บันเทิง

เอกชัยแถลงตัดขาดนาธานไม่ยุ่งเกี่ยวกันอีก

เอกชัยแถลงตัดขาดนาธานไม่ยุ่งเกี่ยวกันอีก

17 พ.ย. 2552

เอกชัย ศรีวิชัย ประกาศตัดขาด นาธาน โอร์มาน ไม่ขอยุ่งเกี่ยวใดๆ อีก ลั่นขอให้อยู่คนละโลกกัน เหตุต้องเลือกแฟนเพลงก่อน แจงชัดไม่สนิท ไม่เคยพูดคุยเกิน 10 คำ แต่ช่วยเหลือแค่เพราะเป็นคนใต้เหมือนกัน ด้าน ปุ๊กกี้ ชะลาล่า แฉอดีตนักร้องหนุ่มหลอกเงินน้า-แม่-คนรู้จักร

จากกรณีที่นายบุญรอบ ศรีวิชัย หรือ เอกชัย ศรีวิชัย นักร้องลูกทุ่งชื่อดัง ตกเป็นข่าวว่าพานายนาธาน โอร์มาน อดีตนักร้องที่กำลังตกเป็นข่าวอื้อฉาวหลบหนีออกจากประเทศไทยไปประเทศนอร์เวย์ จนทำให้นักร้องลูกทุ่งชื่อดังต้องรีบเดินทางกลับมาประเทศไทยเพื่อแก้ข่าว

 เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 17 พฤศจิกายน นายเอกชัย ศรีวิชัย เปิดบ้านย่านลำลูกกา คลองห้า แถลงข่าวกรณีดังกล่าว โดยเริ่มต้นด้วยการลำดับขั้นตอนการเดินทางไปต่างประเทศให้ผู้สื่อข่าวฟัง ก่อนที่จะกล่าวถึงความในใจ ว่าการไปต่างประเทศแต่ละครั้งไม่ใช่การไปปากคลองตลาด การที่ถูกสื่อประโคมข่าวว่านายนาธานเดินทางไปกับตน ทั้งที่ไม่เป็นความจริง จึงอยากขอย้อนถามทุกสื่อว่ามีสปิริตต่อการนำเสนอมากน้อยเพียงใด

 "เรื่องราวที่เกิดขึ้นกับนาธานในสายตาของผม เขาเป็นแค่เด็กใต้คนหนึ่งเท่านั้น ไม่ได้มีอะไรมากมายไปกว่านั้น หลักๆ คือนาธานกับผมมีผู้จัดการส่วนตัวคนเดียวกัน ตรงนี้คือจุดที่เกี่ยวข้องกัน ผมเองก็ไม่ได้เจอนาธานบ่อย เจอกันก็คุยกันไม่ถึง 10 คำ และไม่เคยถามเรื่องราวที่เกิดขึ้นเลย ตลอดช่วงเวลาที่อยู่นอร์เวย์ ผมรู้สึกเครียดมาก ทั้งที่ปกติแล้วช่วงนี้จะเป็นช่วงเวลาที่ผมจะไปพักผ่อนทุกปีอยู่แล้ว ก่อนที่จะกลับมาเปิดวงทัวร์อีกครั้งในช่วงปลายเดือนธันวาคม โดยปกติผมจะไปอยู่ประมาณ 20 กว่าวัน เมื่อเกิดเรื่องทีมงานโทรศัพท์ไปบอกว่าเรื่องราวบานปลาย ผมจึงต้องรีบกลับมาชี้แจง" นายเอกชัยกล่าว

 นายเอกชัยกล่าวต่อว่า เมื่อข่าวถูกนำเสนอไปแล้วก็คงต้องปล่อยให้เป็นไป แต่นับจากนี้เป็นต้นไป ขอประกาศว่าอย่านำตนเข้าไปเกี่ยวข้องกับนายนาธานในทุกๆ เรื่อง ขอให้เป็นคนที่อยู่คนละโลกกัน หากนายนาธานจะไปทำอะไรที่ไหนอีก ตนไม่เกี่ยว หลังจากนี้หากยังมีสื่อมวลชนนำตนเข้าไปผูกโยงกับนายนาธานอีก ก็คงจะไม่พูดอะไรอีกต้องไปเจอกันที่ศาล

