
Rain People ปั๊มตรายางของ คนนอก ในหนัง
นอกจากหนังสือฟุตบอลหลายร้อยเล่ม ที่นอนทับกันในห้องนอนของผมแล้ว สิ่งหนึ่งที่ผมชอบวางโชว์ในโลกส่วนตัวของตัวเองด้วยก็คือ กล่อง CD หรือ แผ่นเสียง รวมไปถึงโปสเตอร์สวยๆ เกี่ยวกับหนังที่ซื้อจากเมืองนอก
มีอยู่มุมหนึ่งครับ ที่ผมวางกรอบโปสเตอร์หนังเรื่อง Days of Being Wild ของ หว่อง คาไว เอาไว้ เวลาเห็นภาพหนังเรื่องนี้จากมุมนั้น ผมจะชอบคิดถึงตัวละครพิเศษแบบหนึ่ง ที่มีลักษณะโดดเด่น ออกมาจากตัวละครอื่นๆ
มีหนังสือเล่มหนึ่ง ถึงขนาดเคยสรุปว่าในบรรดาพล็อต 15 พล็อต หรือ 23 แบบตัวละคร ที่เวียนว่ายอยู่ในหนังนั้น ตัวละครแบบหนึ่งที่น่าสนใจมากก็คือ พวก Rain People
Rain People เป็นศัพท์สแลงที่เกิดขึ้นในยุค 40’s มันถูกเรียกคนนอก ที่ถูกปฏิเสธจากสังคมโดยพื้นฐาน จริงๆ มันคือพวกมอมแมม ไร้ที่อยู่ แต่งตัวเหมือนเอสกิโม เดินเข้ามาในหมู่บ้านและชอบมีหมาเห่า แต่พอมาเป็นหนัง มันเป็นคนนอกที่ใครๆ ก็ไม่เอา โดยที่เขาไม่ได้บ้าหรือป่วย
โดยแก่นสารมันเอง มันตรงกับคำว่า outsider ที่แปลว่าคนนอกนั่นแหละ และมีหนังของผู้กำกับหลายคนที่คาแรกเตอร์ของเขา เป็นพวกคนนอกชัดเจน เช่น ท่านมุ้ย, เคน โลช หรือที่ชัดที่สุดก็คือ ทุกเรื่องของ หว่อง คาไว (ขณะที่ของ อัลโมโดวาร์ ไม่ถือว่าเป็นความหมายนี้)
นึกถึงตอนปี 2004 ที่ผมนั่งคุยกับ หว่อง คาไว ที่โรงแรมโอเรียนเต็ล และสัมภาษณ์เดี่ยวยาวเหยียดก่อนเขาทำหนัง 2046 เสร็จ
เอาเข้าจริงๆ การแต่งตัวของเฮียหว่อง ที่ใส่แว่นตาดำ สวมแจ็กเก็ต และไม่ใคร่จะยอมถอดแว่นนั้น ก็คือ การปกปิดตัวเองเรียบร้อยในการขอเป็น “คนนอก” ในสายตาของนักจิตวิทยาทั้งหลาย
เป็นทั้ง Rain People และ outsider โดยเบ็ดเสร็จ นั่นเอง
คนพวก Rain People นั้น มักเข้าถึงไม่ง่าย และคาแรกเตอร์หลักๆ ทุกเรื่อง ล้วนเป็น “คนนอก” ของสังคมกระแสหลัก และคำที่ว่านี้ ก็มาปรากฏอีกครั้ง ในหนังสือเล่มพิเศษของ i-D ไม่นานมานี้
ย้อนลงไป คำว่า Rain People ปรากฏอยู่ในวรรณกรรมลtตินช่วงระหว่างยุค 40-50s โดยใช้เรียกชนเผ่าที่ถูกมองด้วยสายตาชิงชังจากคนเมือง
ความหมายที่สามารถเข้าใจโดยง่าย โดยมิต้องพ่วงแบกหรือรกรุงรังไปด้วยวิชาการมากเกินก็คือ มนุษย์หรือคนกลุ่มหนึ่งที่ถูกรังเกียจจากสังคม หรือขาดการยอมรับในระดับพื้นฐาน
ประเมินอย่างหยาบๆ เหมือนภาพที่แตกเกรนในหนังของหว่อง คาไว) ตัวละครทุกเรื่องของ หว่อง คาไว ก็คือ Rain People
ไม่ว่าจะเป็น แก๊งสเตอร์ใน As Tear Go By, มือปืนสาวผมทองใน Chungking Express, หนุ่มสาวนักฆ่าใน Fallen Angel, จอมยุทธ์ผู้เดียวดายในยุทธจักรของ Ashes of Time, นักเขียนที่ทำชีวิตหล่นหายใน 2046 และคู่รักใน In the Mood for Love
แต่ตัวละครที่ชัดที่สุดในการเป็นส่วนหนึ่งของ Rain People อย่างสมบูรณ์แบบก็คือ คู่เกย์ ในหนัง Happy Together (Forever)
ผมเคยถามผู้กำกับหลายคนที่งานของเขามีความลึกทางความคิด ดูเหมือนหลายคนจะบอกเหมือน หว่อง คาไว ว่า ถ้าคนดูเข้าใจอะไรๆ ในหนังไปหมดอย่างรวดเร็ว ผู้กำกับเหมือนล้มเหลว ที่ไม่เหลือเสน่ห์ในความคลุมเครือต่อคนดูเลย
“ผมไม่เคยชอบใจ เวลามีคนดูหนังบางคนมาบอกว่า เขาเข้าใจหมดทุกอย่างในหนังของผม หรือรู้แล้วว่าพล็อตเรื่องจะเป็นอย่างไรในท้ายที่สุด” หว่อง คาไว บอก และอธิบายว่าหนังแต่ละเรื่องนั้น ไม่เหมือนกัน แม้จะมีโครงเรื่องคล้ายกัน
"หนังแต่ละเรื่องเป็นการสิ้นสุดเรื่องหนึ่ง และเริ่มต้นอีกเรื่องหนึ่ง หนังที่ดีเป็นเรื่องของรสสัมผัส ไม่สามารถอธิบายได้ ถ้าอยากได้เนื้อหาดี ก็น่าจะไปอ่านหนังสือ ถ้าอยากได้ภาพดี ก็แนะนำให้ไปถ่ายภาพ หนังเหมือนอาหารจานเลิศ ที่ชิมแล้วแม้ชอบ รู้สึกได้ แต่อธิบายไม่ได้"
และบางที, อธิบายไม่ได้เหมือนการมีอยู่ของคนแบบ Rain People
เพราะคนบางแบบ (แม้) เหมือนมีอยู่
แต่ไม่เคยถูกนับ
"นันทขว้าง สิรสุนทร"



