
คมเคียวคมปากกา - คนบ้านเดียวกัน
เขียนต้นฉบับวันอังคารที่ ๓ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๒ ขึ้น ๘ ค่ำ เดือนสี่
หลังร้อนตับแลบหลายวัน ฝนฟ้าก็รินมาให้แผ่นดินได้ยินดี แม้ไม่มากนัก แต่ก็ทำให้อากาศร้อนๆ เย็นลงหลายสัดส่วน (บางท่านว่า แค่นรกเย็นลงบ้าง ก็เป็นสวรรค์ไม่น้อยแล้ว)
กาลเวลาปี ๒๕๕๒ แทะกินตัวมันเองไปแล้วสองเดือน ขนาด ส.ค.ส. จากผู้ปรารถนาดีหลายท่าน ป่านนี้ยังไม่ได้ตอบเลยก็มี อย่างนี้ต้องโทษตนเป็นแน่แท้ จะโทษกาลเวลาได้ที่ไหน?
สองเดือนที่ผ่าน เพลงลูกทุ่งที่ฟังซ้ำมากที่สุดคือ “คนบ้านเดียวกัน” เรื่องของเรื่องเพราะลูกชายวัยใกล้สองขวบ ร้องขอทุกวัน วันละหลายสิบเที่ยว จนแม่ของเขาพูดเล่นว่า ช่วยบอก ไผ่ พงศธร ให้ดีใจหน่อยนะ เด็กชอบหลายๆ ไม่ว่าพ่อจะกำลังดูข่าวการเมืองติดพันอยู่ ถ้าเขาเกิดอารมณ์อยากฟังเพลงนี้ขึ้นมา ต้องจัดให้จนได้ จนคุ้นหน้าคุ้นตานักร้อง รวมทั้งอ้ายทิดเคนแห่งแท็กซี่ร้อยเอ็ด สาวตั๊กแตนแห่งโรงงานทอผ้า และบรรดาสมาชิกทั้งหลายในร้าน “ไผ่ลาบแซบ"
ก่อนนี้เขาชอบ “งึก งึก งัก งัก” หรือ “มันต้องถอน” ของ ปอยฝ้าย มาลัยพร พอได้ฟังอีกเพลงดูเขาจะชอบมากกว่า ถ้าอยู่ในบ้านจะร้องขอ “คนบ้านเดียวกัน” ถ้าอยู่ในรถจะร้องขอ “ติง ลิง ติง” หรือ “อีสานกล่อมลูก” ของ เทียรี่ เมฆวัฒนา (เคยเขียนเล่าไว้บ้างแล้ว)
ไม่เพียงลูกชาย ช่วงนี้ชีวิตค่อนข้างแวดล้อมด้วยเด็กๆ ทั้งลูกหลานตัวเองและเพื่อนบ้าน จึงมักได้ฟังเพลงที่เด็กชอบ ส่วนใหญ่เด็กๆ จะชอบเพลงท่วงทำนองสนุก ชวนตื่น ชวนเต้น สำหรับ “คนบ้านเดียวกัน” ทั้งทำนองสนุก เนื้อหาดี ภาพที่เป็นหนังประกอบเพลงก็ดูดี แม้เด็กอาจฟังไม่รู้เรื่องทั้งหมด แต่สามารถสร้างความรู้สึกที่ดี โดยส่วนตัวผมชอบความผูกพันลักษณะนี้ สมัยอยู่เมืองหลวง มีเพื่อน มีพี่ มีน้อง จากการพบกันในร้านลาบไม่น้อยเลย
“...อยู่ดีมีแฮง อยู่แดงมีฮี เด้อครับพี่น้อง...” ขอยกให้หลายนับถือแก่ผู้แต่ง วสุ ห้าวหาญ
ว่าด้วย “คนบ้านเดียวกัน” พลอยคิดถึง “บ้าน” อีกแบบหนึ่งที่กำลังนิยมสร้างกัน “บ้าน” ที่ว่านี้ คือ “บล็อก” ของบรรดา “บล็อกเกอร์” ทั้งหลาย โดยเฉพาะในโอเคเนชั่น
ผมเองลองให้คนสร้างขึ้นหลังหนึ่ง ตามแบบคนอื่นเขานั่นแหละ เป็นบ้านช่องของวรรณกรรม-กาพย์กลอน ไว้เป็นจุดนัดพบสังสรรค์ทางภาษาเล็กๆ น้อยๆ ทำแบบช้าๆ เชยๆ ไม่ทันสมัยเท่าใดนัก เพราะมีเวลาน้อย และไม่ค่อยถนัดในการจัดการ กระนั้นก็มีการเคลื่อนไหวต่อเนื่องพอสมควร จากเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ตลอดจนคนไม่รู้จัก
บาง “โพสต์” อาจมีคนเข้าไปชมสักสิบยี่สิบคน บาง “โพสต์” อาจถึงพันคน คนที่เข้าไปเยี่ยม “บ้าน” หรือ “บล็อก” หลายคนฝากความคิดเห็น (ค.ห.) ไว้ แสดงความเป็นมิตร แสดงความชื่นชม แสดงความปรารถนาดี แสดงความคิดถึง แสดงความห่วงใย แสดงการติติงทักท้วง ถ้าผิดพลาด หรือแสดงคำแนะนำ ถ้าเห็นว่ามีสิ่งที่ควรทำให้ดีขึ้น
รู้สึกสนุกและมีความสุขทีเดียว มีเวลาก็เปิดบ้านต้อนรับผู้มาเยี่ยม ตอบโดยอ้อมบ้าง ตอบโดยตรงบ้าง ถือว่าโลกไซเบอร์มุมนี้ เป็นบางพื้นที่ของอากาศหายใจสมัยใหม่ โดยทั่วไปแล้ว เมื่อคนเข้ามาทักทาย หรือเข้ามาติชม จะสามารถติดต่อกลับแสดงความขอบคุณ หรือแลกเปลี่ยนความคิดเห็นได้ ถึงมิใช่ “คนบ้านเดียวกัน” แต่อาจเป็น “ชุมชนคนบ้านเดียวกัน”
แต่ก็อย่างที่เขาว่ากัน บางที “ไซเบอร์” อาจมี “ซอมบี้” วันดีคืนร้ายยังมีคนเข้ามาด่าด้วยเรื่องที่ค่อนข้างจะส่วนตัว หยาบคาย ไร้มารยาท นอกจากนั้นยังเป็นความเห็นปิด ไม่เปิดเผยตัวเอง คือไม่สามารถติดต่อกลับได้ กลายเป็นผู้มาเยือนอย่างไม่ปกติ แล้วหลบไปอย่างผิดปกติ
ผมไม่มีความรู้เรื่องนี้ แบบว่าเชยๆ ซื่อๆ ลูกเดียว ชอบเป็นมิตรกับคน ทั้งบ้านเดียวกัน ทั้งต่างบ้านกัน มากกว่าจะไปตอแยสร้างศัตรูกับใคร (ยกเว้นพวกโกงบ้านกินเมือง)
อยากฝากถามท่าน ว.ม.ต. (มิใช่ ร.ม.ต.) หมายถึงท่านเว็บมาสเตอร์นะครับ ได้ยินว่ามีผีลึกลับแอบไปหลอกคนนั้นคนนี้โดยไร้มารยาทบ่อยๆ เราควร “ปล่อยผี” หรือ “จับผี” ดีครับ?
"ไพวรินทร์ ขาวงาม"



