
หรือจะสิ้น'ทงบังชินกิ'บนรอยน้ำตาของเหล่า'แคสซิโอเปีย'
ดูเหมือนเป็นแผลเรื้อรังไร้ทางเยียวยาไปซะแล้ว สำหรับกรณีพิพาทของสามหนุ่ม แจจุง, ยูชอน และ จุนซู แห่งวง ทงบังชินกิ ที่ตัดสินใจยื่นฟ้องต้นสังกัดเรื่องสัญญาที่ไม่เป็นธรรม จนในที่สุด ศาลก็มีคำสั่งให้สัญญาผูกมัดที่เอสเอ็มเอ็นเตอร์เทนเม้นท์
ทำร่วมกันกับทั้งสามหนุ่มเป็นโมฆะ เรื่องราวทำท่าเหมือนจะจบลงด้วยชัยชนะของสามหนุ่มทงบังชินกิ ถ้าต้นสังกัดไม่เพิกเฉยต่อคำสั่งศาล กดดันให้ศิลปินขึ้นคอนเสิร์ต โดยไม่ผ่านความเห็นชอบจากทั้งสามหนุ่มก่อน ท้ายที่สุด ทัวร์คอนเสิร์ตของทงบังชินกิ ที่เมืองเซินเจิ้นก็ถูกยกเลิก เพราะศิลปินปฏิเสธที่จะขึ้นแสดง ส่งผลให้แฟนเพลงแคสซิโอเปียทั้งหลายต้องกลายเป็นผู้รับเคราะห์ไปโดยปริยาย
หลังจากที่ศาลได้มีคำสั่งให้ยกเลิกสัญญาผูกมัด ระหว่างเอสเอ็มเอ็นเตอร์เทนเม้นท์ กับแจจุง, ยูชอน, จุนซู แล้ว ทำให้นักร้องหนุ่มทั้งสาม มีสิทธิ์ในการตัดสินใจเลือกงานด้วยตัวเองอย่างเต็มที่โดยไม่ต้องผ่านต้นสังกัด ส่วนตารางงานที่ได้มีการวางไว้ให้ก่อนเกิดกรณีพิพาท ทั้งสามก็ยินดีร่วมงานไปตามแผนงานเดิม ซึ่งผลคำตัดสินที่ออกมาส่งผลกระทบให้ต้นสังกัด เอสเอ็มเอ็นเตอร์เทนเม้นท์ ไม่พอใจเป็นอย่างมาก และได้ออกมาแถลงข่าวว่า เรื่องคดีความที่นักร้องหนุ่มทั้งสามฟ้องร้องทั้งหมด ล้วนมีสาเหตุหลักคือธุรกิจเครื่องสำอาง Crebeau ที่ศิลปินทั้งสามถือหุ้นอยู่ พร้อมได้ยื่นคำขาดให้ระยะเวลาศิลปินได้ตัดสินใจ หากคิดอยากกลับตัวกลับใจเพื่อมาเป็นนักร้องในนามทงบังชินกิ 5 คนดังเดิม
โดยได้เปิดเผยเพิ่มเติมว่า เอสเอ็มได้วางโครงการจะโปรโมทอัลบั้มใหม่ของทงบังชินกิในกลางปีหน้า และขณะนี้ได้เตรียมการล่าช้ากว่ากำหนดไป 6 เดือนแล้ว ซึ่งทางด้านของสามหนุ่มก็มีปฏิกิริยาตอบรับทันที ด้วยการประกาศถอนตัวจากธุรกิจเครื่องสำอาง Crebeau เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจว่าพวกเขายังอยากทำงานร่วมกันห้าคน และยังเป็นห่วงความรู้สึกของแฟนเพลง ไม่อยากให้เรื่องราวยืดยาวไปมากกว่านี้ พร้อมทั้งเรียกร้องให้ฝ่ายเอสเอ็มหยุดสร้างความเข้าใจผิดๆ ได้แล้ว
อย่างไรก็ตาม เมื่อผ่านพ้นกำหนดเส้นตายที่เอสเอ็มขีดไว้ แจจุง, ยูชอน และจุนซู ก็ไม่มีปฏิกิริยาตอบรับในเรื่องอัลบั้มใหม่กลางปีหน้าใดๆ ทั้งสิ้น จนท้ายที่สุด เอสเอ็มต้องออกมาประกาศอีกครั้ง ว่าโครงการที่วางไว้ของห้าหนุ่มทงบังชินกิในปีหน้าคงจะไม่สามารถเป็นจริงได้ และคงจะเหลือชื่อทงบังชินกิ ไว้เป็นเพียงแค่ตำนาน แย่ไปกว่านั้น คอนเสิร์ตที่กำลังจะเกิดขึ้นที่เมืองเซินเจิ้น ประเทศจีน ในวันที่ 21 พฤศจิกายน ก็ต้องถูกยกเลิก เพราะศิลปินทั้งสามปฏิเสธที่จะขึ้นแสดงบนเวที
โดยอ้างว่า พวกเขาทั้งสาม ไม่ทราบมาก่อนว่ามีคอนเสิร์ตนี้อยู่ในตารางการทำงานเดิม ถ้าทางเอสเอ็มอยากให้พวกเขาขึ้นแสดง ก็ต้องนำตัวสัญญาพร้อมแจกแจงรายละเอียดทุกอย่าง รวมถึงรายได้ส่วนแบ่งอย่างชัดเจนมาให้พวกเขาพิจารณา ซึ่งทางเอสเอ็มก็เพิกเฉยต่อคำขอนั้น และได้ประกาศยกเลิกคอนเสิร์ตในที่สุด พร้อมทั้งยังได้ตัดพ้อการกระทำของทั้งสามหนุ่มอีกว่า เหตุการณ์ครั้งนี้ไม่เพียงแต่สร้างผลเสียให้แก่ตัวทงบังชินกิและบริษัทเอสเอ็มเอ็นเตอร์เทนเม้นท์เท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบไปถึงความน่าไว้วางใจของศิลปินเกาหลีอื่นๆ ที่กำลังจะมีผลงานในตลาดเพลงจีนอีกด้วย
นอกเหนือไปจากนั้น สิ่งที่เจ็บปวดที่สุดสำหรับเหตุการณ์ครั้งนี้ คือความรู้สึกของแคสซิโอเปีย เหล่าแฟนคลับทั่วโลกของห้าหนุ่มทงบังชินกิ ที่กำลังระส่ำระส่าย แตกออกเป็นสองพรรคสองพวก บ้างก็สิ้นศรัทธาในตัวศิลปิน บ้างก็ยังสนับสนุนทุกการกระทำของคนที่ตนรัก แต่ไม่ว่าผลสุดท้ายจะออกมาเช่นไร ความรู้สึกที่เสียไปของแฟนเพลงคงไม่มีวันเรียกกลับคืน หากแต่พวกเขาก็ยังคงยิ้มรับด้วยน้ำตา และพร้อมจะลืมเลือนความเจ็บช้ำทุกอย่าง เพียงภาวนาให้ภายภาคหน้า เรื่องราวทั้งหมดนี้จะสามารถจบลงด้วยดีเสียที



