
คมเคียวคมปากกา - เขาลือว่าผมตาย
เขียนต้นฉบับวันอังคารที่ 22 ธันวาคม 2552 ขึ้น 6 ค่ำ เดือนยี่ (ปีกปีโผบิน)
ข้อเขียนนี้จะปรากฏตรงกับศุกร์ 25 ธันวาคม ศุกร์สุดท้ายของเดือน ศุกร์สุดท้ายของปี เพื่อจะพบกันศุกร์ใหม่ปีหน้า ตรงกับ 1 มกราคม 2553 ขอให้ผู้อ่านทุกท่านพบผ่านความสุขในวิถีชีวิต แม้ท่ามกลางวงล้อมความทุกข์จากกลการเมืองโสมม สุขจากใจสู่ใจ ตีฝ่าออกไปด้วยดีเถิด
เล่าเรื่องตกค้างตอนไปเที่ยวเมืองอุบลคืนหนึ่ง เราพักแรมที่บ้านดิน ภูทองรีสอร์ท ของ คุณดำรงค์ บุญชิต ทนายความผู้รักธรรมชาติ และมุ่งปฏิบัติตน ตามแนวพระราชดำริ “พอเพียง” ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ณ ริมอ่างเก็บน้ำเขื่อนสิรินธร บ้านดินสวยน่าอยู่มาก ออกแบบผสมผสานความทันสมัย พักแล้วรู้สึกอบอุ่นคุ้ยเคย ใครผ่านไปแถวนั้นให้ลองไปพักดู จะพบทนายใจดีคอยต้อนรับ แม้วันๆ เขาจะทำตัวเหมือนคนสวน ง่วนอยู่กับการปลูกต้นไม้ก็เถอะ
ออกจากบ้านดิน เจ้าภาพยังหวังดีพาเข้าวัดอีก เราจึงมุ่งไปยัง วัดดอนธาตุ ที่พิบูลมังสาหาร ซึ่งเป็นวัด หลวงปู่เสาร์ กันตสีโล วัดนี้อยู่บนเกาะกลางแม่น้ำมูล ต้องจอดรถไว้ แล้วนั่งเรือข้ามไป ไปถึงให้เคาะระฆัง จะมีคนนำเรือแพยนต์รับไปรับกลับ เป็นบรรยากาศการเข้าวัดที่ประทับใจมาก เข้าถึงเกาะแล้ว เหมือนหลุดเข้าสู่โลกแห่งความสงัด นึกไว้ถ้าหากตัวเองอยากปฏิบัติธรรมทำใจเงียบๆ วัดป่าบนเกาะกลางแม่น้ำแห่งนี้เหมาะสมมาก
ยังมีคำว่า “ดินแดนศักดิ์สิทธิ์” เขียนติดไว้ที่โคนต้นไม้ และคำของหลวงปู่เสาร์ “เขาสิเชื่อความดีที่เฮาเฮ็ดหลายกว่าคำเว้าที่เฮาสอน” อ่านแล้วท่องจำใส่ใจไว้เตือนตนครับหลวงปู่
ออกจากวัดแล้ว ตั้งใจแวะซื้อของที่แก่งสะพือสักหน่อย ขณะรถขึ้นสะพานข้ามแม่น้ำ มีโทรศัพท์แสดงชื่อเพื่อน ขจรฤทธิ์ รักษา พอกดรับปุ๊บ ก็ได้ยินเสียงตะโกนว่า “รับแล้ว รับแล้ว”
ผมงง เพื่อนเป็นอะไรไป ก็โทรศัพท์หากันออกบ่อย ทำเป็นตื่นเต้นไปได้ ถามว่ามีอะไรหรือ เขาบอก “เขาลือว่าคุณตาย” เท่านั้นแหละ การซักไซ้ไต่ถามก็เกิดขึ้นยาวนาน
ตอนนั้น ขจรฤทธิ์กับเพื่อนกลุ่มหนึ่งมีกิจกรรมอยู่บนเขาใหญ่ หนึ่งในนั้นคือเพื่อน จตุพล บุญพรัด ซึ่งขจรฤทธิ์บอกว่า “คุยกับเขาหน่อย นั่งหน้าซีดอยู่นี่” พอได้คุยกันแล้ว ทุกคนก็พากันโล่งอกโล่งใจ เหลือแต่ผมที่ยังไม่ค่อยโล่งสักเท่าไหร่ เกิดกังวลขึ้นมา ถ้าไม่ใช่ผมตาย อาจมีอะไรเกิดขึ้นกับใครสักคนที่ทำให้คนเข้าใจคลาดเคลื่อน ต้องพยายามต่อสายหาญาติพี่น้องหลายคน
