บันเทิง

มองผ่านเลนส์คม - "ชุมนุมช่างวรรณกรรม"

มองผ่านเลนส์คม - "ชุมนุมช่างวรรณกรรม"

04 ธ.ค. 2552

หลายคนเป็นนักอ่าน และอีกไม่น้อย (เคย) เป็นนักเขียน

 แม้ผลการสำรวจจะพบว่าเด็กไทยอ่านหนังสือไม่เกินปีละ 8 บรรทัด แต่ก็ยังเชื่อว่า มีคนอีกไม่น้อย ที่เติบโตทางความคิดมาจากหนังสือดีๆ แต่หันไปประกอบอาชีพในสายงานด้านอื่นๆ
 
 และใช่ว่าปัจจุบันคนจะไม่สนใจการอ่านเอาเสียเลย จากปรากฏการณ์คนแห่แหนไปงานมหกรรมหนังสือฯ ที่จัดใหญ่ปีละ 2 ครั้ง ก็น่าพิสูจน์อะไรให้เห็นบ้าง

 ถ้าลองกลับไปมองดีๆ อาจพบคำตอบที่ว่า...ทำไมคนไทยไม่อ่านหนังสือ
 อาจไม่ต่างจากรสนิยมการดูหนังตลก หรือหนังผี ที่เกลื่อนกลาดเวลานี้
 หนังสือประเภทฮาวทู หรือดูดวง รวมถึงวิธีสะเดาะเคราะห์-แก้กรรม ให้พ้นซวยและรวยง่ายๆ จึงล้นทะลักตลาด  

 และแทบไม่ต้องรอคำตอบ ว่าทำไมวรรณกรรมดีๆ จึงขายยาก
 หากไม่แบ่งกลุ่มจัดแนว "หนังสือ" อาจเป็นปัจจัยส่วนเกิน    
 ขณะที่กับบางคน "หนังสือ" กลับเป็นสิ่งสำคัญที่สุดอย่างหนึ่งของชีวิต

 อย่างน้อยก็เห็นความพยายามของคนบางกลุ่ม ที่ต้องการสร้างบรรยากาศการอ่าน-การเขียน รวมถึง "สร้าง" นักเขียนคุณภาพให้เกิดขึ้น

 แต่ด้วยความจำเป็น จากสถานการณ์ที่ไม่เอื้ออำนวย ทำให้หลายสำนักต้องปิดตัวลงอย่างน่าเสียดาย

 ที่ยังต้านกระแสอยู่ได้ ก็ยังไม่ค่อยจะมั่นใจว่า จะทรงตัวในท่ายืน "ขาเดียว" ได้นานแค่ไหน  

 แต่ที่น่าจะยิ้มออกได้ ก็เมื่อได้ข่าวว่า บก.เคราดก สุชาติ สวัสดิ์ศรี แห่งสำนักช่างวรรณกรรม ประกาศรวมพลคนรักหนังสืออีกครั้ง เป็นการนัดชุมนุมช่างวรรณกรรม ประจำปี 2552 ในวันเสาร์ที่ 12 ธันวาคมนี้ ที่สถาบันปรีดี พนมยงค์ ถนนสุขุมวิท ซอย 55 (ทองหล่อ) 

 เริ่มตั้งแต่เวลา 13.00 น. เปิดงานด้วยหัวข้อวิวาทะแรงๆ อย่าง  "วาระการอ่านแห่งชาติ และหายนะแห่งหนังสือวรรณกรรม" 

 เปิดประเด็น โดย "เวียง" วชิระ บัวสนธิ์ บรรณาธิการดำเนินการ "ช่อการะเกด" วินัย ชาติอนันต์ แห่งสายส่งศึกษิตเคล็ดไทย จรัญ หอมเทียนทอง แห่งสำนักพิมพ์แสงดาว เรืองเดช จันทรคีรี แห่งรหัสคดี ฯลฯ ร่วมสนทนากับผู้สนใจหายนะว่าด้วย "หนังสือวรรณกรรม"

 จากนั้นกระโดดไปดูหนังทดลองจากเรื่องสั้น-สั้น ของ สุชาติ  อิ่มเอม แล้วชมวิดีทัศน์สัมภาษณ์ บก.ช่อการะเกด และศิษย์เก่า จากอดีตถึงปัจจุบันพอให้เพลินๆ

 เย็นย่ำตั้งไมค์เปิดปาฐกถา โดย ธเนศ วงศ์ยานนาวา นักรัฐศาสตร์ผู้สนใจแวดวงศิลปะ-วรรณกรรม

 หลังเคารพธงชาติไปแล้ว ถึงเวลาการประกาศเกียรติ ไพฑูรย์ สุนทร ในฐานะ "นักเขียนช่อการะเกดเกียรติยศ"

 ต่อด้วยการประกาศผล "รางวัลช่อการะเกดยอดเยี่ยม" ร่วมสังสันทน์กับอาหารมื้อค่ำ ก่อนจะโบกมือลา เพื่อกลับมาพบกันใหม่

 นี่อาจหมายถึงนิมิตหมาย ที่ทำให้คิดได้ว่า
 "คนไทยยังอ่านหนังสือ" และ "รักในอำนาจวรรณกรรม"

 แต่ถ้าใครยังไม่รู้จัก และสงสัยว่าอะไรคือ "วรรณกรรม" เชื่อว่าวันนั้น...พวกเขาก็พร้อมที่จะให้ความเข้าใจ และอ้าแขนรับอย่างอบอุ่น 

 ไม่เชื่อลองเดินเข้าไปสิ...

"นันทพร ไวศยะสุวรรณ์"