
คมเคียวคมปากกา-ช่องว่างในพงศาวดารเพลง
พงศาวดาร ในพจนานุกรมบอกว่า หมายถึง เรื่องราวของประเทศ เรื่องราวของพระราชา ฟังดูก็รู้สึกได้ คำว่าพงศาวดารกินความกว้างกว่าประวัติศาสตร์ กว้างกว่าอดีต หรือตำนานตามปกติธรรมดา
ราว 2-3 เดือนก่อน คอลัมน์นี้ได้บรรเลงเรื่องพงศาวดารเพลง ครูไพบูลย์ บุตรขัน ไปสี่ตอนรวด...อันเนื่องมาจากประเด็นพูดจากันเนื่องในวาระรำลึกวันตายครูไพบูลย์ บุตรขัน เมื่อวันที่ 29 สิงหาคมที่ผ่านมา ทางรายการ คุณพระช่วย
ย้อนคิดคำว่าพงศาวดาร นั้นเหมาะไหมกับประเด็นเรื่องเพลงครูไพบูลย์ บุตรขัน คิดว่าเหมาะครับ เหมาะเหมือนกับที่เราเรียก สุรพล สมบัติเจริญ ว่าราชาเพลงลูกทุ่ง เรียกผ่องศรี วรนุช และพุ่มพวง ดวงจันทร์ ว่าราชินีลูกทุ่ง ใช้เรียกกันมานานปีโดยปริยาย
ในอาณาจักรแห่งเสียงเพลง ใครก็ตามที่เข้ามาซาบซึ้งตรึงใจ ย่อมต้องยอมรับ สุรพล-ผ่องศรี-พุ่มพวง ว่ามีอิทธิพลต่ออารมณ์ความรู้สึก เป็นราชาแห่งอาณาจักรเพลง และที่จริงยังมีอีกหลายราชาเพลงที่มีอิทธิพลเหนือความรู้สึกเรา ไม่ว่าจะเป็น ทูล ทองใจ, ชาย เมืองสิงห์, ไวพจน์ เพชรสุพรรณ ฯลฯ
ยิ่งสำหรับครูไพบูลย์ บุตรขัน นั้น จากปี พ.ศ. 2492 ถึงปี 2515 ผลงานเพลงของท่านตราตรึงวงการเพลงไทย ทั้งเพลงลูกทุ่ง เพลงชีวิต เพลงไทยสากล ส่งอิทธิพลสืบเนื่องยาวนานเป็นประวัติการณ์ เรียกเรื่องราวเกี่ยวกับผลงานเพลงของท่านว่า พงศาวดาร ก็ไม่โอเวอร์แน่ ไม่เกินงาม
แน่นอนว่าช่องว่างระหว่างพงศาวดาร ยังมีเรื่องราวที่เรารู้ไม่ถึง ดังเช่นกรณีเรื่องเพลงดังเพลงแรกของบุปผา สายชล ว่าที่ถูกต้องมิใช่เพลงรักคนแก่ดีกว่า ของครูไพบูลย์ แต่เป็นเพลง วอนลมฝากรัก ทำนองอินเดีย เนื้อร้องโดยครูสุรินทร์ ภาคศิริ มีพยานหลักฐานแน่นหนา นำเสนอโดย คุณสัมพันธ์ ณ พัทลุง กับคุณแดง เจดีย์ ต้องขอบคุณที่ช่วยนำเสนอไขความกระจ่างให้แก่ช่องว่างระหว่างพงศาวดารเพลง
หลักฐานสำคัญว่ามาจากตัวเลขนัมเบอร์บนแผ่นเสียงเก่าเก็บ ข้อนี้เองทำให้เริ่มเห็นความสำคัญของการสะสมแผ่นเสียง หรือเทปเพลง หนังสือเพลงเก่าๆ ว่าเป็นประโยชน์แก่การค้นคว้าหาหลักฐานได้ พิพิธภัณฑ์เพลงไม่ใช่แค่สะสมของเก่าไว้ทำเท่ หรือไว้หากำไรส่วนตน