ต้นตอของเรื่องมาจาก เสรี ทัศนศิลป์ เขาเป็นคนแจ้งข่าวถามคนโน้นคนนี้ เมื่อผมสอบถาม เขาบอกน้องนักข่าวจากหนังสือพิมพ์รายวันฉบับหนึ่ง โทรศัพท์ไปถามเขาแบบเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง ถามไปถามมาก็แพร่ปากต่อปาก จนทำท่าจะกลายเป็นเชื่อว่าจริงไปเสียแล้ว
ยิ่งสื่อสารไม่ได้ ยิ่งทำให้เกิดจินตนาการ “ตาย?...มันตายอย่างไร? มันตายหรือ? มันคงไม่ตายง่ายๆ หรอกน่า?” อะไรประมาณนั้น บางทีอาจเป็นเพราะช่วงหนึ่งผมเข้าไปสู่ “ดินแดนศักดิ์สิทธิ์” จึงสงบรำงับในธรรมอันเกษม ไม่มีสัญญาณตอบรับจากปลายทางที่ท่านเรียก พอมีสัญญาณเท่านั้นแหละ เพื่อนๆ ค่อยพากันหายจากหน้าซีด
โอ...ถ้าโลกนี้ไม่มีมือถือ หัวใจซื่อๆ จะสื่อถึงเธออย่างไร...ร้องเป็นเพลงเสียเลย (555)
งานนี้ เพื่อนหลายคนปลอบใจ “โบราณถือเป็นข่าวมงคล” “ผีให้แรง” “ต่ออายุ” บางคนบอก “ซื้อหวยได้เลย ถูกแน่ๆ” งวดนั้นผมซื้อเลข 48 กับ 49 อายุตัวเอง เลขที่ออกกลับเป็น 59 ไปเสียนี่ ล่าสุดซื้อ 04 ปีเกิด กลับออก 05 ไปเสียนี่ (555) บางคนแนะนำให้บวกเลขขึ้น ขึ้นแล้วขึ้นอีกแหละครับ บทไม่ถูกมันก็ไม่ถูกดอก แต่ไม่แน่...ผมตามเลขอยู่นะครับ (555)
หลายวันให้หลัง เล่าให้ใครฟัง เขาก็ต่างตกใจ แล้วพูดขบขันให้คลายเครียด โดยเฉพาะความเชื่อแบบ “ผีให้แรง” มาจากหลายคน แม้แต่ พินิจ นิลรัตน์ ผมยังถามเขาในฐานะคนอยู่กับกระแสข่าว พอรู้ไหมใครเป็นอะไรช่วงนี้ พินิจบอกวันก่อน นิรันศักดิ์ บุญจันทร์ ต่อสายถาม “ได้ข่าวว่ามีกวีชื่อดังตาย สอบถามข่าวให้หน่อย”แล้วยังเล่าเพิ่มเติมว่าอาจารย์และกวีท้องถิ่นทางภาคใต้ท่านหนึ่งเสียชีวิต เข้าใจว่าน่าจะเป็นกระแสข่าวเดียวกัน นั่นสิ...ทำไมหวยถึงมาลงที่ตัวผมซึ่งอยู่ทางภาคอีสาน ผมเป็นกวีดังหรือ? เปล่าเลย...ผมเป็นกวีดำต่างหาก (555)
ครับ อโหสิ...สำหรับต้นตอข่าวลือทั้งหลาย ผมทำบุญทำใจแล้ว เรื่องเป็นเรื่องตายเป็นของธรรมดาที่ไม่แน่นอน เพียงแต่ตอนนั้นกำลังอยู่ระหว่างเดินทาง ทำให้ลูกเมียกังวลใจบ้าง เมื่อไม่ตายอย่างข่าวลือ ก็ใช้ชีวิตต่อไปด้วยความไม่ประมาท เพื่อความสุขสวัสดีในชีวิตตามกำลัง
ถือโอกาสนี้ ส่งความสุขวันศุกร์ท้ายปี มายังผู้อ่าน "คม ชัด ลึก" ทุกท่านครับ !
"ไพวรินทร์ ขาวงาม"



