
คมเคียวปากกา-ลาทีปีหนูอมโรค
พ.ศ.เก่ากำลังจะผ่านไป พ.ศ.ใหม่ใกล้เข้ามา เชื่อว่า "คนลูกทุ่ง" จำนวนมากคงไม่ยินดียินร้ายอะไรมากนัก เพราะสภาพบ้านเมืองยังหนีไม่พ้นปัญหาเดิมๆ การเมืองแบ่งขั้ว เศรษฐกิจถดถอย และสังคมเสื่อมทรามลงทุกวัน
ปี 2552 ค่ายเพลงลูกทุ่งใหญ่อย่างแกรมมี่โกลด์ และอาร์สยาม อาจกอบโกยเงินจากธุรกิจออนไลน์ เมื่อยอดขาย "ดาวน์โหลด" สามารถชดเชยยอด "ขายแผ่น" ที่หดหายไปได้
เป็นความโชคดีของค่ายยักษ์ แต่ค่ายเล็ก ค่ายกลาง กลับตกอยู่ในสภาพที่ขาดทุน ถึงขั้นปิดค่าย ปล่อยนักร้องให้ไปหากินโดยอิสระ
เดี๋ยวนี้มีนักร้องไร้สังกัดเยอะมาก เจ้าภาพสามารถเรียกใช้พวกเขาในราคาถูกแสนถูก ขณะที่นักร้องดังมีสังกัด ก็ยังเรียกราคาแพงอยู่
แม้เทคโนโลยีการบันทึกเสียง และการผลิตซีดีจะทำให้ "ต้นทุน" การทำเพลงถูกลง เปิดโอกาสให้นักร้องหน้าใหม่มีอัลบั้มเพลงเป็นของตัวเองได้ง่ายขึ้น แต่คุณภาพของผลงาน ก็ต่ำตามต้นทุนการผลิต
ดังนั้น นักร้องลูกทุ่งในรอบปีนี้ จึงวนเวียนอยู่ไม่กี่คนที่ติดอันดับ "ท็อปฮิต" ไม่นักร้องค่ายแกรมมี่โกลด์ ก็นักร้องค่ายอาร์สยาม และยังดีที่มีค่ายท็อปไลน์มาแชร์ตลาดเพลงฮิตบ้าง
มันไม่ใช่การผูกขาด ก็เหมือนผูกขาด เพราะไม่มีคู่แข่ง ไม่มีใครอยากเสี่ยงทำธุรกิจเพลงในสถานการณ์ที่ขบวนการละเมิดลิขสิทธิ์ยังครองเมือง
ขณะเดียวกัน ธุรกิจเพลงถูกสภาวะเศรษฐกิจบีบให้เป็นธุรกิจเอนเตอร์เทนท์แบบครบวงจร ที่มิใช่การขายเพลงเพียวๆ เหมือนในอดีต
ค่ายเพลงต้องทำธุรกิจแบบ "ขายสินค้าพ่วงเพลง" หรือ "ขายเพลงพ่วงสินค้า" จึงจะทำให้มีรายได้มาจุนเจือบริษัท
ที่น่าสงสารคือ นักร้องลูกทุ่งตกอยู่ในสภาพ "คนขายสินค้า" โดยภาวะจำยอม!
นักร้องลูกทุ่งถูกลากเข้าสู่ "กิจกรรมส่งเสริมการขาย" ของบริษัทต่างๆ ตามห้าง, โรงแรม, ตลาด ฯลฯ แทนที่จะไปขึ้นเวทีคอนเสิร์ตอย่างมีศักดิ์ศรีเหมือนนักร้องดังในอดีต
บางทีเห็นนักร้องไปร่วมกิจกรรมกับคลื่นวิทยุตามชุมชน หรือตลาด ด้วยข้ออ้าง "พบประชาชน" แต่แท้จริงแล้ว ก็คือกิจกรรมส่งเสริมการขายของคลื่นเพลงนั้นๆ ก็รู้สึกว่าเกิดเป็นนักร้องสมัยนี้ ดูมันลำบากลำบนจริงๆ
คลื่นเพลงต้องทำกิจกรรมแบบนี้ เพราะเจ้าของสินค้าต้องการ และหากไม่ยอมทำตามเงื่อนไข ก็ไม่ลงโฆษณา คลื่นเพลงก็ขาดรายได้ และอาจถึงขั้นต้องหลุดจากหน้าปัด
เมื่อเป็นเช่นนี้ นักร้อง และนักจัดรายการวิทยุ มันจะต่างอะไรกับ "เซลส์แมน" ขายสินค้าตามหมู่บ้านล่ะครับ!
ไม่มียุคไหนสมัยไหน ที่นักร้องลูกทุ่งจะไร้ศักดิ์ไร้ศรีเท่ากับยุค "อีเวนท์เป็นใหญ่ในแผ่นดิน"!
ดีเจคลื่นเพลงยุคปัจจุบัน จึงไม่เน้นเรื่อง "เสียงดี" หรือพูดถูกต้องตามหลักภาษาไทยเหมือนเก่า เพราะเขาต้องการ "คนหน้าตาดี" เอาไว้ไปทำกิจกรรมส่งเสริมการขายนอกสถานีวิทยุ
ดีเจมีสภาพไม่ต่างนักร้อง ภาพลักษณ์ "คนหลังไมค์" มันเลือนหายไปแล้ว
ดีเจวันนี้กลายเป็น "คนหน้าไมค์" หรือ "คนหน้าจอ" หากไปทำกิจกรรมกับแฟนคลับ ก็ต้องมีแฟนกรี๊ดดด!!
เราหยุดเวลาไม่ได้ เฉกเช่นเดียวกัน เราก็หยุดให้โลกธุรกิจเพลงผันเปลี่ยนไปไม่ได้
จึงอยู่ที่ตัวเราแล้วล่ะ..จะเลือกเสพเพลงลูกทุ่งแบบใด เพราะมันยังมีทางเลือกเล็กๆ ให้เราได้เลือกอยู่!
บรรณวัชร



