บันเทิง

ศิลป์แห่งแผ่นดิน - จันทร์เจ้าขา

ศิลป์แห่งแผ่นดิน - จันทร์เจ้าขา

15 ธ.ค. 2552

วันก่อนพาลูกชายคนเล็ก “รินคม” ไปรับการฉีดวัคซีนที่ศูนย์อนามัยฯ นอกจากตรวจสุขภาพทั่วไปแล้ว ทางศูนย์ได้ตรวจพัฒนาการด้านต่างๆ ให้ด้วย เด็กๆ อีกหลายคนของพ่อแม่อีกหลายท่าน ลูกเธอลูกฉันล้วนแต่เป็นเด็กของโลก เป็นบุตรของธรรมชาติ พ่อแม่มองดูลูกของตนเองเปรียบเทียบก

  คืนเดือนหงายผมพาลูกออกมาชมจันทร์ สอนลูกให้พูด “เกิ้ง” เขาออกเสียง “เก้อ” แล้วผมก็ร้องกลอน “จันทร์เอ๋ยจันทร์เจ้า ขอข้าวขอแกง ขอแหวนทองแดง ผูกมือน้องข้า ขอช้างขอม้า ให้น้องข้าขี่ ขอเก้าอี้ให้น้องข้านั่ง ขอเตียงตั้งให้น้องข้านอน ขอละครให้น้องข้าดู ขอยายชูเลี้ยงน้องข้าเถิด ขอยายเกิดเลี้ยงตัวข้าเอง”

 “เกิ้ง” เป็นภาษาลาว ส่วนจันทร์เจ้าบนฟ้านั้นเป็นของทุกคน เด็กทุกคนเป็นเด็กของโลก เป็นอนาคต เป็นความหวังของแผ่นดิน

 ผมได้ฟังเพลง “จันทร์เจ้าขา” เวอร์ชั่น “โฮป” หลายครั้งในหลายโอกาส หลายสถานที่ บางบรรยากาศ บางอารมณ์ เล่นเอาขนลุก รู้สึกซาบซึ้งในเนื้อหาของเพลงที่ขับร้องอย่างไพเราะ อย่างพอเหมาะพอดี โดยคุณบุษปรัชต์ โดยมีคู่ชีวิต คุณสุเทพ ถวัลย์วิวัฒนกุล เล่นกีตาร์พร้อมร้องประสานอยู่เคียงข้าง เพลง “จันทร์เจ้าขา” ถือเป็นเพลงเพื่อชีวิตอมตะ อีกเพลงหนึ่งที่ใครๆ ได้ฟังก็ต้องซาบซึ้ง ด้วยท่วงทำนองง่ายๆ และคำร้องที่คมกริบ แบบฟันฉับเดียวขาด

 “ฉันเหมือนนกบาดเจ็บ ที่บินหลงฟากฟ้า...” ฟังประโยคแรกก็อยากฟังต่อ

 ผมได้ฟังเพลงนี้ครั้งล่าสุดที่ “สตูดิโอ บางกอก” ปากเกร็ด ในห้องถ่ายทำรายการ ดนตรี กวี ศิลป์ ตอน “อยากเห็นเธองดงามตามวัย” (โครงการของมูลนิธิเด็ก ที่จัดทำเพลงขึ้นมาหนึ่งชุดในวาระครบรอบ 30 ปีของมูลนิธิ)

 ได้ฟังซ้ำแล้วซ้ำเล่าหลายรอบ (หลายเทค) บนเวทีที่จัดขึ้นเฉพาะกิจ เพื่อถ่ายทำรายการ “แบ็กกราวด์” ตกแต่งด้วยภาพใบหน้าหลากหลายของเด็กๆ ต่างวัย ต่างเพศ ต่างผิว ต่างพรรณ เป็นภาพขาว-ดำ รายเรียงละลานตา หลากรูป หลายอารมณ์

 ประกอบกับแสง-สี ที่พุ่งสาดพาดสายสลับไปตามอารมณ์เพลงหมอกควันฟุ้งสยาย แสงส่องฉายเน้นที่สองศรีสามีภรรยา ที่ตั้งอกตั้งใจขับร้อง บรรเลง แต่แล้วก็มีเสียงผู้กำกับสั่ง “คัท” ผมได้ฟังเพลง “จันทร์เจ้าขา” หลายรอบจนอิ่ม จนร้องตามได้ จำเนื้อเพลงได้ครบถ้วน “จันทร์เจ้าขา อาหารไม่พอ ครูกับหมอบ้านฉันไม่มี จันทร์เจ้าขาช่วยฉันสักที แก้วแหวนมณีฉันไม่ต้องการ”

 “ขออาหารพอกินก็พอ ครูกับหมอสักคนดีๆ...”

 เนื้อหาของเพลงไม่มีอะไรซับซ้อน เพียงแค่การ “ร้องขอ” อย่างตรงไปตรงมา หากแต่อารมณ์ของเพลงบรรเจิดขึ้น ก็เพราะผู้แต่งเพลงนี้นำเพลงกล่อมพื้นบ้านมาใช้ ทำให้เกิดความรู้สึก “บาดใจ”

 “แก้วแหวนมณี ฉันไม่ต้องการ”
 ผู้แต่งคำร้อง-ทำนอง คือ นายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ท่านหนึ่ง (ปัจจุบันเกษียณอายุราชการแล้ว) ซึ่งผมมักได้พบเห็นท่านอยู่เสมอๆ ในงานหรือกิจกรรมที่เกี่ยวกับวรรณกรรม ศิลปะ ดนตรี ท่านเป็นนายตำรวจที่มีบุคลิกภาพพิเศษ ที่แตกต่างไปจากภาพตำรวจที่ผู้ใหญ่เคยนำมาขู่เด็กๆ ให้หยุดร้องไห้

 ท่าน พล.ต.ต.สุรศักดิ์ สุทธารมณ์ หรือ “พี่ยาว” ผมไม่รู้จักท่านเป็นการส่วนตัว แม้เคยพบท่านหลายครั้ง อาจเป็นเพราะผมกลัวตำรวจ (ฝังใจมาแต่เด็ก) จึงปิดโอกาสตนเองที่จะได้รู้จักกับท่าน ได้แต่แอบสนใจอยู่ห่างๆ ทราบว่าท่านรักการขีดๆ เขียนๆ สนใจศิลปะ ท่านแต่งเพลงไว้หลายเพลง เพลงของท่าน “ผูกพัน” กับชีวิต อุดมการณ์ของท่าน ถ่ายทอด ถ่ายเท สู่จิตใจผู้คนอย่างเปี่ยมฝัน และมุ่งมั่น

 เพื่อนๆ พี่ๆ หลายคนในวงการศิลปะหลายสาขา ล้วนกล่าวถึงท่านในทางชื่นชอบ และชื่นชม ผมเองคงต้องปรับเปลี่ยนความรู้สึก “กลัวตำรวจ” ที่ฝังใจมาตั้งแต่วัยเยาว์ คนที่กลัวตำรวจควรจะมีแต่พวกโจรผู้ร้ายเท่านั้น เหตุผลลึกๆ ทางจิตวิทยาว่า คนที่ซ่อนผิดบาปอยู่ในใจมักจะหวาดกลัวอย่างไม่มีเหตุผล

"ศักดิ์สิริ มีสมสืบ"