บันเทิง

พรมแดนของโลกมายา - 75 ปี ควินซี่ โจนส์

พรมแดนของโลกมายา - 75 ปี ควินซี่ โจนส์

20 พ.ย. 2552

อัลบั้มดีวีดี Quincy Jones, The 75th Birthday Celebration Live at Montreux 2008 ออกวางจำหน่ายในปี 2009

 คอนเสิร์ตครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่ควินซี่ โจนส์ ในวาระครบรอบวันเกิด 75 ปีของเขา ในงานนี้มีศิลปินนักร้องนักดนตรีในวงการแจ๊สมาร่วมแสดงความยินดีและร่วมการแสดงดนตรีอย่างอบอุ่นคับคั่ง นักดนตรีประจำเวทีมีเพียง เนธาน อิสต์ ที่ผมคุ้นหน้า พร้อมด้วยวง The Swiss Army Big Band ควบคุมวงโดย Pepe Lienhard

 เฮอร์บี้ แฮนค๊อก ปรากฏเด่นเป็นคนแรกในเพลง The Good, The Bad and The Ugly โดยมีแพตตี้ ออสติน กับนักร้องชายคนดำเป็นนักร้องแบ็คอัพ เฮอร์บี้เล่นคีย์บอร์ดด้วยความนุ่มนวลน่ารัก ต่อด้วย Let The Good Times Roll โดยนักร้องหญิงผิวดำที่ผมไม่รู้จักชื่อเธอ มีเจมส์ มูดดี้ มาเล่นแซ็กโซโฟน ต่อด้วยแพตตี้ ออสติน ในวัยและรูปร่างหน้าตาร่วงโรยแต่ยังน่ารักและร้องเพลงเพราะ ร้อง Makin’ Whoopee อย่างมีความสุข จนควินซี่ โจนส์ ต้องแอบยิ้มให้ และเธอยังร่วมกับ เจมส์ มูดดี้ ในเพลง Moody’s Mood ร้อง improvise โต้ตอบกันน่ารักมาก  นักร้องหญิงอีกคนร้องเพลงเก่าที่ผมรู้จักดีคือ Honeysuckle Rose และ Shiny Stockings เธอร้องได้น่าฟัง เสียดายที่ไม่รู้จักชื่อเธอ ส่วนคนเล่นเปียโนไม่แน่ใจว่าใช่ โจ แซมเพิล หรือไม่ นักร้องหญิงผิวขาวอีกคนร้อง I’m Gonna Move to the Outskirts of Town กับ In the Heat of the Night ไม่คุ้นหน้าคุ้นตาเช่นเดียวกับนักร้องสาวผิวดำรุ่นใหม่ร้อง If I Ever Lose This Heaven

 อัล จาร์โร แก่ตัวลงไปเยอะ เขาร้อง Midnight Sun  ศิลปินหญิงรุ่นคุณย่า เพทูลา คลาร์ก ผู้เคยฝากเพลง Down Town ไว้ในช่วงทศวรรษ 60 มาในเพลง One Mint Julep กับ Going to Chicago Blues ร้องร่วมกับนักร้องหนุ่มรุ่นหลาน เปาโล นูตินี  ฟรังโก อัมโบรเซตติ แสดงฝีมือปรัมเป็ต โน้ตรื่นหูสำเนียงยุโรปในเพลง My Ship, Summertime, Smoke Gets in Your Eyes, และ Almost Like Being in Love ร้องได้ดีแต่จุดเด่นอยู่ที่คนเล่นเครื่องเป่าที่โชว์ได้ทั้งทรัมเป็ตและทรอมโบน ชักก้า คาน กับ แพตตี้ ออสติน ร้อง Miss Celie’s Blues ได้อารมณ์เหมือนน้องสาวกับพี่สาว น่าเอ็นดูจริงๆ 

 ผู้เฒ่า ทู๊ตส์ ทิลแมนส์ อาวุโสสูงสุด วาดลวดลายฮาร์โมนิก้าร่วมแจมกับศิลปินแจ๊สรุ่นหลาน ซึ่งล้วนแต่เป็นยอดฝีมือทั้งนั้นไม่ว่าจะเป็นหญิงผิวดำที่เล่นเปียโน ทรัมเป็ตและนักร้อง ในเพลง What’s Going On / Eye of Love และโชว์เดี่ยวเพลง Bluesette 

 ชักก้า คาน กลับมาอีกครั้งใน Walking in Space คราวนี้ ลี ริทนาวร์ ศิลปินกีตาร์แจ๊สระดับตำนานผู้เคยฝาก Captain Finger ไว้ในโลกดนตรี ผู้อาวุโสลียังเล่นให้เปาโล นูตินี ศิลปินรุ่นหลานในเพลง Strawberry Letter 23 อยากจะบอกว่า แพตตี้ ออสติน ร้อง How Do You Keep the Music Playing งดงามอย่างไม่มีที่ติ ต่อด้วย อัล จาร์โร The Dude

 กลุ่มนักร้องหนุ่มคนดำ Naturally 7 สร้างนวัตกรรมใหม่ทางดนตรี ที่อาจนับได้ว่าเป็นไฮไลต์ของงานนี้ใน Billie Jean, Wall of Sound  แองเจลิค คิดโจ ร้อง Mama Aifambeni และ State of Independence ได้อย่างมีพลัง Everything Must Change เนื้อหาเรียบง่ายแต่กินใจมาก Cool Joe, Mean Joe (Killer Joe) โชว์ลีลาได้เด็ดขาด Ai No Corrida แอบเห็น บิลลี่ คอบแฮม มาเล่นกลอง เพลง Stuff Like That ควินซี่ โจนส์ โค้งคำนับและขึ้นไปทักทายเพื่อนศิลปินอย่างอบอุ่น

วีระศักดิ์ สุนทรศรี