บันเทิง

คมเคียวคมปากกา - สมบัติชาติของใคร?

คมเคียวคมปากกา - สมบัติชาติของใคร?

23 ธ.ค. 2552

ผมนั่งดูสารคดี "ไอดินกลิ่นดาว" ตอนที่ชื่อว่า "ประเทศไทยไม่ใช่กรุงเทพฯ" ทางทรูวิชั่นส์ 19 เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ได้ฟังนักเพลงคนหนึ่งพูดว่า เพลงลูกทุ่งควรได้รับการส่งเสริมจากภาครัฐให้เป็นสมบัติของชาติ

 คำว่า "สมบัติของชาติ" หรือ "มรดกของชาติ" เป็นคำใหญ่ ฟังดูแล้วหรูเลิศ แต่ในความคิดของผม เพลงลูกทุ่งไม่ควรถูกขังด้วย "กรอบความคิด" ของภาคราชการเช่นกระทรวงวัฒนธรรม

 "ชาติ" ในที่นี้ คือมหาประชาชน มิใช่รัฐบาลหรือคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งที่มีอำนาจในการกำหนดว่า "สมบัติของชาติ" มีหน้าตาเป็นอย่างไร?

 เพลงลูกทุ่งเกิดจากไอดินกลิ่นโคลนสาบควาย จึงขอฝากใครบางคนที่หวังดี จะนำเพลงลูกทุ่งไปขึ้นหิ้งบูชา หรือเป็น "ของสูง" โดยไม่จำเป็น

 เพียงแค่เขามอบ "บรรดาศักดิ์" ให้ จะกระชากลากถูเพลงของคนรากหญ้าไปอยู่บนสวรรค์เสียแล้วหรือ?

 ฉะนั้นผู้กำหนดทิศทางเพลงลูกทุ่ง คือมหาประชาชน มิใช่นักแต่งเพลง นักร้อง นักจัดรายการวิทยุ นักสื่อสารมวลชน นักวิชาการ และนายทุนค่ายเพลง

 ในฐานะ "สามัญชนคนบ้านๆ" ที่เติบโตมากับเสียงเพลงลูกทุ่ง เฝ้าสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงเป็นระยะๆ บางช่วงเวลาเหมือนเพลงลูกทุ่งจะล้มตายจากไป แต่คล้อยหลังไม่นานนัก ก็กลับมาได้รับความนิยมชนิดคาดไม่ถึง

 ฉะนั้น ผมจึงสรุปว่า เพลงลูกทุ่งจะตายหรือไม่? มหาชนคือผู้ตัดสิน!
 ที่สำคัญเพลงลูกทุ่ง ไม่มีคำจำกัดความที่ตายตัวหรอกว่า ต้องร้องสำเนียงยังงี้ ต้องเอื้อนยังงั้น ต้องแต่งภาษากวีแบบนี้ ต้องคำร้องภาษาไทย(ภาษากลาง)เท่านั้น

 ขอแต่เป็นเพลงที่เสมือนเป็นตัวแทนของพวกเขา ชื่นชอบ ร้องได้...ใช่แล้วเพลงลูกทุ่งของคนรากหญ้า ผมจึงเป็นคนหนึ่งที่ไม่เห็นด้วยกับคำว่า "ลูกทุ่งกลายพันธุ์"

 เพลงลูกทุ่งมันก็เหมือนชีวิตคนบ้านทุ่ง ผ่านร้อน ผ่านหนาว ผ่านกาลเวลาแห่งการเปลี่ยนแปลงมาเกินกว่าครึ่งศตวรรษ ยุคหนึ่งชาวบ้านอาจดูเฉิ่มเชย ล้าหลัง บ้านป่านาดอนยังไม่มีถนนลูกรัง ไม่มีทรานซิสเตอร์ ไม่มีไฟฟ้า ฯลฯ

 แต่ยุคนี้ มีแต่ถนนปลอดฝุ่น มีไฟฟ้า ประปา มีโทรศัพท์มือถือ มีจานดาวเทียม มีความสะดวกสบายสารพัด ใจคอเราๆ ท่านๆ ยังจะบังคับให้พวกเขาต้องฟังเพลงแบบทูล ทองใจ หรือคำรณ สัมบุญนานนท์ อยู่อีกหรือ?

 ทำไมพวกเขาจะฟังเพลงกอล์ฟ-ไมค์ หรือน้องน้ำชา ไม่ได้?
 เหมือนคนพวกหนึ่งที่พร่ำบอกให้คนชนบทจมปลักอยู่กับคาถา "พอเพียง" แต่คนเมืองกลับบริโภคอย่างไร้ขีดจำกัด ครั้นคนชั้นต่ำซื้อมือถือใช้ ก็ประณามหยามหยันว่า บริโภค "เกินตัว"

 เทคโนโลยีราคาถูก ได้ทำลายขวากขวางกางกั้นระหว่าง "เมือง" กับ "ชนบท"...มือถือ ทีวีดาวเทียม วิทยุอินเทอร์เน็ต ได้ช่วยให้บ้านโคกบ้านป่าเป็นสมาชิกของหมู่บ้านโลกอย่างอัตโนมัติ

 เฉกเช่นเดียวกับบทเพลง ภาษาสากลที่ไม่ควรมี "พรมแดน" หรือ "กำแพงชนชั้น" อีกต่อไปแล้ว
 เมื่อรสนิยมคนฟังเปลี่ยนไปตามกระแสบริโภคนิยม คนทำงานเพลงลูกทุ่ง ก็ต้องปรับตัว บางคนปรับได้ บางคนปรับไม่ได้ ย่อมไม่ใช่เรื่องแปลก

 ยกตัวอย่าง พ.ศ.นี้ เพลงหวานแบบ สันติ ดวงสว่าง ไม่ได้รับความนิยม เท่ากับเพลงหวานแบบ ไผ่ พงศธร

 หรือในชั่วโมงนี้ เพลงหวานแบบ คัฑลียา มารศรี ไม่ฮอตฮิตเท่ากับเพลงหวานแบบ ตั๊กแตน ชลดา!

 ถามว่าเพลงแบบไผ่ พงศธร ฟังยากหรือเปล่า? ตอบว่า ไม่ยาก มันฟังง่ายและโดนใจคนฟังเต็มๆ

 ฉะนั้นเพลงลูกทุ่งจะไม่มีวัน "กลายพันธุ์" และเพลงของประชาชน ต้องปรับตัวไปตามยุคสมัย
 ใครบางคนที่พยายาม "ยัดเยียด" เพลงลูกทุ่งให้เป็นมรดกของชาติ หรือสมบัติของชาติในแบบของกระทรวงวัฒนธรรม

 นี่แหละคือ พวกที่ทำให้ลูกทุ่งกลายพันธุ์ จากบทเพลงชาวรากหญ้า กลายเป็น "ของสูง" ที่เอื้อมไม่ถึง!

"บรรณวัชร"