
คมเคียมคมปากกา-วิทยุชุมชนคนท้องถิ่น
เมื่อใดได้เดินทางไปในจังหวัดต่างๆ เปิดวิทยุในรถฟัง เราจะได้สัมผัสความแปลกใหม่ของคลื่นวิทยุชุมชน
ความแปลกใหม่นั้นก็เช่น การทำสปอตโฆษณา ซึ่งวิทยุชุมชนจะมีการโฆษณาที่แปลกออกไปจากคลื่นวิทยุหลัก คือสินค้าประเภทรายเล็กรายน้อยก็สามารถมาโฆษณากับเขาได้ เช่นที่เคยฟังคลื่นทางภาคเหนือ แถบจังหวัดตาก ลำปาง มีการโฆษณาช่างสร้างบ้าน ช่าง ก. ช่าง ข. มีความชำนาญงาน ท่านจะสร้างบ้าน ต่อเติมบ้าน ให้โทรมาที่...
หรือกระทั่งร้านข้าวแกง ร้านหมูยอ ร้านผลิตแหนม น้ำพริกหนุ่ม แคบหมู ก็มาออกคลื่นโฆษณาได้ เข้าใจว่าราคาค่าโฆษณาน่าจะไม่แพง เดือนละห้าร้อยบาท พันบาทก็ออกกระจายเสียงกับเขาได้แล้ว เท่ไหมล่ะพี่น้อง เผลอๆ ป้าแม้นขายขนมครก ก็มีโอกาสออกคลื่นกับเขาได้เหมียนกัลล์
วิทยุชุมชนนั้นเกิดขึ้นมาตามรัฐธรรมนูญฉบับปี พ.ศ. 2540 ที่ถูกฉีกไปแล้ว มาตราอะไรก็ลืมๆ จำไม่ได้ เพราะรัฐธรรมนูญไทยนั้นจำยาก ใช้ไม่นาน เดี๋ยวก็มีพวกมาไล่ฉีกแล้วฉีกอีก น่าเบื่อระอา แถมบรรดาผู้รู้ดอกเตอร์ทางรัฐศาสตร์ ดอกเตอร์ทางนิติศาสตร์ก็เฮกันมาสนับสนุนการฉีกรัฐธรรมนูญอีกด้วย บ้านเมืองของเราถึงได้เป็นอยู่อย่างที่เห็นกันนี้ ก็ไหนบอกว่ารัฐธรรมนูญเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของบ้านเมือง...กร๊วกเอ้ย
ล่าสุดขับรถผ่านไปทางราชบุรี เปิดวิทยุชุมชนคลื่นของชุมชนไหนก็ไม่แน่ใจ แต่สะดุดใจตรงที่เขา...เรียกว่าอะไรล่ะ ถ่ายทอดรายการของคลื่นส่วนกลางที่ยิงสัญญาณไปยังวิทยุเครือข่ายทั่วประเทศ ตั้งชื่อตัวเองว่าคลื่นวิทยุปกป้องสถาบัน เนื้อหาในรายการก็คือ...จินตนาการได้ว่าเขาจะพูดเรื่องอะไร แดงกระจุย เหลืองบรรเจิด
วันที่ได้ฟังมีบทความเรื่องความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชา ยกกลอนเขียนโดย ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช ที่เขียนไว้ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2502 ลำเลิกเรื่องโคตรตระกูลเจ้ากัมพูชาว่าเคยมาพึ่งพาสยามแล้วเนรคุณ อะไรประมาณนั้น ตามแนวคิดของพวกอำมาตย์ที่ชอบดูหมิ่นเพื่อนบ้านมาเป็นร้อยๆ ปี
ฟังแล้วเกิดความรู้สึกว่า ไทยกับเขมรคงจะรบกันในไม่ช้านี้ (ใครที่คลั่งชาติมากก็ไปรบเองตายเอง อย่าให้คนอื่นไปตายแทนก็แล้วกัน) ฟังไปพอจบบทความคลั่งชาตินั้นแล้วก็กลับมาสู่รายการของชุมชน ก็คือกลับมาสู่อารมณ์สบายๆ แบบชุมชน
วิทยุชุมชนได้เปลี่ยนกระแสและทิศทางของวิทยุไปอย่างชัดเจน เช่นในเรื่องของการผูกขาดคลื่นวิทยุ สมัยสิบกว่าปีที่แล้วจำได้ไหม ผอ.แสงชัย สุนทรวัฒน์ ถูกฆ่าตายก็เพราะเรื่องการแย่งคลื่นวิทยุ อสมท แต่มาวันนี้คลื่นวิทยุไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตายอีกต่อไป มีเงินสี่ซ้าห้าหมื่นก็สามารถมีสถานีวิทยุส่วนตัว...เอ๊ย วิทยุชุมชนได้แล้ว ไม่ใช่เรื่องยากที่จะมี แต่ยากตรงที่กระจายเสียงไปแล้ว คนเขาจะฟังหรือเปล่า
พัฒนาการเทคโนโลยีล่าสุด จากวิทยุชุมชน ก้าวไปสู่ยุคของ "ทีวีดาวเทียม" ใครมีกะตังค์สักหน่อยก็สามารถมีช่องทีวีดาวเทียมเองได้ แบบป้าเช็ง ต่อไปอาจมีทีวีลุงฉ่อง น้าฉิ่ง ว่ากันไปโดยเสรี ดีเหมือนกันเพราะช่องทีวีผูกขาดนั้นห่วยแตก
ห่วยสุดขีดคือรายการละครทีวี เบื่อจะไปวิพากษ์วิจารณ์
ล่าสุดค่ำวันที่ 2 ธันวาคม 2552 วิทยุชุมชนคนท้องถิ่นน้ำตกไทรโยคน้อย กาญจนบุรี เขาจัดรายการโต๊ะจีน ก่อตั้งชมรมมิตรเพลงสัมพันธ์ มีคนมาร่วมงานหลายร้อยคน มี อ๊อด โฟร์เอส ศิลปินคนท้องถิ่นไทรโยค มาร้องเพลงบรรเลงรำวงย้อนยุคให้สนุกอีกด้วยโดยไม่คิดค่าแรง เห็นแล้วก็ยินดีในความสำเร็จของคลื่นวิทยุชุมชน ซึ่งบรรดาดีเจอาสาสมัครเขาช่วยกันทำงานมาสี่-ห้าปี
วิทยุชุมชนแห่งนี้ ผมได้เห็นมาตั้งแต่เริ่มต้นที่แทบจะหาคนมาทำงานไม่ได้ เพราะกฎคุมเข้มห้ามหาประโยชน์ทางธุรกิจ อันเป็นกฎที่ขัดกับความเป็นจริงของชีวิต คนมาจัดรายการอย่างน้อยก็ต้องเติมน้ำมันรถ ต้องซื้อแผ่นเพลง ต้องสละเวลา และหากจะจัดรายการให้ดีมีคุณภาพก็ต้องทุ่มเทหาข้อมูล ฯลฯ
บัดนี้เขาได้คลี่คลายเจริญเติบโตขึ้น ก็ยินดีด้วย และรู้สึกว่ายุคแห่งการสื่อสารสมัยใหม่ ไม่มีใครสามารถมาผูกขาดไว้ได้อีกแล้ว ไม่ว่าวิทยุ หรือทีวี อย่าหลงตนหลงกระแส
วัฒน์ วรรลยางกูร



