
มองผ่านเลนส์คม - ตลกทำหนัง...แล้วไง!?
เพิ่งไปดูหนังเรื่อง แหยม ยโสธร 2 มา
แม้จะตั้งใจมาจากบ้านแล้ว แต่แกล้งๆ กวาดตาดูโปรแกรม ชัดเลยว่าโรงหนังบนห้างย่านบางนากว่า 10 โรง มีเรื่องแหยมฉายเกินครึ่ง!!
ก็เข้าใจได้ เพราะหน้าหนังยั่วต่อมฮาคนขี้เครียดไปแล้ว
ส่วนตัวแล้วที่เลือก ไม่เพียงเป็นหนังเรื่องใหม่ของ "หม่ำ" และครอบครัว ภาคนี้ยังเอา "น้องดิม แทททูคัลเลอร์" นักร้องขวัญใจวัยโจ๋ (และไม่โจ๋) มาร่วมวงด้วย อยากรู้นักว่า คนที่ร้องเพลงแนวๆ จะเล่นกับตลกกับโจ๊กเกอร์หน้าเหลี่ยมคนนี้ได้ยังไง
แต่นั่นยังไม่สำคัญเท่ากับความคาดหวังลึกๆ ว่าจะได้เห็นพัฒนาการของ "ตลกทำหนัง" !!
ก็ไม่ยังไงหรอก... แค่เป็นขาประจำคนหนึ่งของคุณหม่ำคนหนึ่ง
ตั้งแต่ บอดี้การ์ดหน้าเหลี่ยม 1-2 วงษ์คำเหลา แหยม ยโสธร 1 และมาถึงแหยมฯ 2
แต่ละเรื่องกวาดรายได้เกิน 100 ล้าน จนได้รับฉายา หม่ำ 300 ล้าน!! (และอาจจะเป็น 400 ล้าน ในเร็วๆ นี้)
ข้อสังเกตก็คือ... "หนังทำเงิน" อาจจะเป็นคนละเรื่องกับ "หนังดี"
(ที่น่านับถือ หม่ำ ก็คือความพยายามที่จะรักษาความเป็นท้องถิ่น ภาษาถิ่น สอดแทรกไว้ตลอด)
แม้พล็อตจะหลวมโพรก ขาดความสมเหตุสมผล แต่ทำไมคนถึงอยากเสียเงินเข้าไปดู
เพราะทำใจ เอ้ย คิดไว้แล้วว่าจะขอดูเอาแค่ฮา เนื้อหาไม่ต้อง (แต่บางทีก็ไม่ฮา เพราะมุกบังเอิญไปซ้ำกับ ชิงร้อยชิงล้าน ชะชะช่า 555)
แต่เมื่อตลกยังถูกตบหัวบ่อยๆ พ่นคำหยาบกระจาย (อย่างเรื่อง วงษ์คำเหลา) หรือยิงกันเลือดสาด ในบอดี้การ์ดฯ จนถึงแหยมฯ 2 ก็น่าจะบอกกล่าวกันบ้าง
เพราะพอหนังตลกลงโรงทีไร ผู้ใหญ่จะจูงลูกเด็กเล็กแดงเข้ามาดูด้วยทุกครั้งไป สิ่งที่แฝงมากับเสียงหัวเราะ อาจเจือ "พิษ" โดยไม่รู้ตัว
ถึงอย่างไร ก็ยังเชื่อว่าหนังเรื่องต่อไปของหม่ำ จะหลุดพ้นจากกรอบเดิมๆ นี้ และพัฒนาไปสู่สิ่งที่ "หนังดี" ควรจะเป็น
ที่เอาใจช่วย ก็เพราะเห็นแล้วว่า หนังตลกมักได้รับโอกาสดีจากหลายฝ่าย
มีนายทุน ที่กล้าเทงบให้ (เชื่อว่าถ้านายทุนไม่โง่ ก็ต้องเล็งผลเลิศ)
มีค่ายใหญ่ยักษ์คอยซับพอร์ท อย่าง จีทีเอช ที่ให้ จาตุรงค์ ทำ "ตั๊ดสู้ฟุด" หรือ หม่ำเองก็ได้ เสี่ยเจียง แห่งสหมงคลดูแลให้ (ส่วนคุณโน้ต เชิญยิ้ม ที่ขยันทำ "อีส้มสมหวัง" ไม่รู้ว่าเวลานี้ ค่ายพระนครฟิลม์ หมดหวังไปแล้วหรือยัง)
มีโรงฉายดีๆ ที่ยินดีเปิดประตูให้อย่างกว้างขวาง
ส่วนการโฆษณาไม่ต้องพูดถึง ทั้งทางตรงและแฝงตามรายการที่พวกนี้เล่น ก็ล้นเหลือแล้ว
ในเมื่อตลกกลายเป็น "โจ๊กเกอร์ มาร์เก็ตติ้ง" คนดูแลก็ต้องหาวิธีที่ไม่เอาเปรียบคนดู
หนังตลกแบบ จึงโป๊ะๆ จะหลอกคนดูได้นานขนาดไหน
ถึงตรงนี้ นึกได้แล้วล่ะว่า "หนังตลกที่ดี" ควรเป็นอย่างไร
น่าจะเป็นหนังที่ดูแล้วสบายใจ ดูจบแล้วยิ้มได้ นึกถึงทีไร อมยิ้มทุกที
ถ้า (แฟนคลับ) ขอแค่นี้ คุณ (อาชีพตลก) จะให้ได้มั้ย!?
"นันทพร ไวศยะสุวรรณ์"



