
Bodyguards and Assassins
จีนมีประวัติศาสตร์อันยาวนานหลายพันปีครับ และที่น่าทึ่งก็คือคนชาตินี้เป็นคนชอบจดบันทึก มาตั้งแต่รุ่นบรรพบุรุษสืบต่อกันมาหลายชั่วคนจนปัจจุบัน ดังนั้นคนชาตินี้จึงมีรากเหง้า ตัวตนที่เด่นชัด
แม้ต้นกำเนิดของพวกเขามาจากหลากหลายเชื้อชาติร้อยเผ่าพันธุ์มังกร แต่ไม่ว่าคนจีนจะต้องระหกระเหิน ล่องลอยไปตกหล่น ณ แห่งหนตำบลใดในผืนโลกใบนี้ พวกเขาก็ยังยึดมั่นต่อขนบประเพณีดั้งเดิมของบรรพบุรุษ มีความรักความผูกพันในสายเลือดเพื่อนพ้องน้องพี่ไม่เสื่อมคลาย ดังนั้นจึงไม่ต้องสงสัยว่า เหตุใดคนจีนจึงรวมตัวกันเป็นชุมชนอย่างเหนียวแน่นแม้จะอาศัยอยู่ต่างแผ่นดินถิ่นเกิด (ที่เรียกกันว่าย่าน ไชน่าทาวน์ในหลายๆ ประเทศ) มีวัฒนธรรมจีนแทรกซึมอยู่แทบทุกพื้นที่ทั่วโลก (โดยเฉพาะอาหารจีน, ประเพณีเซ่นไหว้เทพเจ้าและบรรพบุรุษ ฯ)
กว่าจะรวมชาติเป็นหนึ่งเดียวได้สำเร็จ คนจีนต้องต่อสู้ ฟันฝ่าอุปสรรคมากมายหลายร้อยพัน ผจญกับความทุกข์ยากมากมาย จนกลายเป็นชาติที่ยิ่งใหญ่ได้ในวันนี้ คนจีนได้บันทึกประวัติศาสตร์ของเขาเอาไว้หลายช่วงตอน ตั้งแต่พันกว่าปีก่อน ร้อยกว่าปีที่แล้ว จนถึงเมื่อไม่กี่สิบปีที่ผ่านมา แต่ไม่ว่าจะอยู่ในช่วงเวลาใด เราต่างเห็นความมานะอดทน ฝ่าฟันความยากแค้นลำเค็ญ รักในเพื่อนพ้องร่วมชาติ ยึดมั่นต่ออุดมการณ์ เปี่ยมด้วยคุณธรรมน้ำมิตรจนตัวตาย และแน่นอนว่าเรื่องราวเหล่านี้ถูกถ่ายทอดผ่านวรรณกรรมมากมาย ไปจนถึงมหรสพประจำชาติอย่างอุปรากรจีน(งิ้ว) รวมทั้งภาพยนตร์และละครโทรทัศน์ ประวัติการสร้างชาติรวมแผ่นดินเป็นหนึ่งเดียวของจีน มีมาหลายยุคหลายสมัย ผ่านรูปแบบการปกครองตั้งแต่ระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ มีจักรพรรดิ์เป็นเจ้าชีวิต มาสู่ระบอบสาธารณรัฐ และสังคมนิยมจนถึงปัจจุบัน
ในหนัง “Bodyguards and Assassins” ผู้ชมจะได้เห็นเรื่องราวการต่อสู้เสียสละตามแนวทางอุดมคติที่ว่าอย่างเด่นชัด โดยมีบรรยากาศของฉากหลังเป็นช่วงเวลาการเปลี่ยนแปลงทางประวัติศาสตร์การเมืองการปกครองครั้งสำคัญของจีน ในช่วงที่ ดร.ซุน ยัต เซ็น นักปฏิวัติคนสำคัญผู้โค่นล้มอำนาจการปกครองราชวงศ์ชิง มาสู่ระบอบสาธารณรัฐที่ประชาชนมีความเสมอภาคเท่าเทียมกัน เดินทางมาเยือนเกาะฮ่องกง (หลังถูกเนรเทศออกนอกแผ่นดินจีน) เพื่อหารือกับผู้นำทั้ง 13 มณฑลในการก่อการปฏิวัติทั่วประเทศ โดยจุดพลิกผันสำคัญในเรื่องคือ เหล่าบรรดาชาวจีนร่วมอุดมการณ์ จะต้องพยายามคุ้มครอง ‘ซุน ยัต เซ็น’ ให้รอดพ้นจากมือสังหารของราชวงศ์ชิงที่ถูกส่งมาตามเข่นฆ่า เป็นการกำจัดเสี้ยนหนามแผ่นดินเพื่อมิให้ทำการปลุกระดมมวลชนล้มล้างสถาบันกษัตริย์
