
'นิหน่า' ครองรัก 'แบงค์' ครบ 9 ปี
"นิหน่า" สุฐิตา ปัญญายงค์ ยิ้มแต่งงานครบ 9 ปี มีลูกมาเติมเต็ม ขอทำตามสัญญาจะดูแลกันไปเรื่อยๆ เผยสามีต้องฟอลโล่อัพร่างกายทุก 3 เดือน ขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจ
บันเทิง คมชัดลึก - ทำเอาแฟนๆเป็นห่วงหลังทราบว่า "แบงค์" พชร ปัญญายงค์ ป่วยเป็นโรคมะเร็ง มีโอกาสได้เจอ "นิหน่า" สุฐิตา และลูกๆ ในงาน “Siam Paragon World Playground 2020 : The Magical Children’s Day” ณ แฟชั่น ฮอลล์ ชั้น 1 ศูนย์การค้าสยามพารากอน ซึ่งสาวนิหน่าได้กล่าวด้วยรอยยิ้มว่า วันนี้เป็นวันนี้ครบรอบแต่งงาน 9 ปี ก่อนจะกล่าวถึงอาการของสามีว่า
“เร็วมาก 9 ปีแล้ว เวลามันผ่านไปเร็วมาก แล้วปีนี้มันเหมือนกับว่าเราได้พิสูจน์อะไรไปอีกขั้นหนึ่ง ทำให้ชีวิตมีความหมายมากขึ้น วันนี้ไปดินเนอร์ที่เดิม ที่เราแต่งงานกัน เราจะกลับไปที่โรงแรมที่เราแต่งงานกันทุกปี จะพาลูกๆ ไปด้วย เราอยากให้ลูกๆ อยู่ในบรรยากาศอย่างนี้ ตอนนี้มีลูกๆ มาเติมเต็ม ซึ่งก่อนหน้านี้เราก็นึกถาพไม่ออก ก่อนที่เราจะแต่งงาน เราอยู่กันสองคน เป็นแฟนกัน แต่ตอนนี้เรามีหน้าที่บทบาท และลูกสองคน ลูกชาย ลูกสาว เราไม่คิดว่าจะมีภาพแบบนี้ อย่างแบงค์เขายังไม่อยากเชื่อเลยว่าเขาจะเป็นคุณพ่อที่กลับบ้านเร็ว ไม่มีปาร์ตี้ อยู่ดูแลลูกไปส่งไปรับลูกไปโรงเรียน มันก็รู้สึกดีที่เราสร้างครอบครัวมาด้วยกัน
(ไปดินเนอร์ที่เดิมทุกปี เราบอกเขาไหมว่าเป็นที่พ่อกับแม่แต่งงาน) บอก เราก็ไปถ่ายรูปหน้าห้องบอลรูมของโรงแรมแกรนด์ไฮแอท เอราวัณ เมื่อก่อนมีแค่แพททริก พอมีน้องริต้า ก็จะพาน้องไปด้วย มันจะมีภาพ 4 คนไปทุกปี มันก็จะรู้สึกว่ามันน่ารักดี แต่ปีนี้มันมีความหมายมากขึ้น เลยรู้สึกพิเศษ”
เมื่อถามต่อถึงอาการของ “แบงค์” พชร ว่าหลังจากเริ่มรักษาอาการป่วย ตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง ซึ่งนักแสดงสาวกล่าวว่า
“ต้องฟอลโล่อัพทุก 3 เดือน อย่างล่าสุดไปฟอลโล่อัพ เมื่อปลายเดือน ธ.ค. ที่ผ่านมา ก็โอเค ตัวเนื้อไม่ดีไม่มีแล้ว ส่วนจุดเล็กๆ อื่นๆ มันไม่ได้ใหญ่ขึ้น คุณหมอบอกตั้งแต่ตามมาตั้งแต่ครั้งแรกมันดูดี แต่ยังไงต้องใช้ชีวิตอย่างระวัง ทานอาหารให้ดี ออกกำลังกาย และตรวจทุกๆ 3 เดือน ไปประมาณ 1 ปี ผลออกมาอย่างนี้เราก็เบาใจ แต่พอจะครบ 3 เดือน เราก็จะกังวน สุดท้ายแล้วรู้สึกว่าถ้าเราดูแลตัวเองดี เราไม่ประมาณ ติดตามอาการใกล้ชิด มันน่าจะโอเค เพราะว่าโรคนี้มันชะล่าใจไม่ได้ จะรู้สึกว่าฉันไม่เป็นไร ไม่ได้ โชคดีที่เราเจอเร็ว หาคุณหมอเร็ว เรารักษาได้ อย่างไรก็ตาม เราต้องดูแลกันไปเรื่อยๆ
(ต้องดูแลกันเข้มงวดกว่าเดิมไหม) ทางเรื่องของร่างกาย นิน่าดูแลเจาเรื่องอาหารการกิน ตัวเขาเองก็จะรู้ว่าอะไรควรไม่ควรทาน แต่เราก็ไม่ได้ทำให้เขารู้สึกเครียดว่าจากก่อนสังสรรค์ เดี๋ยวนี้สังสรรค์ไม่ได้ ให้ทานอาหารให้ครบ 5 ไม่ทานซ้ำจนเกินไป ใช้ชีวิตให้ปกติ เราพาลูกไปเที่ยว อยู่ด้วยกันเหมือนปกติ อันนั้นน่าจะเป็นการดูแลจิตใจที่ดีที่สุดแล้ว เมื่อเช้าอย่างที่โพสต์ไป เราก็สัญญาว่าจะดูแลกัน ไม่ว่าจะเป็เวลาที่มีความสุขหรือทุกข์ ปีนี้มันพิสูจน์ได้มากว่าเราไม่เคยหวังไหวเลย เราเชื่อว่ามันต้องโอเค แล้วความเชื่อนั้นมันเป็นจริง สุดท้ายเขาก็เชื่อว่าเราแข็งแรง เขาก็ไม่กังวล เราก็รู้สึกว่าเราแข็งแรง เด็กๆ เขาก็รู้สึกว่ามันไม่ได้มีอะไรน่ากลัว แล้วมันก็ผ่านไปได้ ต้องฝากขอบคุณ ทุกๆคนที่ฝากกำลังใจมาให้มากมายจริงๆ”



