
ชิน โฟร์เอส หนุนเอาผิดซื้อเทปผี ขู่กระทืบคนขายของปลอม
ภายหลังกระทรวงพาณิชย์ เสนอแก้ไขกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา 2 ฉบับ ได้แก่ ร่างแก้ไข พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ และร่างแก้ไข พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า ซึ่งได้เพิ่มบทลงโทษไปถึงผู้ซื้อ ผู้ให้เช่าสถานที่ เจ้าของสถานที่ที่ให้มีการประกอบการ หรือจำหน่าย สินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปั
ผู้สื่อข่าว”คม ชัด ลึก”ได้สอบถามความคิดเห็นของ สุชิน ควรสงวน เจ้าของค่ายเพลง ชินโฟร์เอส ที่เคยพิมพ์ข้อความสาปแช่งผู้ละเมิดลิขสิทธิ์ไว้ที่หน้าปกซีดีสมัยที่ยังทำงานกับค่ายโฟร์เอสเดิม
“พูดในฐานะประชาชนผู้ประกอบการ เมื่อก่อนเป็นเทปกับวิดีโอมันละเมิดน้อย ขั้นตอนต้นทุนมันสูงตอนนั้นเรายังอยู่ได้ ไม่ใช่เฉพาะพวกหนังหรือเพลงสินค้าตั้งแต่หัวจรดปลายเท้าเขาก็ยังพออยู่ได้ มาช่วง 10 ปีหลังเฉพาะวงการหนังเพลงพอเปลี่ยนมาเป็นซีดี วีซีดีการปลอมมันง่ายขึ้นต้นทุนมันไม่มาก ตอนนี้มันกลายเป็นการฝังจิตใจคนแล้วว่าจะดูหนังฟังเพลงเดี๋ยวซื้อแผ่นปลอมเอาก็ต้องตั้งประเด็นถามว่า อารยธรรมในบ้านเราปลูกฝั่งซื้อของปลอมกันตั้งแต่หัวจรดเท้าเลย รัฐต้องการให้เรามีเศรษฐกิจสร้างสรรค์เหมือนเกาหลี แต่พื้นฐานของการไปตรงนั้นต้องไม่ละเมิดลิขสิทธิ์“
สุชิน ยังบอกอีกว่าการละเมิดสิทธิ์นั้น ที่หลายคนมองว่า มีผลกระทบแค่กลุ่มคนที่ทำเพลงเท่านั้น ซึ่งจริงๆ แล้วเขาบอกว่ากระทบคนทั้งประเทศไทยโดยเฉพาะกลุ่มเกษตรกรแต่ไม่รู้ตัวกันเอง
“การละเมิดมันกระทบคนกลุ่มอื่นด้วย อาทิ ประมง สินค้าการเกษตร ต่างประเทศขาดความเชื่อมั่นเรา เราค้าขายส่งผลผลิตเกษตรไปต่างประเทศ พวกเกษตรกรโดนเต็มๆ ยิ่งพวกยุโรป พอเราส่งสินค้าภาคเกษตรเขาก็บีบเรา เพราะเขารู้ว่า เราปลอมสินค้าอย่างอื่นเขาละเอียดเลย เขาก็บีบราคาเกษตรเราให้ถูกลง ไปดูซิ การส่งออกถูกมากเพราะเขาไม่เชื่อมั่นเราผลพวงมันถึงกันหมดนะเขาไม่รู้ตัวนะว่า การละเมิดมันถึงพวกเขากลุ่มเกษตรกรด้วยพวกนี้เขาคิดว่าพวกเขาไม่ได้รับผลกระทบอะไร รัฐบาลรู้เต็มอกมันอันตรายที่สุด“
เมื่อถามถึงโทษที่ระบุว่า คนซื้อต้องถูกปรับ 1 พันบาทจะกลายเป็นช่องทางให้ตำรวจนำไปหากินสร้างความเดือดร้อนให้ประชาชน หรือไม่ เจ้าของวลี ”โฟร์เอส สร้างสรรค์งานดีมีคุณภาพอีกแล้วครับทั่น” บอกว่า