 เมื่อถามว่า ก่อนหน้านี้ที่นายเอกชัยเคยออกมาให้สัมภาษณ์ว่าจะชดใช้หนี้สินแทนนายนาธานว่าอย่างไร นายเอกชัยตอบว่าเป็นเรื่องที่พูด ณ วันนั้น มาถึงวันนี้คงไม่ขอยุ่งแล้ว หากนายนาธานได้ทำอะไรลงไปก็ต้องรับกับสิ่งนั้น

 "ผลกระทบที่เกิดกับผมก็มีบ้าง อย่างเช่นแฟนเพลงทางภาคใต้บอกผมว่าอย่าเข้าไปยุ่ง หากนาธานจะไปทำอะไรก็ให้ปล่อยเขาไป ต่อไปนี้ผมก็คงจะต้องให้ผู้จัดการส่วนตัวของผมเลือกเอาว่าจะเป็นผู้จัดการของนาธานหรือผู้จัดการของผม เพราะปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นมานั้นก็มาจากเขาทั้งคู่ แต่ถ้าพูดถึงผลกระทบทางด้านจิตใจนั้น สำหรับผมมันมาก ผมต้องแคร์แฟนเพลงของผมมากกว่า" นายเอกชัย กล่าว

 ในขณะที่นายอนุชา ลังประเสริฐ หรือชิ ผู้จัดการส่วนตัว กล่าวว่า จากนี้ไปคงขอเลือกที่จะเป็นผู้จัดการส่วนตัวของนายเอกชัยคนเดียว ที่ผ่านมาไม่ได้อยู่กับนายนาธานตลอด เพิ่งกลับมาพบกันเพียง 1 ปีเท่านั้น และคงต้องฝากผ่านสื่อว่าต่อไปนี้ขอให้นายนาธานตั้งใจแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นให้ผ่านพ้นไปได้ด้วยดี ส่วนเรื่องที่ตนเคยออกมาให้สัมภาษณ์ว่าจะเดินทางไปพิสูจน์ข้อเท็จจริงเรื่องการแสดงหนังฮอลลีวู้ดของนายนาธานนั้น ตอนนี้ยังไม่ทราบ หากจะไปจริงๆ คงต้องขออนุญาตนายเอกชัยก่อน

 เมื่อพูดจบประโยค นักร้องลูกทุ่งชื่อดัง กล่าวตอบทันทีว่า ให้ไปเลย เพราะก็อยากรู้เหมือนกันว่าเรื่องดังกล่าวจริงเท็จอย่างไร

 ขณะที่ นางปริศนา พรายแสง หรือ ปุ๊กกี้ ชะลาล่า ได้ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการเรื่องเด่นเย็นนี้ ว่าในเมื่อเรื่องต่างๆ ที่ถูกกล่าวหานายนาธานสามารถออกมาแก้ต่างได้ แต่ไม่เข้าใจว่าเหตุใดในกรณีของตนกลับไม่มีคำตอบ ซึ่งจริงๆ แล้ว ตนไม่อยากยุ่ง เพราะตนกับนายนาธานไม่มีเรื่องใดๆ ต่อกัน แต่เมื่อมีหลายกรณีเกิดขึ้น จึงต้องออกมาพูด

