
คมเคียวคมปากกา - ใครที่ รักคนแก่ดีกว่า
เรื่องของการเห็นไม่ตรงกัน เข้าใจไม่ตรงกันเกี่ยวกับเพลงลูกทุ่งเก่าก่อนนั้น ถือเป็นเรื่องธรรมดา เพราะยาวนานเป็นสี่สิบ-ห้าสิบปี ความคลาดเคลื่อนเกิดขึ้นได้ในแบบ เกิดไม่ทัน โตไม่ทัน หรือไม่ได้คลุกวงใน ยิ่งกว่านั้นคือ แม้แต่คนที่คลุกวงในบางทีก็จำผิด มีทั้งจำผิด
เป็นปีๆ มาแล้วในคอลัมน์นี้ ผมเคยเขียนถึงเพลงสวรรค์ชาวนา ร้องโดย ก้าน แก้วสุพรรณ ส่วนคนแต่งนั้น ผมพลิกข้อมูลจากหนังสือ ประวัติชีวิตและผลงานของก้าน แก้วสุพรรณ เรียบเรียงโดย เอนก นาวิกมูล นักเขียนเรื่องเก่าๆ ที่มีผลงานน่าเชื่อถือ ในหนังสือเล่มนั้นระบุว่า เขียนจากการสัมภาษณ์ก้าน ซึ่งตรงเนื้อเพลงท้ายเล่ม เพลงสวรรค์ชาวนา ระบุว่าแต่งโดย ก้าน แก้วสุพรรณ
“หน้านา เราทำนาด้วยกัน ตื่นพลันพี่แบกคันไถ เจ้านั้นจูงควายติดตาม นี่แหละสวรรค์ สรรค์สร้างหมดจดงดงาม รวงทองสีทองอร่าม มองเมฆสีครามเมื่อยามเย็น”
โห...ภาษากวีประณีตหมดจดงดงาม หลังจากนั้น มีคนมาบอกว่า มีคนเขียนแย้งข้อมูล ให้เข้าไปดูได้ใน “กูเกิล” คนเขียนแย้งคือ คุณโกศล อนุสิม คอเพลงลูกทุ่ง อดีตนักกิจกรรมชมรมวรรณศิลป์ธรรมศาสตร์ คนกันเองกับผมนี่แหละ บอกว่า เพลงสวรรค์ชาวนา เป็นผลงานของ ป.ชื่นประโยชน์ ตะหาก
เอาละสิ เดือดร้อนต้องเข้าห้องสมุด เป้าหมายคือเอกสารเกี่ยวกับ ป.ชื่นประโยชน์ ก็มี หนังสือประกอบคอนเสิร์ตเชิดชูครูเพลง ครั้งที่ 4 เมื่อ 6 กรกฎาคม 2539 เปิดไปตรงหน้าบันทึกผลงานเพลงของ ป.ชื่นประโยชน์ หน้า 73 ระบุว่า มีเพลงสวรรค์ชาวนา ร้องโดย ก้าน แก้วสุพรรณ..จบข่าว
สมัยราวสามสิบปีที่แล้ว สองคอลัมนิสต์ดัง คือ ยอดธง ทับทิวไม้ กับ วาณิช จรุงกิจอนันต์ เขียนอยู่แถวหนังสือรายสัปดาห์การเมืองอย่าง ไทยนิกร หรืออะไรแถวนี้แหละ ครั้งนั้นมีการเปิดวิวาทะกันในเรื่องเนื้อเพลง น้องนางบ้านนา ว่าเนื้อร้องที่ถูกต้องนั้น “ใบข้าวคมเรียวเกี่ยวแก้มเป็นรอย เลือดย้อยนวลปราง ช่างงามไม่สร่างประทับใจข้า” ประเด็นคือว่า “เลือดย้อย” หรือว่า “เหงื่อย้อย” เรื่องนี้ไม่ยาก เปิดเพลงต้นฉบับฟังได้ทันใด (ถกเถียงจากความจำก็คลาดเคลื่อนได้)
น้องนางบ้านนา ต้อง เลือดย้อยนวลปราง เป็นวรรคเด็ดของเพลง ส่วนเหงื่อย้อยต้องโน่น เพลงบางกอกน้อย พายเรือตามหาบัวลอย จนเหงื่อพี่ย้อยโทรมกาย
ทีนี้มาถึงเพลงรักคนแก่ดีกว่า ที่บุปผา สายชล ร้อง หลักฐานระบุว่าบันทึกเสียงก่อนเพลงวอนลมฝากรัก ไม่กี่เดือน ในปี 2511 แต่เพลงวอนลมฝากรักโด่งดังก่อนนิดหน่อยไล่เลี่ยกันมา..เขาว่างั้น
ในช่องว่างระหว่างพงศาวดารคือ ตกลงเพลงนี้ครูไพบูลย์ เขียนให้ใคร เขียนยั่วใจใคร?
“ถึงเขาแก่แล้วฉันก็จะรัก ใครจะทำไม ถึงเขาแก่ไปไม่เกินกว่าวัยน้องของพ่อ ขี้เกียจจะหลงคนหนุ่มนัก ขี้เกียจจะรักคนรูปหล่อ ขี้เกียจจะง้อคนรูปงาม”
ศรีไพร ใจพระ ให้สัมภาษณ์ไว้ว่า ออกจากวงดนตรีจุฬารัตน์ เมื่อปี 2508 เพราะ “ครูมงคลไม่พอใจผม นักร้องในวงไปฟ้องครูหาว่าผมเอาใจออกห่าง เปิดเพลงสุรพล วงดนตรีคู่แข่ง ผมก็ถามครูว่า ผมทำรายการเพลงวันละ 18 ชั่วโมง ถ้าผมเปิดแต่เพลงของจุฬารัตน์แล้วนายห้างเจ้าของสินค้าใครเขาจะเอาผม...”
ศรีไพรออกมาตั้งวงดนตรีของตัวเองชื่อวงกระดิ่งทอง และได้บุปผา สายชล เป็นนักร้องนำวงพร้อมทั้งเป็นคู่ชีวิตคนที่สอง (จากการเปิดเผยของศรีไพรเอง)
ศรีไพรผู้เป็นหัวหน้าวง จึงจัดการให้บุปผาได้ร้องเพลงผลงานครูไพบูลย์
เปิดดูหนังสือ คีตกวีลูกทุ่ง ไพบูลย์ บุตรขัน หน้า 152 มีรูปครูไพบูลย์ กับภรรยาไปเที่ยวทะเล พร้อมกับครูมงคล กับภรรยาสาว ซึ่งเป็นนักร้องรุ่นกระเตาะ นันทวัน สมสมร นี่ก็เป็นอีกช่องว่างในระหว่างพงศาวดารวงดนตรีจุฬารัตน์ ว่าด้วยเพลง
"วัฒน์ วรรลยางกูร"



