
ยุติความรุนแรงที่ใจ ยุติทุก (ข์) ปัญหา
เนื่องในวันที่ 25 พฤศจิกายนของทุกปี เป็นวันรณรงค์ยุติความรุนแรงต่อเด็กและสตรีในระดับสากล การทำงานของเสถียรธรรมสถานตลอดทั้งเดือนจึงสอดคล้องและนำกระแสโลกด้วยกระแสอริยธรรมอันเป็นวิถีชีวิตของชุมชนแห่งนี้ตลอดมา โดยมีชุมชนแห่งธรรมเป็นฐานการทำงาน ที่มีกายภาวนา
ขณะที่ความเป็นชุมชนแห่งธรรมกำลังเติบโตเป็นลานบุญ ลานปัญญา ลานบุญภาคี ด้วยห้องรับแขกอบอุ่นที่ต้อนรับทั้งองค์กรภาครัฐ ภาคเอกชน ทั้งระดับนโยบาย และระดับปัจเจก พร้อมองค์กรภาคีทั้งในและนอกประเทศที่เข้ามารับใช้พระธรรมเพื่อเรียนรู้วิถีชีวิตสงบเย็นและเป็นประโยชน์ ผ่านงานสร้างชุมชนที่ต่อยอดเป็นงานสร้างทีมพระพุทธเจ้าด้วยใจบุญภาคี
จากการศึกษา ชื่อสาวิกาสิกขาลัย ขณะเดียวกันข้าพเจ้าได้มีโอกาสนำพุทธศาสตร์ออกเยียวยาสังคมตามพุทธประสงค์แห่งองค์สัมมาสัมพุทธเจ้า ด้วยการนำภาวนาและบรรยายธรรมตามคำเชิญ อาทิ ตลอดวันศุกร์ที่ผ่านมา ข้าพเจ้าได้มีโอกาสยืนอยู่บนเวที 3 เวที
อันได้แก่ เวทีแรกคือ ผู้บริหารกระบวนการยุติธรรมระดับสูง กระทรวงยุติธรรม ในหัวข้อ “ธรรมะกับสถานการณ์ปัจจุบัน” ซึ่งนับได้ว่าเป็นระดับผู้นำของชาติเกือบหนึ่งร้อยชีวิตที่ต้องนำพาองค์กรและบุคลากรที่มีอิทธิพลต่อความเจริญก้าวหน้าของชาติทั้งสิ้น ข้าพเจ้าได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ว่า
“ผู้บริหารระดับสูงย่อมต้องบริหารจิตให้สงบเย็นเพื่อความเป็นประโยชน์อย่างสูงสุดโดยส่วนรวม การบริหารเวลาในปัจจุบันขณะที่ไม่ทุกข์ เพื่ออยู่ได้ในทุกสถานการณ์ รู้เบิกบาน อยู่บนหนทางอันประเสริฐ คือหนทางอริยะ เป็นสิ่งจำเป็นยิ่ง ดูแลคนข้างหน้าเป็นคนพิเศษ ไม่มีใครควรค่าต่อการเกลียดชัง ไม่เสียเวลาต่อการชี้โทษ เพ่งโทษ ถ้าท่านมีปัจจุบันขณะที่เคารพตนเอง และคนที่อยู่ข้างหน้าท่าน นับได้ว่าท่านใช้เวลาอย่างไม่เห็นแก่ตัว ทันสมัยอยู่ในปัจจุบันขณะ สดอยู่ในปัจจุบันขณะ เห็นปัจจุบันขณะอย่างไม่ประมาท เพราะถ้าขณะหน้าไม่มี ขณะนี้ก็สมบูรณ์แล้ว” การภาวนาร่วมกันด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะผ่านบทเพลง “ความสุขเล็กเล็กในใจ” ถือเป็นภาพจดจำของผู้บริหารกระบวนการยุติธรรมระดับสูง
เวทีที่สองคือ “มหัศจรรย์แห่งธรรม” ที่ บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) มีความตั้งใจทำงานธรรมะแบบยกวัดมาไว้ที่เซเว่นอีเลฟเว่น ที่เวทีนี้ข้าพเจ้าร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ว่า “ชีวิตศักดิ์สิทธิ์ คือชีวิตอิสระจากทุกข์ จงอยู่กับโลกอย่างไม่เปื้อนโลก คือกระทบ ไม่กระเทือน จึงไม่กระแทก ให้ใครเจ็บปวด” รอยยิ้มจากความเข้าใจในวิถีแห่งธรรมเกิดขึ้นพร้อมกันทั่วห้องประชุมของตึกซีพี เมื่อสื่อทางธรรมที่ข้าพเจ้านำไปภาวนาร่วมกัน ได้ทำให้ “ปฏิจจสมุปบาท” เรียบง่ายและใช้ได้จริงในวิถีชีวิต
เวทีที่สามคือ “พุทธศาสนาและวิทยาศาสตร์ สร้างสรรค์วัฒนธรรมแห่งปัญญา” ที่สำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติจัดขึ้น ข้าพเจ้าได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนเรียนรู้อย่างหมดสงสัยในพุทธศาสตร์และอาจหาญจะมีปณิธานอันศักดิ์สิทธิ์ตามพุทธประสงค์ในการนำธรรมะออกเยียวยาสังคมในฐานะพุทธสาวิกา ธิดาของพระพุทธเจ้าต่อไปดังที่ได้ปฏิบัติมาตลอด 30 พรรษา ด้วยการยุติความรุนแรงในใจ เพื่อการทำงานด้วยความสงบเย็นและเป็นประโยชน์เพื่อยุติความรุนแรงในโลกนี้ต่อไป
เวทีสุดท้ายของค่ำวันเดียวกันนั้น คือการกลับมาที่ชุมชนแห่งการเรียนรู้เพื่อศานติ ด้วยการโอบใจต้อนรับผู้ร่วมปฏิบัติธรรมพักค้างกว่าร้อยชีวิต ในงาน “อริยะสร้างได้” ที่เสถียรธรรมสถานรับใช้สังคมเป็นธรรมบริการทุกสุดสัปดาห์ เวทีนี้คือวิถีชีวิตแห่งอริยธรรม ที่ทุกชีวิตตระหนักถึงความศักดิ์สิทธิ์ของพระธรรม และนำพระธรรมออกรับใช้สังคมตามพุทธประสงค์ และตามพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชาที่ทรงครองแผ่นดินโดยธรรมเพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม เราในฐานะหนึ่งในมหาชนชาวสยาม จึงต้องมีชีวิตอยู่อย่างไม่หนักแผ่นดิน ด้วยการยุติความรุนแรงทั้งมวล โดยการยุติความรุนแรงที่ใจ
"ธรรมสวัสดี - แม่ชีศันสนีย์"



