
คมเคียวคมปากกา-ไกลทุ่ง
ต้นฤดูหนาวอากาศเหมาะกับการขับรถไปเที่ยวกินลมชมบรรยากาศทุ่งนาป่าเขา แล่นรถไกล ความร้อนเครื่องยนต์ไม่ค่อยขึ้นสูง ตัวคนนั่งนอนที่ไหนก็สบายตัว ไม่เหนียวเหนอะหนะ ไม่ค่อยมียุง หรือแมลงไต่ตอม นั่งในรถบางทีไม่ต้องเปิดแอร์ แค่ไขกระจกรับอากาศบริสุทธิ์
ถ้าไม่ได้ไปไหนก็อยู่บ้าน ดูหนัง ฟังเพลง นอนเค้งบนเก้าอี้เอนหน้าจอ บางทีก็ดูและฟังจนหลับไป ผ่านไปอีกวันและคืน วันและคืนที่ผ่านมาของผมก็เป็นเช่นนั้น
เพลงทั้งชนิดแห้งและ (แสดง) สดบางชุดอาจกล่อมให้เราหลับเพลิน แต่บางชุดก็ทำให้อิ่มสุขแบบเศร้าๆ เหงาๆ อย่างบันทึกการแสดงสดของ อีริค แคลปตัน ในอัลบั้ม Unplugged...อ้าว เขียนเรื่องเพลงลูกทุ่งอยู่ดีๆ จะปีนเก้าอี้ไปฟังเพลงหรั่งแล้วเหรอ คุณคมเคียว
คือว่าดนตรีเป็นภาษาสากลครับ เพลงหรั่งถึงแม้เราจะฟังเนื้อกระดิกบ้างไม่กระดิกบ้าง แต่ก็สัมผัสได้ถึงความไพเราะ ฟังเพลงไม่ใช่การอ่านบทความหรือคอลัมน์ ก็ที่เขาเล่ากันว่า บางทีฝรั่งเดินผ่านบูธขายเพลงไทย ได้ยินเพลงของ ทูล ทองใจ ก็ยังหยุดและซื้อไปฟัง เสียงอันไพเราะของนักร้องก็เปรียบเสมือนดนตรีชิ้นหนึ่งที่ประสานกลมกลืนไปกับเสียงดนตรีชนิดอื่น ฟังแล้ว (แม้ไม่เข้าใจภาษา) ก็สัมผัสได้ถึงอารมณ์สุขเศร้า (หากร้องได้ถึงอารมณ์)
อัลบั้ม Unplugged ของอีริค แคลปตัน นั้น ผมเคยเปิดดูซ้ำซากตั้งแต่ยุคม้วนวิดีโอที่เป็นม้วนใหญ่โตราวกระดาษ เอ4 พับครึ่ง ก็น่าจะราวๆ เกือบ 20 ปี หรือกว่า 10 ปี (ถ้าเป็นเพลงลูกทุ่งไทย ผมคงพอจำ พ.ศ.ได้) การอ่านหนังสือ ดูหนัง ฟังเพลง ในต่างช่วงเวลา ให้ความรู้สึกนึกคิดต่างกันไป อย่างดู อันปลั๊ก ของแคลปตัน ครั้งนี้ ผมดูควบไปกับบันทึกแสดงสดอีกอัลบั้มของเขา คือชุด ออนทัวร์ ปี 2001 เห็นอารมณ์ที่แตกต่างของศิลปิน และก็ได้อารมณ์ที่แตกต่างของเราเอง
ในชุดหลังนั้น อีริค แคลปตัน ท้วมขึ้น ตัดผมสั้นสะอาดสะอ้าน ใส่เสื้อขาวลอยชายสบายๆ ใส่รองเท้าผ้าใบที่ขยับไปตามจังหวะเพลง เหมือนกำลังนั่งเล่นกีตาร์อยู่ตรงระเบียงบ้าน ท่ามกลางคนดูเป็นหลายหมื่น ดูเพลินในแบบดูจอมยุทธ์กีตาร์โชว์ระบำปลายนิ้วอันพลิกพลิ้วได้ดั่งใจ กระบี่อยู่ที่ใจ คือกระบี่แทงฉวัดเฉวียนไปนั้น มิใช่แค่การพลิกของข้อมือ แต่มาจากใจสั่ง และมือก็ทำได้ดังใจ เช่นเดียวกับการเล่นกีตาร์ ไม่ใช่แค่ออกแรงข้อมือและปลายนิ้ว หากแต่ทำไปตามใจสั่ง ในชุดออนทัวร์ 2009 นี้ แม้เขาจะเล่นเพลงเศร้าอย่าง Tears in heaven ก็เป็นอารมณ์ในแบบปลงใจได้แล้ว ปลอดโปร่งแล้ว
ต่างจากในชุด อันปลั๊ก แคลปตัน ในวัยหนุ่มราว 30-40 ผมยาวกระเซิง หนวดเครารก ในเสื้อผ้าเทาดำหม่น แววตาช้ำหมอง คล้ายยังไม่อาจถอนตัวจากความเศร้าสูญเสียทั้งลูกและเมียที่ตายจากไป ดูอันปลั๊กล่าสุดในรูปแบบดีวีดี เพลง Tears in heaven มีเนื้อเพลงภาษาปะกิตเป็นตัวอักษรให้ดูตรงขอบล่างของจอด้วย ก็เลยพองูๆ ปลาๆ อ่านภาษาที่ใช้คำง่ายๆ แต่ซึ้งอารมณ์
Would you know my name
If I saw you in heaven ?
Will you be the same
If I saw you in heaven ?
เป็นถ้อยคำอาลัยจากใจคนที่ยังอยู่ถึงลูกและเมียที่ตายจากไปแล้ว เธอยังจะจำชื่อฉันได้ไหม หากเราได้พบกันในสรวงสวรรค์ ท่อนถัดไปยังถามอีกว่า Would you hold my hand ถ้าเราพบกันในสวรรค์ เธอยังจะเกาะกุมมือฉันไหม หรือสรุปสั้นๆ รวบความว่า เธอยังรักฉันไหม แม้เราตายจากไปอยู่ต่างภพ...ประมาณนั้น ก่อนจะสรุปว่า ที่สุดฉันรู้ว่าฉันไม่ได้อยู่ในสวรรค์ ฉันจึงต้องหยัดยืนอยู่ที่นี่ต่อไป แม้ (ในโลกของความเป็นจริง) ไม่มีเธv... ดู-ฟัง แล้วอึ้งครับ
คนรักที่ตายจากไปแล้ว ร่างถูกไฟเผาเป็นจุณไปแล้ว หรือถูกฝังเปื่อยจมดินไปแล้ว จะใช้พลังสักเท่าไรก็ไม่สามารถรวบรวมเศษเถ้ากระดูกมาเป็นร่างเดิมให้พบสัมผัสได้ สื่อความรู้สึกต่างภพชาติ จึงเหลือเพียงความทรงจำ เป็นภาพถ่าย เป็นลายมือ เป็นข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ
และบทเพลงก็ช่วยถ่ายเทอารมณ์ได้อีกทาง เป็นความสุขเศร้าซึ้งในต้นฤดูหนาว
ขออภัย จันทร์นี้ผมไถลไปไกลทุ่ง เตลิดไปถึงสวรรค์
วัฒน์ วรรลยางกูรส่ง



