
มองผ่านเลนส์คม - รีไซเคิลชีวิต
วันก่อนอ่านหนังสือของคุณธะเร ศรีแสนสุข ใน "รีไซเคิลชีวิต"
เป็นเรื่องเล่าของตัวเอง แต่น่าสนใจตรงที่ เขาผ่านประสบการณ์ต่ำสุดๆ จนเมื่อมาทำอาชีพ "รีไซเคิลสิ่งของ" กลับพบแง่คิดที่จะรีไซเคิลชีวิต จนก้าวสู่ความสำเร็จได้ในวันนี้
เขาเล่าถึงตัวเอง พร้อมๆ กับมอง "ชีวิต" รอบตัวไปด้วย
เขาเล่าว่าแรกๆ ที่รับซื้อเศษท่อแอร์ โดยที่ไม่รู้เลยว่านั่นเป็นของขโมยมา กระทั่งเจ้าทุกข์ตามมาชี้ของกลาง เขาถูกตำรวจจับมาขังที่โรงพัก ถูกใส่กุญแจมือครั้งแรกในชีวิต ตำรวจลากจูงไปไม่ให้ใส่รองเท้า ไม่ต่างจากโจรผู้ร้าย ทั้งที่ยังไม่ได้สอบสวนหรือแจ้งข้อกล่าวหาด้วยซ้ำ
คืนที่อยู่ในห้องขัง เขาพบว่ายังมีชีวิตที่เหนื่อยยากไม่น้อยกว่าเขาอัดแน่นกันอยู่ในนั้น
แรงงานต่างด้าวชาวลาวที่รอวันส่งตัวกลับ ได้กินข้าววันละมื้อ เพราะโรงพักไม่มีงบประมาณ
ในห้องขังมีเด็กวัยรุ่นแต่งตัวเรียบร้อยแบบพนักงานบริษัทนั่งร้องไห้อยู่ที่มุมห้อง เขาเข้าไปถาม แต่ได้รับคำตอบที่สะท้อนใจ
เด็กคนนั้นบอกว่า ได้ทำงานวันนี้เป็นวันแรก เป็นงานขายแผ่นซีดี แต่มีตำรวจเข้ามาจับที่ร้าน เพราะเป็นแผ่นซีดีปลอม ซึ่งเขาไม่รู้ และเจ้าของร้านก็หนีไป ทั้งร้านเขาถูกจับตัวมาคนเดียว เพราะเขาไม่ได้หนี เขาหนีไม่เป็น ไม่รู้เรื่อง ไม่มีใครบอกเขา
วัยรุ่นคนนั้นเล่าทั้งน้ำตาว่า เมื่อวานเขาดีใจมากที่ได้งานทำ จะได้ส่งเงินไปที่บ้านและส่งตัวเองเรียน แต่ตื่นเช้าเขาต้องมาคิดคุกในวันแรกที่เขาเริ่มงานใหม่
อ่านแล้วเหมือนมีก้อนสะอึกจุกที่คอ
นี่คือชีวิตจริง ที่เป็นแค่เศษเสี้ยวหนึ่งของสังคมอันกว้างใหญ่ไพศาล
ทุกวันนี้เราต่างคนต่างอยู่ เราได้เอื้ออาทรเพื่อนมนุษย์กันบ้างไหม
ในกรอบที่ทุกคนต้องดิ้นรน เพื่อเอาตัวให้รอดปลอดภัย แต่เราก็สามารถหันมามองคนข้างๆ ได้มิใช่หรือ
หนังสือเล่มนี้ แม้จะมาจากเรื่องของคนคนหนึ่ง ทว่า ส่วนหนึ่งทำให้เรามองเห็นชีวิตอย่างเข้าอกเข้าใจ
เพราะท้ายที่สุดแล้ว สังคมที่ด่วนตัดสินใครต่อใคร อาจไม่ใช่คำตอบที่ถูกต้องทั้งหมด
ถ้าเราระวังที่จะไม่ทำร้ายกัน ทั้งโดยรู้ตัว และไม่รู้ตัว
สังคมก็น่าจะเป็นสุข และสงบเรียบร้อย
น่าเสียดายก็ที่... รอบๆ ตัวเราตอนนี้ไม่ได้เป็นอย่างนั้นน่ะสิ
"นันทพร ไวศยะสุวรรณ์"



