
"แบงค็อก วินเทอร์ มิวสิก เฟสท์" ขอเป็นตัวเลือกเพื่อคนกรุงเทพ
เรียกว่าทำกันด้วยใจล้วนๆ เพราะกระทั่งถึงวันแถลงข่าวก็ยังไม่มีสปอนเซอร์หลักให้เห็น สำหรับเทศกาลดนตรีรับลมหนาว "แบงค็อก วินเทอร์ มิวสิก เฟสติวัล 2009" ซึ่ง นิว อินเตอร์ คลาสสิก เอ็กซิบิชั่น (NICE) ผู้จัดหน้าใหม่ที่ขอก้าวมาจับธุรกิจคอนเสิร์ต ลุกขึ้นมาประเดิม
สมศักดิ์ มาลัง กรรมการผู้จัดการ นิว อินเตอร์ คลาสสิก เอ็กซิบิชั่น เปิดเผยว่าก่อนหน้านี้บริษัทจะรับจัดงานเอ็กซิบิชั่นต่างๆ ภายในศูนย์การค้า จัดทำอีเวนท์ให้แก่ส่วนราชการ รวมไปถึงอยู่เบื้องหลังงานคอนเสิร์ตต่างๆ มาบ้าง การลุกขึ้นมาจัดคอนเสิร์ตใหญ่เองเป็นเพราะเห็นช่องทางในการขยายธุรกิจ เนื่องจากเล็งเห็นว่าธุรกิจคอนเสิร์ตมีอัตราการเติบโตสูง
"พอเราคิดว่าน่าจะจัดเองได้ ก็มาคิดคอนเซ็ปต์กัน เรามองว่าปัจจุบันคอนเสิร์ตใหญ่ๆมักจะไปจัดยังต่างจังหวัด ผู้ชมจะต้องนอนค้างคืน และมักจะมีปัญหาความไม่สะดวกในเรื่องที่พัก การจราจรที่ติดขัด ซึ่งเชื่อว่าก็จะมีแฟนเพลงบางกลุ่มไม่มีกำลัง ไม่สามารถที่จะตามไปดูได้ เราเลยเลือกที่จะจัดเทศกาลดนตรีครั้งนี้ขึ้นในกรุงเทพฯ เพื่อเป็นของขวัญให้แก่คนกรุงเทพฯ
ส่วนที่เลือกสนามราชมังคลากีฬาสถาน เป็นเพราะความเหมาะสมในหลายๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นจุดที่ตั้ง ซึ่งอยู่ใจกลางเมือง ลักษณะของสนามที่แบ่งเป็นสัดส่วน สามารถแบ่งโซนเพื่อให้แฟนเพลงทุกกลุ่มมาเสพความสุขได้ จะเห็นได้ว่าราคาบัตรเราต่ำสุดอยู่ที่ 300 บาท เรียกว่าถูกที่สุดสำหรับคอนเสิร์ตที่ใหญ่และมีศิลปินมากขนาดนี้ เพราะถ้าเทียบกับคอนเสิร์ตที่จัดที่อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี อย่างน้อยบัตรถูกสุดก็อยู่ที่ 600-700 บาท"
เมื่อถามถึงเรื่องของสปอนเซอร์ ว่าเป็นเพราะเหตุใดจึงยังไม่มีเข้ามา ผู้บริหารคนเดิม ยอมรับว่าด้วยความที่เป็นผู้จัดหน้าใหม่ ทำให้การเตรียมงานล่าช้า ประกอบกับเป็นช่วงปลายปี ทำให้เมื่อนำไปเสนอก็พบว่างบของสปอนเซอร์ต่างๆ ได้ปิดไปแล้ว จึงได้แต่หวังว่าอาจจะมีสปอนเซอร์ใจดีเข้ามาร่วมสนับสนุนในช่วงเวลาอันใกล้นี้
