุ่มแผ่น แต่คนที่โหลดก็ยังมีที่อยากได้แผ่นไปเก็บสะสม ที่เราถามคือชอบเพลงไหนกับไม่ชอบเพลงไหน รักนักร้องกับไม่รักนักร้อง สมมติว่าชอบเพลงแต่ไม่รักนักร้องโอกาสปลอมจะสูง แต่มันก็มีรายได้อีกตัวที่มาทดแทนคือ "ริงแบ็คโทน" ยังอยู่ ถ้าไม่ชอบทั้งเพลงกับนักร้องพวกนี้ก็จะไม่โหลดไม่ซื้อของผี แต่ถ้าชอบเพลงกับรักนักร้องอันนี้ซื้อทุกอย่าง เราก็ต้องปรับกลยุทธ์ทั้งหมด ออกให้สมํ่าเสมอขึ้น นักร้องใหม่ๆเกิดยากหน่อย ต้นทุนไม่ได้ลดตามการขาย เราต้องแม่นยำมากขึ้น ความชัดเจนของนักร้องจะต้องแม่น"   

กริชทอมมัส  กรรมการผู้จัดการ สังกัด แกรมมี่ โกลด์ และรองกรรมการผู้อำนวยการสายงานธุรกิจเพลงบมจ.จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ เปิดฉากเล่าถึงกระแสความเปลี่ยนของธุรกิจเพลง ซึ่งปีที่ผ่านมาเขาบอกว่า เป้าหมายที่ได้มานั้นตํ่ากว่าที่เขาตั้งไว้

"เราได้มันตํ่ากว่าที่เราตั้งไว้เยอะ แต่ไม่ถึงกับเลวร้าย ปีนี้การวางของต้องระวังไม่ให้ของคืนเยอะต้องให้แม่น อย่างที่เราทำตอนนี้คือ ดูตัวนักร้องว่าพื้นที่การขายจริงๆ ของเขาอยู่ตรงไหน ระยะเวลาการขาย เพราะถ้าทำได้การวางในพื้นที่ที่เกิดการซื้อจริงก็สามารถได้เป้ามา 70-80% แล้ว ปีนี้ถ้าปลามาหาเราไม่ได้ เราก็จะเอาเรือไปหาปลาเอง"

เมื่อถามว่าค่ายเล็กจะอยู่ลำบากมากในปีนี้คิดยังไงกับเรื่องนี้ กริชทอมมัส บอกว่า "ใช่เขาต้องใช้วิทยุเป็นอันดับแรกเลย ถ้าคนชอบเพลงถามว่าไปซื้อที่ไหน สิ่งที่ตามมาคือพวกผี เขาจะลำบากมาก  เราก็เปิดกว้างนะที่จะเปิดโอกาสให้เขามา อาจจะมารวมฮิตกับเราอย่างน้อยเขาก็ได้ดาวน์โหลด  สื่อทีวีเราเปิดร้อยละ 80 เลย เราปรับเข้าไปหาคนรุ่นใหม่เพื่อวางอนาคต อย่างแฟนทีวีเป็นตัวช่วยเราได้เยอะ อย่างน้อยเราได้นักร้อง นักแต่งเพลง หรืออะไรที่เกี่ยวกับลูกทุ่ง กิจกรรมต่างๆ มันจะเกิดขึ้น ซีแบนด์มันโตมาก"

มาที่ สลา คุณวุฒิ ในฐานะ ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์เพลง บอกถึงภาพรวมของเพลงลูกทุ่งในปีที่ผ่านมาว่า

 "ถ้าเจอสถานการณ์แบบปี 52 พี่ว่าทุกคนต้องกลับไปหาความเป็นลูกทุ่งอีกหรืออะไรก็ได้ที่จะเป็นลูกทุ่งแท้ๆ ด้วยท่วงทำนองปี 52 ทุกคนเน้นในเรื่องลีลารูปแบบปีที่แล้วเป็นปีของรูปแบบทุกคนพยายามแสวงหารูปแบบใหม่ๆ มานำเสนอ  บางอัลบั้มที่เรายืนอยู่บนความเป็นพื้นบ้าน ความเป็นไทยแท้ๆ มันมีกระแสตอบรับ แต่ด้วยความที่ว่ามีนักร้องเยอะขึ้น การทำงานต้องเร็วขึ้นปริมาณมากขึ้น มันก็เลยคิดค้นหาแล้วเข็นเอารูปแบบออกมาสู้กัน โดยเอามาจากต่างประเทศบ้าง มันมีข้อดีตรงที่ว่าเห็นการผสมผสานความเป็นลูกทุ่งกับลีลาต่างๆ แต่มีข้อสรุปอย่างหนึ่งว่ายังไงสังคมไทยก็ยังชอบเพลงลูกทุ่งโดยให้นํ้าหนักไปที่เนื้อหา ถ้อยคำ ทำนอง และรูปแบบที่จะตามมา ถ้าจะให้มองทิศทางในปีนี้ก็ยังเชื่อมั่นว่า คนยังชอบความเป็นลูกทุ่งที่มันเป็นเครื่องแบบลูกทุ่งแบบดั้งเดิมหันเข้าไปหาความเป็นจริงมากขึ้น"

