
มองผ่านเลนส์คม - เทคโนโลยีบันเทิงที่กลายเป็นขยะ
ปีใหม่นี้ คนที่จะคิดซื้อของขวัญปีใหม่ให้ตัวเอง (เพราะไม่มีใครซื้อให้) สำหรับชายหนุ่มที่ชอบวิ่งตามเรื่องเทคโนโลยีแล้วละก็ คงต้องคิดหนัก แค่จะซื้อโทรทัศน์สักเครื่อง มาถึงวันนี้ต้องเป็นจอแอลอีดี เพราะมันเป็นเทคโนโลยีสำหรับอนาคตในการดูโทรทัศน์หรือภาพยนตร์
ย้อนไปถึงวันที่เครื่องเล่นเลเซอร์ดิสก์ (หนังในแผ่นใหญ่ขนาดแผ่นเสียงลองเพลย์) เข้ามาทำตลาดใหม่ๆ ผมเก็บเงินประมาณกว่าสามหมื่น เพื่อซื้อเครื่องเล่น แล้วจะต้องซื้อเครื่องถอดรหัสสำหรับใส่ตลับเล็กๆ ที่บรรจุตัวอักษรภาษาไทยให้เราอ่านเป็นซับไตเติล เวลาไปเช่าแผ่นหนังมาต้องเช่าตลับภาษาไทยมาด้วย ไม่งั้นดูไม่รู้เรื่อง สำหรับคนงูๆ ปลาๆ เรื่องภาษาอังกฤษ
ยังไม่รวมไปถึงเครื่องถอดรหัสเสียงให้ออกมารอบทิศทางอีกด้วย เพราะเครื่องเล่นมันไม่ได้บรรจุคุณสมบัตินี้เข้าไป สรุปก็คือ ประมาณเกือบห้าหมื่นจึงจะครบชุด ตอนนี้เชื่อว่า หลายคนคงเก็บเครื่องที่ว่านี้ไว้เป็นอนุสรณ์หรือพิพิธภัณฑ์ส่วนตัว (ผมก็คนหนึ่งละ)
พอมาถึงยุควีซีดี ดีวีดีเข้ามาแทนที่ เครื่องเล่นดีวีดีในยุคแรก ราคาเครื่องละกว่าสองหมื่นบาท คราวนี้ไม่ต้องใช้เครื่องถอดรหัสภาษาอีกต่อไป เพราะในแผ่นได้บรรจุซับไตเติลหรือคำบรรยายภาพยนตร์ไว้หลายภาษาตามแต่จะเลือก ระบบเสียงก็ดีขึ้น แยกเป็นระบบดอลบี้ให้ในตัว
อนิจจามาถึงวันนี้ใครจะคาดคิดว่า เครื่องเล่นดีวีดีจากจีนเข้ามาตีตลาดจนถูกลงเหลือเครื่องละไม่ถึงพันบาท ราคาต่างกันลิบลับกว่ายี่สิบเท่า เล่นดีวีดีดูหนังได้เหมือนกัน
แต่คงอีกนานที่ดีวีดีจะกลายถึงแก่กาลอวสาน เพราะยุคของแผ่นบลูเรย์ (ภาพยนตร์ความชัดสูง) เข้ามาแทนที่ แต่เครื่องเล่นและแผ่นยังแพงโขอยู่
แต่อย่าคิดว่า เทคโนโลยีเรื่องภาพยนตร์จะหยุดอยู่เพียงเท่านี้ เพราะในอเมริกามีเทคโนโลยี REAL D3D ออกมาใหม่ ซึ่งฉายตามโรงภาพยนตร์ หนังเรื่องที่ผมได้ดูมาหมาดๆ คือ AVATAR ที่โรงหนัง Century Theatres ในแคลิฟอร์เนีย อเมริกา
เป็นการดูหนังสามมิติแท้ๆ ทั้งเรื่อง ไม่ได้มีเฉพาะบางฉาก และให้มิติที่ลึก คมชัดเสมือนจริง ราวกับเข้าไปอยู่ในเหตุการณ์ในหนังด้วย แว่นตาที่ทางโรงแจกให้มาก็มาตรฐานอย่างกับแว่นกันแดด ไม่ใช่แว่นกระดาษหรือพลาสติกใช้แล้วทิ้ง
ข่าวว่า เทคโนโลยีแบบนี้จะเข้ามาสู่ความบันเทิงในบ้านแล้วในอนาคตอันใกล้ คนที่ชอบวิ่งตามเทคโนโลยีก็ต้องเหนื่อยกันต่อไป
แต่ขอแนะนำว่า ถ้าจะให้คุ้มค่าจริงๆ ลองช้อนซื้อสินค้าตกรุ่นทั้งหลายมาใช้กันดู อย่างทีวีจอพลาสมาราคาเริ่มถูกลงกว่าเดิม ไม่ต้องพูดถึงโทรทัศน์เครื่องอ้วนๆ ที่ตอนนี้แข่งกันลดราคา ทีวีขนาด 29 นิ้ว เหลือราคาไม่กี่พันบาทกันแล้ว
"นคร ศรีเพชร"