"เราเริ่มคิดโปรเจกท์นี้มาตั้งแต่เดือนกรกฎาคม แต่เนื่องจากเราต้องติดต่อศิลปิน สถานที่ และเตรียมงานด้านอื่นๆ อีก ทำให้เวลาต่างๆ บีบเข้ามา แต่ก็เชื่อมั่นว่าจะมีผู้สนับสนุนเห็นในความตั้งใจที่จะส่งความสุขให้คนกรุงเทพฯ ของเราและร่วมเข้ามาสนับสนุน คือเราเดินหน้ามา 70 เปอร์เซ็นต์แล้ว เหลือเวลาอีก 10 วันก็ต้องเดินต่อ
ถามว่ากังวลหรือไม่ ก็มีกังวลบ้าง แต่ปีนี้เราเองในฐานะผู้จัดหน้าใหม่ก็ไม่ได้คาดหวังเรื่องของรายได้มากนัก ปีแรกนี้เราอยากทำให้งานครั้งนี้เกิดขึ้นมาเป็นที่รู้จักก่อน หากสำเร็จ ปีหน้าภาพงานก็จะชัดขึ้น และสามารถเดินต่อไปได้ เพราะเราตั้งใจจะจัดให้เป็นเทศกาลดนตรีสำหรับคนกรุงเทพฯ ที่มีประจำทุกปี"
ถามต่อว่าแล้วกังวลเรื่องจำนวนผู้ชมหรือไม่ เนื่องจากสนามราชมังคลากีฬาสถาน เป็นสนามที่ใหญ่มากจุคนถึง 60,000 คน อีกทั้งวันที่จัดยังใกล้กับช่วงเทศกาลวันหยุดยาว สมศักดิ์ ตอบว่าเขาคาดหวังว่าจะมีแฟนเพลงเข้ามาดูราว 25,000 คนเท่านั้น เนื่องจากใช้พื้นที่จริงเพียงครึ่งสนาม ซึ่งยอมรับว่าก็มีความกังวลบ้าง
สำหรับความพิเศษของเทศกาลดนตรีครั้งนี้ ผู้บริหารไนซ์ กล่าวว่าเขาเตรียมเนรมิตหิมะเทียม โปรยในบริเวณด้านหน้าสนามฝั่งที่ติดกับเวที เพื่อสร้างบรรยากาศ นอกจากนั้นเวทีที่ใช้ในการแสดงยังถือว่าเป็นเวทีที่ยาวที่สุดเท่าที่เคยจัดมา นั่นคือ ยาว 80 เมตร พร้อมจอแอลซีดีที่ใหญ่ที่สุดในเมืองไทย
"หากงานครั้งนี้ไม่สำเร็จเราก็พร้อมจะเดินต่อ แต่เราก็เชื่อมั่นว่าจะได้การตอบรับที่ดี โดยกลุ่มแฟนเพลงที่เรามองไว้หลักๆ 60 เปอร์เซ็นต์จะเป็นวัยรุ่น นักศึกษาที่ฟังเพลงแนวนี้ และอีก 40 เปอร์เซ็นต์ เป็นกลุ่มคนที่เริ่มทำงาน ไม่เกิน 35-40 ปี"
ส่วนปีหน้า (2553) เขาเผยด้วยว่าเตรียมวางแผนที่จะจัดคอนเสิร์ตไว้ถึง 4 โปรแกรม โดยเน้นถึงคอนเซ็ปต์ที่แปลก แตกต่าง เพื่อสู้กับผู้จัดรายอื่นๆ ที่มีจำนวนมาก
ผู้ที่สนใจสามารถหาซื้อบัตรได้ที่ไทยทิคเก็ตเมเจอร์ทุกสาขา รายได้หลังหักค่าใช้จ่ายส่วนหนึ่งทางผู้จัดยังเตรียมมอบให้แก่ 9 มูลนิธิ อันได้แก่ มูลนิธิเพื่อเยาวชนชนบท, มูลนิธิธรรมรักษ์ วัดพระบาทน้ำพุ, สถานรับเลี้ยงเด็กยากจน บ้านครูน้อย, มูลนิธิบ้านเด็กตาบอดและพิการซ้ำซ้อน, มูลนิธิสถาบันแสงสว่าง, มูลนิธิเพื่อนช้าง, มูลนิธิเพื่อการรักษาสุนัขจรจัด, กองทุนโรคมะเร็งในเด็กในพระอุปถัมภ์ และ กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ การกีฬาแห่งประเทศไทย อีกด้วย



