
นายกทีวีดาวเทียมเตือน ช่องลูกทุ่งมีมากฆ่ากันเอง
ขณะที่โทรทัศน์ดาวเทียมกำลังเป็นที่หมายตาของสินค้าขายตรงและค่ายเพลงลูกทุ่งต่างๆ อันเป็นสื่อราคาไม่สูงเมื่อเทียบกับการลงโฆษณากับฟรีทีวี ซึ่งทิศทางการเติบโตน่าจะก้าวกระโดดไปอีกหลายช่วงตัว
ทีมข่าว ”คม ชัด ลึก” มีโอกาสพูดคุยสอบถาม ดร.นิพนธ์ นาคสมภพ นายกสมาคมโทรทัศน์ดาวเทียม(ประเทศไทย) คนล่าสุดถึงทิศทางของสื่อประเภทนี้ว่า อยู่ในช่วงเริ่มต้นหรือเติบโตอย่างไร
“เมื่อไหร่ทีวีดาวเทียมจะตกผลึกผมก็ย้อนถามว่า แล้วหนังสือพิมพ์มีตกผลึกไหมล่ะ บางคนมีผู้สนับสนุนดีก็อยู่ได้บางคนผู้สนับสนุนไม่ไหวก็ไม่อยู่ โทรทัศน์ดาวเทียมแต่ละเดือนก็เป็นล้านนะต่อเดือนอย่างน้อย 2 ล้านเป็นอย่างน้อย ถ้าจะให้รายการดีก็ต้องเพิ่มเข้าไป บางช่องตั้งขึ้นมาอาจไม่ได้ต้องการประกอบกิจการตรงนี้ เขาอาจตั้งขึ้นมาเพื่อสนับสนุนงานสื่อสารของคนใดคนหนึ่ง หรือกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง“
ผู้สื่อข่าวตั้งข้อสังเกตว่า ทีวีดาวเทียมที่เปิดส่วนใหญ่ขณะนี้จะเป็นพวกสินค้า ซึ่งบางครั้งก็โฆษณาเกินจริงไปบ้างในฐานะนายกสมาคมฯ คิดเห็นอย่างไร ดร.นิพนธ์ บอกว่า
“ผมเฝ้าดูพวกสินค้าที่มาทำทีวีดาวเทียม 3-4ปี เห็นบางรายทำแค่ 3-6 เดือนก็หายไปแล้ว แต่พวกนี้ก็จะหมดไปโดยเร็ว สคบ.(สำนักงานคระกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค) เขาดูคุณอยู่แล้วคิดว่า มันเกินจริงบอกได้เลย เขาจับได้เลยถูกปรับถูกติดคุก เขาลงโฆษณาทีวีดาวเทียม 100 ครั้งลงฟรีทีวีได้ครั้งเดียว บางสินค้าก็เจริญเติบโต การจะลงโฆษณาในทีวีดาวเทียมยากมาก เพราะต้องศึกษาให้ดีว่าช่องที่ลงมันมีแนวโน้มที่จะเป็นลูกค้าเราไหม ทีวีดาวเทียมมีกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจน ส่วนที่สินค้ามาเปิดช่องเป็นของตัวเองเขาก็คิดแล้วว่า คงต้องมีคนมาดูเขาบ้างล่ะ คนไม่ได้ดูเฉพาะรายการ บางคนชอบดูสินค้าและถ้าสินค้าเขาทำรายการที่ดีออกมามันก็ดูเพลินเลย“
ส่วนที่หลายคนยังสับสนหรือตัดสินใจไม่ได้ว่า จะเลือกดูทีวีดาวเทียมหรือเลือกทำช่องดาวเทียมย่านไหนดีระหว่างซีแบนด์กับเคยูแบนด์ในฐานะนายกสมาคมฯ และผู้คร่ำหวอดในวงการสื่อจะมีคำแนะนำอย่างไร ดร.นิพนธ์ตอบว่า
“ย่านซีแบนด์กับเคยูแบนด์ ถ้าขนาดนี้คนลงเคยูแบนด์เยอะขึ้นกว่าแต่ก่อน แต่คนก็ใช้ทั้ง 2 อย่างนะครับ แล้วแต่จุดประสงค์ ถ้าคุณมีสินค้ามีรายการที่ดีและอยากจะให้คนรู้จักสินค้าคุณเพิ่มมากขึ้นหรือต้องการให้สถานีเคเบิลระบบตามสายเอาไปถ่ายทอดต่ออีกช่วง ก็ต้องเป็นย่านซีแบนด์ แต่ถ้าคิดว่าจะเจาะลูกค้าตามบ้านก็ต้องเป็นเคยูแบนด์แล้วแต่คนจะเลือกในอนาคตก็จะเปลี่ยนเป็นดิจิทัลกันหมดแล้วดูได้ 2 แบบ“
ส่วนเพลงลูกทุ่งที่เปิดกันหลายช่องทางทีวีดาวเทียมในขณะนี้ คิดว่าจะเป็นผลดีหรือไม่ต่อวงการเพลงลูกทุ่ง
“เมื่อก่อนลูกทุ่งมีฟังแต่ทาง AM ไม่มีใน FM พอมีคนเอามาลงใน FM แล้วทำไมถึงได้ดัง เพราะมันมีช่องเดียวคนก็แห่มาฟัง ถ้าเพลงแนวอื่นมีเป็นสิบๆ ช่องคนฟังมันก็เฉลี่ยกันไป ขณะนี้ถ้ามีลูกทุ่งช่องเดียวก็อยู่ได้ถ้ามีมากขึ้นมันก็ถูกแบ่งคนดูออกไป บางช่องที่ไม่เป็นมืออาชีพก็จะอยู่ไม่ได้“
เมื่อถามถึงกฎหมายที่กำลังจะออกมาหลายฝ่ายมองว่า เป็นการควบคุมจำกัดเสรีภาพเกินไปไหมนายกสมาคมโทรทัศน์ดาวเทียม(ประเทศไทย)ตอบว่า
“การที่จะตั้งหน่วยงานขึ้นมาควบคุมดูแลทีวีดาวเทียม ถ้าถามผมว่าควรจะทำไหม มันไม่ควรจะทำ เพราะเราต้องการให้การสื่อสารมีเสรี มันดีนะ เขาลืมหลักสำคัญไปว่ากฎหมายให้เราสื่อสารแบบมีเสรีภาพ เราคงต้องรวมกลุ่มกันให้กฎหมายที่ออกมาเป็นกฎหมายที่ใช้ได้ไม่ใช่ออกมาแล้วบังคับควบคุมเหมือนกับฟรีทีวี ประเทศที่เจริญแล้วเขาไม่ควบคุมเพียง แต่ว่าถ้าเขารายงานไม่จริงคุณฟ้อง แค่ตรงนั้นก็ได้แล้ว ส่วนใครที่โฆษณาเกินจริงอันนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเขาดูอยู่และคงมีการดำเนินการแน่นอน ในกรุงเทพฯ ไม่ค่อยมี แต่ต่างจังหวัดจะเยอะมาก“



