
จับตา'คมชัดลึกอวอร์ดครั้งที่7'หนังไทยเรื่องไหนเด็ด-โดน
ใกล้งวดกันเข้ามาทุกที สำหรับการประกาศผลรางวัล คม ชัด ลึก อวอร์ด ครั้งที่ 7 ซึ่ง ณ วันนี้ คณะกรรมการพิจารณาสาขาภาพยนตร์ก็ยังคงทำงานกันอย่างเข้มข้น เพื่อคัดสรรว่าผู้แสดง และหนังไทยเรื่องไหนในปี 2552 จะมีคุณภาพที่สุด และคว้ารางวัล คม ชัด ลึก อวอร์ด ไปนอนกอด
สำหรับการประชุมครั้งนี้ มีหนังไทยเข้ามาใหม่ให้พูดถึงพอสมควร และมีหนึ่งเรื่องที่คณะกรรมการพูดถึงการแสดงของ ทราย เจริญปุระ นั่นก็คือ สามพันโบก โดยบอกว่า หนังเรื่องนี้ บทที่ทรายได้รับไม่โดดเด่นนัก เป็นบทที่ไม่จำเป็นต้องเป็นทรายเล่นก็ได้ ทว่าทรายกลับโชว์ฝีมือการเป็นนักแสดงมืออาชีพออกมาได้อย่างดีเยี่ยม เพราะเล่นแล้วไม่โดนกลืนไปกับเรื่องด้วย
ส่วนเรื่อง พลเมืองจูหลิง ที่ดำเนินเรื่องโดย ไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ ในเรื่องนี้ไม่ถือว่ามีตัวแสดง เนื่องจากเป็นหนังสารคดี แต่กระนั้น ผู้ดำเนินเรื่องอย่าง ไกรศักดิ์ ก็นับว่าเป็นคนที่มีเสน่ห์คนหนึ่ง และชวนให้อยากติดตามเรื่องต่อไป
อีกเรื่องหนึ่งที่คณะกรรมการยังคงให้ความสนใจ ก็คือ หนังเรื่อง 5 แพร่ง ที่คณะกรรมการลงความเห็นว่า แม้จะสู้กับเรื่อง 4 แพร่งไม่ได้ในภาพรวม แต่ก็มีรายละเอียดบางอย่างที่ไม่น่ามองข้าม อย่างตอนที่ 1 หลาวชะโอน ตอนที่ 4 รถมือสอง และ ตอนที่ 5 คนกอง ซึ่งมีวิธีคิดในการเล่าเรื่อง และการแสดงที่น่าสนใจของนักแสดงบางคน บางอย่างอาจจะไม่ใหม่ แต่ก็ร่วมสมัย ขณะที่บางเรื่องบางตอน อาจจะรับรู้กันแล้ว แต่ก็มีการนำเอามาเล่าใหม่โดยสร้างเงื่อนไขให้กับตัวเอง อย่างตอน รถมือสอง หนังได้เล่นกับพื้นที่จำกัด คณะกรรมการบอกว่าดูแล้วคิดถึงตอนที่ เป็นเอก รัตนเรือง ทำหนังเรื่อง "ตลก 69" ทั้งนี้คณะกรรมการเอ่ยปากชมว่า "เก้า" จิรายุ ละอองมณี แสดงออกมาได้อย่างดี และเป็นที่น่าจับตามอง ความสำเร็จของ 5 แพร่ง ที่ทำรายได้ถล่มทลาย หนังผีไทยและหนังผีเอเชีย คงเป็นตลาดใหญ่ขึ้นเทียบเท่ากับหนังแอ็กชั่นต่อสู้แบบ โทนี่ จา เคยทำไว้ แม้อาจจะไม่เทียบเท่า แต่ในแง่ของการเติบโตตัวงาน หนังตระกูลผีของไทยน่าจะมีอนาคต แม้จะได้รับรางวัลหรือไม่ แต่ก็มั่นใจแล้วว่า หนังผีไทยได้สร้างตลาดไปเรียบร้อยแล้ว
สำหรับภาพยนตร์เรื่อง "นางไม้" ผลงานการกำกับของ เป็นเอก รัตนเรือง นั้น คณะกรรมการบอกว่าเป็นหนังที่นำเสนอถึงความทับซ้อนในเบื้องลึกของชีวิต ตีแผ่จิตวิญญาณที่ซ่อนเงื่อนซ่อนปมออกมาท่ามกลางบรรยากาศของความหม่นมืดและคลุมเครือ "เหนือความคาดหมาย แต่ก็ติดตรึงและหยั่งลึกไปด้วยความหมาย ให้ได้ตีความกันถึงแก่นแท้อันซับซ้อนของความเป็นมนุษย์ ซึ่งก็ต้องชมไปถึงนางเอกอย่าง "กิ๊ฟซี่" วนิดา เติมธนาภรณ์ ด้วยว่า ใช้สายตาสื่อออกมาได้เป็นอย่างดี ซึ่งแน่นอนว่า ต้องยกเครดิตผู้ดึงอารมณ์ของนางเอกออกมา คือ เป็นเอก นั่นเอง
อีกหนึ่งหนังรักใสๆ รถไฟฟ้ามาหานะเธอ ซึ่งเป็นหนังที่ดูแล้วให้ความรู้สึกดี ตามสไตล์ของค่ายจีทีเอช เป็นหนังที่ดูง่าย เข้าใจง่าย ไม่มีอะไรซับซ้อน และสถานะของหนังเรื่องนี้ใกล้เคียงกับการพักผ่อนหย่อนใจอย่างแท้จริง และถึงแม้ว่าตัวหนังจะกินเวลาฉายถึงราวๆ สองชั่วโมงสิบนาที แต่ก็ไม่มีช่วงไหนที่อืดอาดยืดยาดจนเกินไป อีกทั้งมุกตลก และอารมณ์ขันก็ทำงานเกินกว่าเจ็ดสิบถึงแปดสิบเปอร์เซ็นต์ แต่อะไรก็ไม่สำคัญเท่ากับนักแสดงหลักของเรื่อง อันได้แก่ คริส หอวัง ที่ถ่ายทอดบุคลิกของสาวออฟฟิศที่โหยหาการมีแฟนได้น่ารักน่าชัง และ คริส ยังน่าทึ่งที่สามารถ ’เปลี่ยนโหมด’ แอ็กติ้งของตัวเองจากการแสดงออกอย่างเกินเลยในแบบตัวการ์ตูน ไปสู่ช่วงเวลาของดราม่าสะเทือนอารมณ์ได้อย่างราบรื่น เป็นธรรมชาติและดูเป็นเรื่องง่ายดาย และมันทำให้เห็นว่าทักษะและขอบข่ายในการแสดงของคริสกินอาณาเขตกว้างไกล
ฟังแต่ละความเห็นของคณะกรรมการแล้ว โดนใจคุณๆ บ้างไหมเอ่ย