“ผมว่า เขาต้องมองในแง่อีกอย่าง คนเราพอตั้งกฎแล้วมันจะซึมซาบเขาไปเองตรงนี้เป็นกฎหมายป้องปรามเท่านั้น ให้เขารู้ว่าอย่าซื้อของปลอม มันเป็นจุดเริ่มต้นถ้าแค่นี้ทำไม่ได้แล้วเศรษฐกิจสร้างสรรค์ที่รัฐบาลบอกว่าใช้เวลา 15ปี จะทำได้ไหม ไม่ว่ารัฐบาลพรรคไหน สีไหนเข้ามาก็ทำไม่ได้หรอก ทางออก คือแก้กฎหมายป้องปรามไม่ให้มีการซื้อของปลอม การปรับผู้ซื้อ 1 พันบาทเป็นลหุโทษ ไม่จำเป็นต้องปรับพันบาท 1 บาทก็ได้ หรือเอาไปบำเพ็ญประโยชน์ตอนนี้มีกฎหมาย แค่ผู้ขายผู้ผลิตมันล้มเหลวไม่ได้ผลเลย จุดสำคัญ คือผู้ซื้อกับเจ้าของพื้นที่ถ้าป้องปรามตรงนี้ได้มันจะได้ผลกว่า“
ส่วนที่มีคนมองว่า อนาคตแผ่นซีดีจะเลิกใช้หันมาดาวน์โหลดเพลง-หนังกันหมดแล้วกฎหมายก็ไม่สำคัญชิน ผู้บริหารค่ายเพลงขวัญใจชาวบ้าน มองว่า
“ผมถามว่าคุณมองแค่เพลงเท่านั้นเหรอ ผมทำลิเกขึ้นมายาว 3 ชั่วโมง จะมีใครมาโหลดไหมแล้วมันจะใช้ระบบนี้กันหมดทั้งประเทศไหม คุณแค่พูดถึงคนในกรุงเทพฯ แต่สินค้าเพลงบางแบบมันไม่เกี่ยวกับคนในกรุงเทพฯ เพลงไทยพื้นบ้าน การแสดงลิเก ลำตัด กลุ่มเกษตกรเขาไม่ดาวน์โหลดนะ ถ้าคุณคิดแบบนั้นก็เท่ากับว่าคุณส่งเสริมคนผิด แล้วเสื้อผ้า นาฬิกา มันดาวน์โหลดได้ด้วยหรือ หัวใจคนที่เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ ที่ถูกปลอมมันเจ็บปวดแค่ไหน คุณต้องมองโดยรอบ อย่ามองจุดเดียว ที่ผ่านมาเขามองว่า กลุ่มคนทำเพลงทำหนังเป็นคนไม่กี่กลุ่มมันจะโดนปลอมก็ช่างมัน พวกเขาไม่เสียคะแนนเสียงผมว่าเขาคิดผิดนะ สินค้าต่างประเทศที่ถูกปลอมมันอยู่ในกลุ่มนี้ด้วยนะครับ"
เมื่อถามว่าถ้ากฎหมายดังกล่าวไม่ผ่านจะทำอย่างไร ชินบอกด้วยน้ำเสียงอย่างปลงตกว่า
“ใหม่ๆ จะออกกฎหมายอะไรมาคนก็ไม่ชอบใจ เช่น การกำกับภาษีมีใหม่ๆ มันวุ่นวายมาเดี๋ยวนี้เวลาซื้อของต้องมี เขายอมรับได้แล้ว กฎหมายเมาไม่ขับก็เช่นกันแรกๆ ก็ไม่ชินตอนนี้ทุกคนก็ปฏิบัติตามกันทุกคน ที่ผมได้ข่าวมาสิ้นปีนี้จะได้ยินข่าวบริษัทเพลง-หนังใหญ่ๆ ปิดตัวเองก็ได้ ผมออกจับมาเลยเมื่อไม่กี่วันในงานทำบุญหลวงพ่อปานวัดบางนมโค มาตรการใหม่ที่บริษัทเทปเขานิยมทำ คือการจับแล้วกระทืบเพื่อให้เป็นข่าว มันตลกนะเราปกป้องสินค้าเราแต่ต้องมาทำผิดกฎหมายต้องมาเสียค่าปรับ เพราะทำร้ายคนอื่นฝากรัฐบาลไปคิดดู”



