บันเทิง

พบ“โฆษณาตรงโฆษณาแฝงช่อง 3-5-7-9เกินกม.

พบ“โฆษณาตรงโฆษณาแฝงช่อง 3-5-7-9เกินกม.

16 ธ.ค. 2552

“ มีเดียมอนิเตอร์ ” เผยผลสำรวจ “ โฆษณาตรงโฆษณาแฝง ” พบ 3-5-7-9 โฆษณาตรงเกินกฎหมาย ขณะที่โฆษณาแฝงลามทุกรายการ เว้นข่าวพระราชสำนัก ประชุมรัฐสภา แย่สุดใช้เด็กเป็นร่างทรงโชว์สินค้าในรายการ ชี้กฎหมายไม่ทันเกม แก้ปัญหาผิดจุด แนะ 5 ข้อคุมโฆษณาแฝง บทลงโทษต

 (16ธ.ค.)  ที่สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.)   โครงการศึกษาเฝ้าระวังสื่อและพัฒนาการรู้เท่าทันสื่อเพื่อสุขภาวะของสังคม ( Media Monitor )   แถลงข่าว “ จุดร่วมและทางออกโฆษณาทางฟรีทีวี : ผู้ผลิตอยู่รอด สังคมอยู่ได้อย่างเป็นธรรม ”   

นายธาม     เชื้อสถาปนศิริ     ผู้จัดการกลุ่มงานวิชาการ โครงการเฝ้าระวังสื่อฯ   กล่าวว่า   แม้ไทยใช้พ.ร.บ.การประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียงและกิจการวิทยุโทรทัศน์ พ . ศ . 2551 เพื่อ ควบคุมการโฆษณา แต่ยังพบปัญหาข้อกฎหมายตามไม่ทันกลยุทธ์ของผู้ประกอบการ เนื่องจากปัจจุบันมีการโฆษณาแฝงมาก ไร้กฎหมายควบคุมที่ชัดเจน อีกทั้งมีการใช้วิธีเปลี่ยนแปลงรูปแบบและการโฆษณา   ขณะที่กรมประชาสัมพันธ์   ไม่มีอำนาจในการออกประกาศ ระเบียบ การโฆษณาเพื่อบังคับใช้กับสถานีโทรทัศน์ช่องต่างๆ  

 นายธาม   กล่าวว่า   จากการศึกษาโฆษณาตรงทางสถานีโทรทัศน์ช่องต่างๆ ตั้งแต่วันที่ 25-27 ก.ย. 2552 ตลอด 24 ชั่วโมง พบว่า   มี 4   ช่องที่โฆษณาเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ได้แก่ 1. ช่อง 9   รวม 3 วัน มีการโฆษณาเกิน 192   นาที หรือเฉลี่ยวันละ 1 ชั่วโมง   2. ช่อง 3 โฆษณาเกิน 149  นาที 3. ช่อง 7   โฆษณาเกิน 111 นาที   และ 4. ช่อง 5   โฆษณาเกิน 106  นาที   ขณะที่ช่อง 11- สทท . ไม่พบการโฆษณาตรงเกินกว่าที่กำหนด   นอกจากนี้เมื่อวัดจากจำนวนที่มีการโฆษณาแฝง พบมากที่สุด คือ ช่อง 5   มีการโฆษณาแฝงถึง 85.8%   ช่อง 9 มีการโฆษณาแฝง 83.3 %   ช่อง 7   โฆษณาแฝง 74.8%    ช่อง 3   โฆษณาแฝง 68.7%  และช่อง 11   โฆษณาแฝง 48.1%  