เอาล่ะ ผมยอมรับการนำเสนอที่พร้อมด้วยพยานหลักฐานชัดเจน แต่ก็อยากย้อนไปทบทวนข้อมูลเอกสาร เป็นซีร็อกซ์จากหนังสือดาราภาพ ราวปี 2512 (ผมได้รับเอื้อเฟื้อแลกเปลี่ยนข้อมูลกับคุณหมอเกรียงศักดิ์ ประคองวงษ์ ดีเจลูกทุ่งเอเอ็ม จัดวันละ 28 ชั่วโมง) ในข้อมูลนั้นระบุว่า
“เพลงดังของเธอคือเพลงรักคนแก่ดีกว่า ต่อมาเธอแสดงภาพยนตร์เรื่องแรก สุรพลลูกพ่อ”
ยังไม่มีการระบุถึงเพลง วอนลมฝากรัก และภาพยนตร์เรื่องชาติลำชี เพราะอะไรไม่รู้เหมือนกัน แต่ก็ระบุว่า
“เพลงดัง”เฉยๆ ไม่ระบุว่า “เพลงดังเพลงแรก”
เหมือนกับอีกหลายๆ ที่จะระบุว่าเพลงดังของบุปผา สายชล คือเพลง ยมบาลเจ้าขา ก็นับว่าถูกต้อง เพราะไม่ได้ระบุว่า เพลงดังเพลงแรก
พลิกต่อไปยังเอกสารซีร็อกซ์ จากนิตยสารดารารัฐ อันนี้ผมไปเจอแฟนคอลัมน์ที่ จ.กระบี่ ท่านเอื้อเฟื้อซีร็อกซ์ให้มา อันว่าคอลัมน์ลูกทุ่งในดารารัฐยุคโน้น (ปี 2513-2514) เขียนโดย พงษ์ศักดิ์ จันทรุกขา
มีบทสัมภาษณ์บุปผา สายชล ระบุตอนหนึ่งว่า “เธอ (บุปผา) เป็นคนหนึ่งที่เป็นแม่เหล็กใหญ่ในการทำให้ภาพยนตร์เรื่องนั้นได้เงินล้าน ซึ่งถ้าผมไม่บอกว่าเรื่องอะไร ก็คงรู้กันว่า เป็นภาพยนตร์เรื่อง ชาติลำชี”
เป็นอันรู้กันว่าในภาพยนตร์เรื่องชาติลำชีนั้น บุปผา ร้องเพลง วอนลมฝากรัก แสดงว่าเพลงนี้จะต้องโด่งดังขนาดหนักจึงได้เป็นแม่เหล็กช่วยให้ภาพยนตร์ได้เงินล้าน แต่เจ้ากรรมนายเวรอะไร พอพลิกท้ายคอลัมน์สัมภาษณ์นั้น ลงเนื้อเพลง วอนลมฝากรัก แต่กลับระบุชื่อเพลงว่า ลมหนาวสาวครวญ
พลิกต่อไปถึงบทสัมภาษณ์ บุปผา สายชล ในนิตยสาราชาเสียงทอง ฉบับ 5 กรกฎาคม 2525 บุปผาในวัย 35 ปี อ้วนท้วน เธอเล่าถึงประวัติเริ่มเข้าวงการ พูดถึงเพลงแก้มนวล และเพลงโด่งดังที่สุดคือเพลง ยมบาลเจ้าขา ต่อจากนั้นก็บ่นเรื่อง “สามีเก่า” (เพลงโด่งดังที่สุดก็คนละอันคนละเพลงกับเพลงดังเพลงแรก)
ใครมีหลักฐานเพิ่มเติมนำเสนอมาได้...หมายถึงเรื่องเพลงของบุปผานะครับ ไม่ใช่เรื่องสามีเก่า-ฮา
วัฒน์ วรรลยางกูร



