
มองผ่านเลนส์คม - บิ๊กเสือ
หัวค่ำๆ วันหนึ่งผมได้ฟังรายการพิเศษหลังเคารพธงชาติ ซึ่งปกติจะเป็นรายการสร้างสรรค์ ที่แทรกมาให้ฟังกันทุกวัน
วันนั้นผมสะดุดกับการให้สัมภาษณ์ออกอากาศขององคมนตรีพลเอกพิจิตร กุลละวณิชย์ หรือ”บิ๊กเสือ" อดีตนักเรียนนายร้อย จปร.รุ่นที่ 2 ซึ่งเป็นรุ่นน้อง "บิ๊กจิ๋ว" หนึ่งรุ่น
ท่านพูดถึงประโยคๆ หนึ่งว่า ปัญหาต่างๆ ในบ้านเมืองที่เกิดขึ้นทุกวันนี้ ส่วนหนึ่งเกิดจากที่ผ่านมาประเทศไทยเรามุ่งสร้างแต่วัตถุ โดยขาดการ ”สร้างคน” ซึ่งท่านกำลังมีโครงการร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ทำกิจกรรมเพื่อสร้างความสำนึกที่ดีให้คนรุ่นใหม่
ท่านยกตัวอย่างกิจกรรมหนึ่งว่า ในต่างประเทศเด็กเล็กๆ จะถูกปลูกฝังให้ไปดูพิพิธภัณฑ์หรือมรดกของชาติ เพื่อให้เด็กได้มีความรักเข้าใจและหวงแหนแผ่นดิน ท่านบอกว่า อย่างวัดพระแก้ว คนไทยบางคนอาจจะยังไม่เคยมาสัมผัสและในอนาคต คนรุ่นใหม่จะมีความหวงแหนสิ่งที่คนรุ่นบรรพบุรษได้สร้างขึ้นมากันหรือไม่
ซึ่งสิ่งที่ท่านกล่าวนั้น ถ้าใครเคยไปเที่ยวต่างประเทศจะเห็นพ้องว่า เวลาเราไปเที่ยวตามสถานที่สำคัญของแต่ละประเทศ เราจะเห็นเด็กๆ นักเรียนตัวเล็กๆ หรือบรรดาหนุ่มสาวเยาวชนเรียงแถวเดินชมสถานที่ มือก็จดบันทึกกันไป ซึ่งภาพเช่นนี้ไม่ค่อยได้เห็นในสถานที่สำคัญของไทย ยกเว้นในห้างสรรพสินค้า
ต้องยอมรับว่า ความคิดอ่านของเด็กยุคนี้ ถ้าได้คุยกับเขาแล้วน่าห่วงจริงๆ ลูกชายของเพื่อนผมคนหนึ่ง คุยกับพ่อแม่เขาว่า เมื่อไหร่จะพาเขาไปเที่ยวต่างประเทศบ้าง เพราะเดี๋ยวปี 2012 โลกจะแตกแล้ว เพราะเด็กเพิ่งไปดูหนังเรื่องดังกลับมา
อิทธิพลของสื่อทำให้เด็กมีความคิดเปลี่ยนไปมาก เด็กชายหญิงหน้าตาดี ไม่ค่อยใฝ่เรื่องการเรียน คิดแต่จะประกวดร้องเพลง ความงาม อยากเป็นศิลปิน อยากรวยเร็วๆ
เด็กนักเรียนสาวๆ มีจ็อบพิเศษเต้นแดนเซอร์ แทนที่จะคิดอ่านหางานพิเศษที่ใช้สติปัญญามากกว่าเอาเรือนร่างไปหากิน เดี๋ยวนี้ไม่ใช่เฉพาะผู้หญิงเท่านั้น ผู้ชายในวงการบันเทิงที่สมองกลวงๆ ก็อ้างคำว่าศิลปหันมาถ่ายนู้ดสร้างกระแส เป็นตัวอย่างเลวๆ ให้เด็ก
ขอสนับสนุนความคิดของท่านองคมนตรีอย่างสุดตัว และขอไว้อาลัยกับคนที่คิดสวนทาง ในขณะที่คนหนึ่งสร้างแต่คนหนึ่งจ้องทำลายทางอ้อม
แม้จะดูเหมือนเป็นนามธรรมแต่ฟังแล้ว ทำให้ชีวิตมีความหวังขึ้นว่า อย่างน้อยมีผู้ใหญ่ในบ้านเมืองมีความคิดอ่านแบบนี้ ไม่เหมือนคนแก่บางคนลุกขึ้นมาทำอะไรไม่เข้าท่าให้เขาก่นด่ากันทั่วบ้านเมือง
"นคร ศรีเพชร"



