บันเทิง

มองผ่านเลนส์คม - พรมแดนสุดท้าย!

มองผ่านเลนส์คม - พรมแดนสุดท้าย!

18 พ.ย. 2552

ได้ดูหนังฟอร์มยักษ์ "2012 วันสิ้นโลก" ทำให้คิดอะไรได้หลายอย่าง

 เว้นที่จะพูดถึงความสนุก ตื่นเต้น นักแสดงดี กราฟฟิกเนียน เทคนิคยอด ผูกเรื่องเยี่ยมแล้ว ยังเห็นถึงสัจธรรมแห่งชีวิต...

 เราจะทำอะไร เมื่อรู้ว่าอีกไม่กี่วันน้ำจะท่วมโลก ชีวิตจะดับสูญ
 และรู้ว่า "ทางรอด" คือการได้ขึ้น "เรือโนอา" ที่สร้างขึ้นเป็นพิเศษ ..ทว่า จะมีกี่คนที่ได้รับโอกาสนี้ 

 ในหนัง มีเวิร์ดดิ้งเด็ดๆ อย่าง
 "นักวิทยาศาสตร์หนุ่มหนึ่งคน มีค่ากว่านักการเมืองแก่ๆ ยี่สิบคน" ...เหตุผลของประธานาธิบดีผิวหมึก ก่อนที่จะสละ "ตั๋วชีวิต" เพื่ออยู่ร่วมชะตากรรมกับพลเมืองชาวอเมริกัน 

 "เมื่อไหร่ที่คุณหยุดช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ เมื่อนั้นคุณก็หมดสิ้นความเป็นมนุษย์" ...นี่ก็เป็นคำพูดของพระเอกผิวสี ที่ร้องขอมติจากนานาประเทศ ให้เปิดประตูเรือยักษ์รับคนที่รออยู่ขึ้นไปด้วย

 นั่นอาจเป็นการท้าทายให้ตัดสินปัญหาในปลายทาง แต่สิ่งที่น่าคิดกว่า คือขณะที่เรายังมีเวลาอยู่ เราได้ตระหนักถึง "ชีวิต" และ "การดำรงอยู่" อย่างไรบ้าง 

 ...จะทำอะไรก็รีบทำซะ... อาจไม่ใช่คำตอบสุดท้าย 
 ...เสียสละเพื่อนคนอื่นอย่าเห็นแก่ตน...ก็เป็นสิ่งที่ควรทำอยู่แล้ว แม้ว่าโลกจะแตกสลายหรือไม่ก็ตาม 

 ในทางวิทยาศาสตร์ บอกว่า ระยะหลังมานี้ เกิดเหตุแผ่นดินไหว ดินถล่ม และน้ำในแม่น้ำหรือทะเลสาบเหือดแห้งบ่อยครั้ง เป็นไปได้ที่ส่วนหนึ่งเกิดจาก “ภาวะโลกร้อน” แต่ก็ไม่อาจปฏิเสธได้เช่นกัน ว่าโครงสร้างของพื้นผิวโลกกำลังขยับและเปลี่ยนแปลงตัวเอง

 บทความเรื่อง “วันสิ้นโลก” ของ ไมเคิล แฮนลอน ในเว็บไซต์เดลี เมล์ ระบุว่า วันสิ้นโลกที่เกิดขึ้นอาจไม่ได้มาจากการระเบิดครั้งใหญ่ของโลก หรือคำทำนายใดๆ ทว่า กลับเป็นภัยเงียบจากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่ก่อตัวมานาน 

 บ้างก็ว่าโลกจะแตกเกิดจากสงครามโลกครั้งที่ 3 ระหว่าง ยุโรปและมุสลิม มุสลิมจะชนะ เพราะใช้อาวุธชีวภาพ ยุโรปจะเป็นเมืองร้าง จีนจะเป็นมหาอำนาจ

 อย่างไรก็ตาม คนเริ่มตระหนักด้วยสัญชาตญาณ ที่กลัวการสาบสูญ
 การหาคำตอบให้แก่ชีวิต เพื่อต้องการรู้สิ่งที่แน่นอน มั่นคง เป็นอมตะ เพื่อเราจะได้พึ่งพาสิ่งนั้น

 หยิบหนังสือ "ไอน์สไตน์ถาม พระพุทธเจ้าตอบ" ขึ้นมาอ่านใหม่ จึงได้เห็นบางอย่าง
 "ไม่มีสิ่งเที่ยงแท้ถาวรอันติมะในธรรมชาติ"
 นักดาราศาสตร์รวมทั้งนักเขียนนิยายวิทยาศาสตร์ มักคิดว่า พรมแดนสุดท้ายของจักรวาล น่าจะอยู่ในอวกาศ อยู่ที่ขอบริมสุดอันเป็นพรมแดนปลายสุดของจักรวาลจริงๆ ที่มักพูดว่า

 "ความจริงอยู่ข้างนอกโน่น"  (The truth is out there!)
 แต่แท้จริงแล้ว หากเราไม่สามาถค้นหาสัจธรรมได้ ณ ตรงที่เราอยู่ แล้วคิดว่าจะไปหาได้จากที่ไหน?    

 ยากที่จะรวบรัดใจความในเล่ม แต่ขอแนะนำสั้นๆ ว่า "พรมแดนสุดท้าย" ที่เราอยากรู้ มันเป็นสิ่งเดียวกับ "พระนิพพาน" ของพระพุทธเจ้านั่นเอง

 ซึ่ง "พระนิพพาน" ในฐานะที่เป็นสัจธรรมอันสูงสุด จะเฉลยว่า สิ่งที่เราค้นหา ไม่ได้อยู่ไกลตัวเลย แต่อยู่ "ที่นี่ เดี๋ยวนี้"

 ถ้าเข้าใจได้ เราอาจไม่ต้องการคำตอบ หรือเกรงกลัวมหันตภัยใดๆ 
 แม้โลกจะแตกสลายก็ตาม !!

"นันทพร ไวศยะสุวรรณ์"