แม้หนังจะพยายามเล่าเรื่องตามแนวทางการเชิดชูวีรบุรุษ โดยเฉพาะ 5 บุคคลสำคัญที่เอาชีวิตเข้าแลกเพื่อปกป้อง ‘คุณหมอนักปฏิวัติ’ ให้กระทำการได้สำเร็จ แต่ก่อนที่หนังจะเดินทางไปถึงไคลแม็กซ์ช่วง 45 นาทีสุดท้ายของเรื่อง “5 องครักษ์ พิทักษ์ซุนยัตเซ็น” ได้มีการสอดแทรกเรื่องราวอุดมคติในการสร้างชาติ ปฏิวัติการปกครอง มีความรักในเพื่อนพ้องร่วมเผ่าพันธุ์ รวมไปถึงคุณธรรมความดีงามของความกตัญญูรู้คุณไว้อย่างเต็มเปี่ยม เป็นหนังแอ็กชั่นโรแมนซ์ ที่นอกจากดูสนุกแล้วยังอาจช่วยปลุกเร้าความฮึกเหิมให้คนจีนรักผืนแผ่นดินมากขึ้นด้วย ซึ่งถือเป็นความบังเอิญหรือตั้งใจไม่ทราบได้ ที่ในช่วงเวลานี้มีหนังว่าด้วยการก่อร่างสร้างแผ่นดินในยุคใหม่อีกเรื่องคือ The Founding of a Republic เข้าฉายในเวลาไล่เลี่ยกัน
จะว่าไปหนัง “Bodyguards and Assassins” ดูจะให้ความสำคัญกับ 5 องครักษ์ น้อยกว่าตัวละครหลักที่เป็นตัวจักรสำคัญของขบวนการปฏิวัติ ไม่ว่าจะเป็นเถ้าแก่เจ้าของโรงพิมพ์ และลูกชาย อาจารย์หนุ่มปัญญาชนผู้วางแผนหลอกล่อเหล่ามือสังหาร เจ้าของโรงงิ้วพลัดถิ่นที่อยากกลับไปตายบ้านเกิด เด็กลากรถใจซื่อ ซึ่งในช่วงครึ่งแรกหนังเทน้ำหนักให้แก่ตัวละครเหล่านี้ พร้อมกับแทรกประเด็นคุณธรรมตามขนบหนังจีนไว้มากมาย ทั้งเรื่องความรักในครอบครัว มิตรภาพระหว่างเพื่อน ศิษย์กับอาจารย์ หน้าที่และสำนึกรับผิดชอบ โดยองครักษ์ทั้งห้ากลับมามีบทบาทสำคัญในช่วงสุดท้าย และกลายเป็นวีรบุรุษผู้กล้าไปในที่สุด ในขณะที่ตัวละครซึ่งถือเป็นฟันเฟืองสำคัญในการริเริ่มก่อการปฏิวัติของ ดร.ซุน ยัต เซ็น ล้วนกลับกลายเป็นผู้สูญเสีย นั่นหมายถึงการที่หนังพยายามจะบอกกับเราว่า คนจีนต้องพานพบกับการเสียสละมากมาย ทั้งเลือดเนื้อ ชีวิตและคนที่รัก กว่าจะได้มาซึ่งความเสมอภาค
ฉากแอ็กชั่นในช่วง 45 นาทีสุดท้ายของ ‘5 องครักษ์ พิทักษ์ซุนยัตเซ็น’ ก็น่าจะสมใจสำหรับคอหนังบู๊ที่รอคอยมาค่อนเรื่อง เพราะหนังทำออกมาได้อย่างน่าตื่นตา แม้จะแทบไม่พึ่งพางานคอมพิวเตอร์กราฟฟิก เหมือนหนังแอ็กชั่นสมัยใหม่ การวางจังหวะของงานตัดต่อทำได้โดดเด่น โดยเฉพาะในช่วงที่เหล่าองครักษ์ต้องทำหน้าที่คุ้มครอง ซุน ยัตเซ็น ตลอดระยะทาง 13 ช่วงตึก ให้ผ่านพ้นเหล่ามือสังหารที่แอบซุ่มอยู่สองข้างทาง ที่น่าสมควรยกย่องอีกอย่างคือการคาราวะฉาก ‘โอเดสสา สเต็ปส์’ ในหนังคลาสสิก ‘The Battleship Potempkin’ เมื่อรถลากของ ซุน ยัต เซ็น (ตัวปลอม) ไถลไปตามทางเดินขั้นบันได ที่มีมือสังหารวิ่งไล่ล่าตามเอาชีวิต (ผมอาจจคิดเอาเองก็ได้ครับ แต่ทว่ารูปแบบการลำดับภาพ ที่ไล่เรียงไปกับอารมณ์ลุ้นระทึกในหนังนั้นช่างคล้ายคลึงกันเหลือเกิน อีกทั้งเรื่องราวในหนังที่ว่าด้วยการต่อสู้เพื่อสิทธิความเสมอภาคของมวลชนก็ละม้ายคล้ายกันซะด้วย)...
ซึ่งใครจะมองว่าเป็นการแสดงความคาราวะ หรือเลียนแบบ แต่ก็ถือว่าหนังทำได้ถึงทั้งในเรื่องของอารมณ์และแนวคิดที่ต้องการจะสื่อออกไป
ประวัติศาสตร์การต่อสู้ของชาวจีนไม่ว่ายุคสมัยใด ล้วนยิ่งใหญ่และเป็นที่จดจำเสมอ
ชื่อเรื่อง : Bodyguards and Assassins’ / 5 องครักษ์พิทักษ์ซุนยัตเซ็น
ผู้เขียนบท : ชุน ติน-นัม, กัว จุนหลี่, เจมส์ เหยียน, วู ปิง
ผู้กำกับ : เท็ดดี้ เฉิน
นักแสดง : เม้ง บาเทียร์, ดอนนี่ เยน, หลี่ หมิง, หวัง ซูฉี, เหลียง เจียฮุย, เซียะ ถิงฟง, หู จุน
วันที่เข้าฉาย : 7 มกราคม 2553
"ณัฐพงษ์ โอฆะพนม"