ส่วนทิศทางในปีหน้าสลามองว่า "น่าจะกลับมาสู่เพลงลูกทุ่งอีก ปีที่แล้วเนื้อหานิ่งปีนี้อาจต้องกลับมาที่เนื้อหาเหมือนเดิม ใครจะมีเรื่องมาเล่าที่โดนใจมากกว่ากัน รูปแบบจะเป็นเรื่องรองลงไป  ปีที่แล้วทุกคนแสวงหาแนวทาง แสวงไปแสวงมาเลยเข็นเอารูปแบบออกมาแข่งกัน"

ปีที่ผ่านมาเหมือนกับการใช้รูปแบบนั้นไม่ได้ช่วยให้เพลงดังได้และเลียนแบบกันมากเกินไปหรือเปล่า สลาบอกว่า  "คือเนื้อหาไม่มีประเด็นอะไรใหม่นอกเหนือจากความรัก ทำให้ปีหน้าคนแต่งจะหันไปหาเนื้อมากขึ้น ใครจะไปเจอเนื้อหาดีแล้วมาเล่าได้ถูกใจคนฟัง ส่วนตัวผมในปีนี้ไม่ได้คิดวางแผนอะไร ไปเจอเรื่องไหนก็เล่าเรื่องนั้น ส่วนจะถูกใจคนฟังหรือไม่จะเป็นอีกเรื่องหนึ่งในฐานะเป็นคนถ่ายทอดจะหลีกเลี่ยงการออกแบบ แต่สิ่งที่อยากให้เกิดขึ้นกับตัวเอง คือ อยากมีเวลาที่จะเติมวัตถุดิบ จะได้ค้นพบเรื่องราวใหม่ๆ อันนี้เป็นแนวทางส่วนตัว แต่ไม่รู้จะเดินไปชนตรงนั้นหรือเปล่า"

เมื่อถามถึงมุมมองในฐานะของคนแต่งเพลงคิดว่าคุณสมบัติเพลงดังในปีหน้าจะเป็นอย่างไร สลายิ้มพร้อมส่ายหัวก่อนจะบอกว่า "ตอบยาก อะไรก็ตามที่เล่นกับรสนิยมมันไม่นิ่ง  มันมีปริมาณเพลงมากขึ้น คนฟังอาจไม่มีเวลาที่จะวิเคราะห์และตัดสิน ฉะนั้นมันจะมีเพลงอย่างน้อย 2 แบบคือ ฟังปุ๊ปเพราะปั๊บ กับเพลงที่ค่อยๆ ซึมลึก เราจึงบอกไม่ได้ว่าเพลงแบบไหนจะมาไม่มา อย่างเราเคยคิดกันว่าลูกทุ่งต่อไปจะโมเดิลขึ้น แล้วลูกทุ่งแบบเดิมจะล้มหายตายจากไป อยู่มาวันหนึ่งเราก็เห็น ไวพจน์ ทศพล ออกมาคนฟังชอบกันทั้งบ้านทั้งเมือง เพลงมันเป็นวงกลมที่ไม่ยอมหยุดอยู่กับที่ หลายคนอาจได้ข้อสรุปแล้ว"

เมื่อถามความเห็นเกี่ยวกับนักร้องที่ทำเองขายเองจะอยู่รอดได้มากน้อยแค่ไหนหรือหายไปจากระบบเลย สลาบอกว่า  "ผมก็เคยทำงานลักษณะนี้มาก่อนมีข้อจำกัดล้อมรอบตัวเลย แล้วมาโดนเรื่องการจัดจำหน่ายที่มีของเถื่อนเข้ามาเยอะ ยิ่งทำเล็กก็ยิ่งไม่ได้ จะฝากถึงเพื่อนผองที่ทำเองว่า อย่าได้กังวลว่าตัวเองจะได้ออกทีวีหรือเปล่า หรือจะได้สื่อสารผ่านสื่อใหญ่ๆ หรือเปล่า เพราะว่าต้นทุนเราน้อย การจัดจำหน่ายก็อย่ากังวลว่าจะได้วางแผงหรือไม่ได้วางแผง ให้เน้นเรื่องการสื่อสารกับแฟนเพลงโดยตรงจะหน้าเวทีหรือเว็บไซต์ ตรงนี้น่าจะเป็นทางรอด แม้จะได้มาน้อยแต่ก็เสี่ยงน้อยที่สุด"

logoline
แท็กที่เกี่ยวข้อง