 นายธาม   กล่าวว่า   สำหรับวิธีการโฆษณาแฝงที่พบบ่อยที่สุด คือ 1 . โฆษณาแฝงสปอตสั้นหรือวีทีอาร์ โดยใช้ภาพโฆษณาสินค้า ประมาณ 4-7 วินาที   ในช่วงเข้าเนื้อหารายการ  2 .โฆษณาแฝงวัตถุ โดยตั้งใจจัดฉากให้เห็นสินค้าชัดเจน โดยเฉพาะฉากละครซิทคอมที่ร้านขายสินค้าจะเป็นจุดหลักของการโฆษณา   ส่วนรายการข่าวจะนิยมใช้แก้วกาแฟ   กล่องนม ซองขนมปัง และคอมพิวเตอร์โน้ตบุ้ค   3.การโฆษณาแฝงภาพกราฟฟิก มีความถี่บ่อย ฉายเวียนซ้ำกันในระหว่างเบรก และ4. การโฆษณาแฝงไปกับเนื้อหา แม้จะพบในระดับที่ไม่มาก แต่มีลักษณะที่แนบเนียน

    “ การโฆษณาดังกล่าว ถือว่าผิดกฎหมาย ตามพรบ.การประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์   2551 มาตรา 23 ว่าด้วยสัดส่วนการโฆษณาธุรกิจ เนื่องจากการโฆษณาตรงต้องออกอากาศในช่วงที่ไม่ใช่เนื้อหารายการ โดยใช้เกณฑ์การโฆษณาธุรกิจ เฉลี่ยทั้งวันต้องไม่เกิน 10 นาทีต่อชั่วโมง   อย่างไรก็ตามมีหลายช่องที่โฆษณาแฝงแทบทุกรายการ ยกเว้นการถ่ายทอดสดการประชุมรัฐสภา ข่าวพระราชสำนัก นอกจากนี้ยังพบว่ารายการเด็กและเยาวชน มีการใช้กลยุทธโฆษณาแฝงที่แนบเนียน จัดฉากให้เด็กมีส่วนร่วมในการโชว์สินค้า   เด็กหรือผู้ร่วมรายการเป็นเหมือนร่างทรง ทั้งที่ไม่ได้รับผลประโยชน์ใดๆ ”  นายธาม   กล่าว  

   นายธาม   กล่าวว่า   ที่ ประชุมกรรมการวิชาการของโครงการศึกษาเฝ้าระวังสื่อฯ เห็นตรงกันว่า ร่างประกาศโฆษณาแฝงที่กำลังพิจารณาโดยสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ . ) ไม่ทำให้โฆษณาแฝงลดลง ไม่ครอบคลุมวิธีการแฝงโฆษณาบางประเภท เช่นการแฝงโฆษณาเข้าไปกับเนื้อหา ตัวบุคคล บทสนทนา โดยไม่มีบทลงโทษหรือเอาผิดผู้ฝ่าฝืน ขัดต่อกฎหมายบางฉบับ ทั้งนี้คณะกรรมการวิชาการของโครงการฯ ข้อเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาเรื่องโฆษณาแฝง ซึ่งเป็นแนวทางเดียวกันกับประเทศอื่นๆ 5 ข้อ ได้แก่ 1. โฆษณาแฝง ไม่ควรมีในรายการข่าว รายการเด็กเยาวชนโดยเด็ดขาด 2.รายการที่มีโฆษณาแฝงมาก เช่น ละคร ภาพยนตร์ ซิทคอม เกมโชว์ วาไรตี้ ควรกำกับดูแลโฆษณาแฝง ไม่เอาเปรียบผู้บริโภค

 นายธาม    กล่าวว่า   ข้อ3. มีบทลงโทษ ปรับ หากพบว่ามีโฆษณาแฝงในรายการที่ห้ามหรือเกินกำหนด 4. การโฆษณาแฝง หากมีในเนื้อหารายการ ต้องมีสัญลักษณ์ว่า “ เป็นโฆษณา ” และ 5.การโฆษณาแฝงผ่านสื่อ ควรแจ้งข้อมูลทางการเงินหรือผลตอบแทนเพื่อความโปร่งใส อย่างไรก็ตามเครือข่ายครอบครัวและองค์กรที่ทำงานด้านสื่อและเด็ก   เห็นว่าข้อเสนอดังกล่าวอาจมีความเป็นไปได้ในทางปฏิบัติและจะนำข้อเสนอนี้ไปให้กับ นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และในฐานะ ประธานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ( สคบ . ) เพื่อพิจารณาต่อไป