 "เมื่อปี 2004 ในเดือนสิงหาคม คุณแม่จัดงานที่ซิดนีย์ จึงให้พี่ชิ (ผู้จัดการส่วนตัวนาธาน) ช่วยหาศิลปินไปแสดง พอดีนาธานว่างอยู่ ทำให้น้าสาวและน้าชายรู้จักและสนิทสนมกับนาธานที่นั่น ในตอนนั้นนาธานแปลกๆ ไม่ค่อยกล้าพูดภาษาอังกฤษ ปุ๊กกี้เดินทางกลับมาก่อน นาธานจึงต้องอยู่กับคุณแม่ และคุณน้า ระหว่างนั้นน้าชายก็ได้ดูแลเรื่องค่าใช้จ่ายให้ทั้งหมด และหลังจากกลับมาเมืองไทยน้าสาวยังได้ให้เงินดาวน์รถยนต์อีก 1.2 แสนบาทและค้ำประกันให้ด้วย ภายหลังปุ๊กกี้ได้ทราบว่าไฟแนนซ์โด้โทรศัพท์มาทวงเงิน เนื่องจากนาธานไม่ส่งค่างวดรถคนนั้นเลย" ปุ๊กกี้กล่าว

 นางปริศนากล่าวต่อว่า ในช่วงแรกก็งงว่าน้าสาวไปสนิทกับนายนาธานมากขนาดนั้นได้อย่างไร เนื่องจากอยู่คนละช่วงวัย แต่ภายหลังก็รู้ว่านายนาธานเป็นคนมีจิตวิทยาสูง มีวิธีพูดให้คนรอบข้างรู้สึกดี ซึ่งประโยคเด็ดของนายนาธานคือหากถ่ายหนังได้เงินก้อนโตมาจะมาสร้างบ้านให้และดูแลน้าสาวเอง ทำให้น้าสาวหลงและมีความหวัง เนื่องจากน้าสาวไม่มีครอบครัวและอยู่คนเดียว

 "เรื่องต่างๆ ที่เกิดขึ้น ไม่มีความคิดเห็น แต่วิเคราะห์จากหลักฐานต่างๆ ที่เขานำมาแสดง ไม่ได้ตัดสินจากข่าว เป็นไปไม่ได้ว่าทุกคนออกมารวมตัวกันขนาดนี้ จึงต้องเชื่อ แม้จะเข้าใจนาธานดีว่าเจ็บปวด อับอายขนาดไหน ในส่วนเรื่องของการเป็นคนเนปาล เคยเจอมักกะลีผล เขาก็เคยเล่าให้ฟังเป็นนิยายเลย น้าชายก็หน้ามืดตามัวเชื่ออยู่พักหนึ่ง พอหลังจากช่วงสึนามิ นาธานพูดจาไม่ดีกับน้าชาย เหมือนจะตีตัวออกห่าง น้าชายจึงเริ่มรู้" นางปริศนากล่าว

 นางปริศนากล่าวต่อว่า น้าอีกคนซึ่งเป็นเจ้าของร้านอาหารไทย ก็โดนหลอกให้ซื้อกล้องถ่ายรูป 2 เครื่อง คอมพิวเตอร์ ตั๋วเครื่องบิน รวมถึงยังเคยให้เงินใช้วันละ 100 ดอลลาร์ระหว่างอยู่ที่ออสเตรเลียด้วยเช่นกัน ตอนนี้ก็ทำใจ ไม่อยากยุ่ง เพราะรู้แล้วว่าอะไรเป็นอะไร นอกจากนี้ก็ยังมีน้าอีกคนที่รู้จักก็โดนหลอกให้ซื้อตั๋วเครื่องบินด้วยเช่นกัน รวมแล้วคาดว่าความเสียหายของทุกคนรวมกันเป็นเงินร่วม 1 ล้านบาท

 นางปริศนากล่าวต่อว่า การออกมาพูดในวันนี้เพราะไม่อยากให้นายนาธานหลอกน้าสาวมากไปกว่านี้อีก เพราะทุกวันนี้น้าสาวก็ยังเชื่อว่าแม่บุญธรรมนายนาธานจะนำเงินมาคืนให้ โดยเฉพาะในส่วนของการค้ำประกันรถยนต์

 "ปุ๊กกี้อยากฝากบอกนาธานว่าเรื่องของคุณน้าขอเถอะ เราไปทำอะไรให้หรือ ทำไมไม่ยอมปล่อยคุณน้าเสียที อย่าไปสร้างฝันให้คุณน้าอีกเลย" นางปริศนากล่าว