บันเทิง

คมเคียวคมปากกา - ไดโนเสาร์สีเขียว

คมเคียวคมปากกา - ไดโนเสาร์สีเขียว

11 พ.ย. 2552

วันอาทิตย์นั่งดูทีวีดาวเทียมช่อง "สบายดีเฮียฮ้อ" จึงรู้ว่าท็อปดาวน์โหลดของค่ายอาร์สยามคือ เพลง "กิ้งก่าทอง" ของ ธันวา ราศีธนู และเข้าใจว่าเพลงนี้กำลังได้รับแรงอัดฉีด เหมือนช่วงอาร์สยามทุ่มโปรโมท "รักคนมีแฟน" จนติดลมบน

   แถมเพลงกิ้งก่าทอง ถูกผู้ใหญ่ ททบ.5 สั่งแบน "เอ็มวีกิ้งก่าทอง" จึงกลายเป็นประเด็นข่าวร้อน และถูกขยายผลในทันที

 ผมนั่งดูเอ็มวีชุดนี้ทางทีวีดาวเทียม ซ้ำแล้วซ้ำอีก ก็ยังคิดไม่ตกว่า ผู้ใหญ่ช่อง 5 ใช้หัวสมองหรือหัวอะไร? ออกคำสั่งแบนเพลงนี้ 

 บางคนแอบตั้งข้อสังเกตตาม "ทฤษฎีสมคบคิด" ระหว่างผู้ใหญ่สีเขียว กับเฮียฮ้อ ที่ต้องการสร้างข่าวให้กลายเป็นเรื่องเม้าท์กระจายในสังคม

 ผมไม่เชื่อทฤษฎีนี้ เนื่องจากผู้ใหญ่ ททบ.5 ได้แสดงถึงความเป็น "คนหัวสี่เหลี่ยม" มาแล้ว เหมือนครั้งหนึ่งได้สั่งแบนกลอนลำ "รอเมียพี่เผลอ" ของ เฉลิมพล มาลาคำ

 กลอนลำกลอนนี้ มีชื่อเรียกกันเล่นๆว่า "จอบหลอย" ที่มีความหมายว่า แอบตีท้ายครัว อะไรประมาณนั้น

 แต่มีเรื่องโคตรตลก เมื่อเร็วๆ นี้ คณะลำซิ่งค่ายท็อปไลน์ นำเอากลอนลำต้องห้าม "รอเมียพี่เผลอ" หรือ "จอบหลอย" มาร้องสดๆ บนเวทีคอนเสิร์ตลูกทุ่ง ททบ.5 ก็ไม่เห็นมีใครโวยวาย หรือว่าคนสั่งแบน ลืมไปแล้ว(ฮา)

 ทั้งเพลงกิ้งก่าทอง และลำจอบหลอย ต่างก็โดนข้อหาเรื่องภาษาที่มีถ้อยคำรุนแรง ไม่สุภาพ และเนื้อหาไม่ส่งเสริมศีลธรรมดีงาม

 ผมอยากถามผู้ใหญ่ในช่อง 5 เหมือนกันว่า ละครเรื่อง "ชิงชัง" เนื้อหา ภาษาที่ตัวละครแสดงออกจะต่างอะไรจากเอ็มวีกิ้งก่าทอง แต่ทำไมจึงไม่แบน

 รวมถึงละครรีรัน "ทาสรักทรนง" ตอนกลางวัน บอกได้คำเดียวว่า "เน่าสุดๆ" แต่ผู้ใหญ่ ททบ.5 ก็ยังทำนิ่งดูดาย ปั้นวัวปั้นควายให้ใครบางคนเล่น!

 สำหรับตัวนักร้อง ธันวา ราศีธนู ที่ให้สัมภาษณ์สื่อหลายสำนักว่า ยังจะยืนหยัดทำงานเพลงแนวสะท้อนสังคม และใช้ภาษาแบบตรงไปตรงมาต่อไป

 ผมก็ไม่ว่าอะไร เมื่อมันเป็น "แบรนด์" ประจำตัวธันวา ราศีธนู ไปแล้ว ตั้งแต่เพลง "ไก่ตาฟาง" ที่ประสบความสำเร็จเกินความคาดหมาย

 แต่อยากฝากไว้ให้คิดกันสักนิด คำว่า "ศิลปะ" กับ "อนาจาร" นั้นเส้นแบ่งมันบางมาก!

 บทเพลงแนวสาปแช่งหญิงหลายใจ มีคนแต่งเป็นร้อยเป็นพันเพลง ดังมั่ง ไม่ดังมั่งก็ว่ากันไป แต่จุดขายของเพลงสไตล์ธันวาคือ "อารมณ์ดิบๆ" เหมือนพวกละครหลังข่าว

 "ธันวา" เคยยกตัวอย่างเปรียบเทียบกับเพลงอมตะของนักร้องรุ่นครู
 "เพลงนี้ผมเขียนมาจากประสบการณ์ชีวิตจริงๆ เพลงไม่มีภาษาที่หยาบคายเลย เนื้อทำนองนี้นักร้องรุ่นครูหลายท่านก็เคยแต่งออกมาอย่างเช่น เพลงเมียพี่มีชู้ ของ อาชาย เมืองสิงห์ หรือเพลงน้ำตาจ่าโท ของครูสุรพล สมบัติเจริญ.."

 ผมอยากให้ "ธันวา" ลองไปแกะเนื้อเพลงทุกคำทุกบรรทัดดูว่า "เมียพี่มีชู้" กับ "น้ำตาจ่าโท" มันต่างจาก "กิ้งก่าทอง" หรือ "ไก่ตาฟาง" อย่างไร?

 ธันวา ราศีธนู คงเข้าใจผิดอะไรบางอย่าง อย่าไปลากเอาครูชาย เมืองสิงห์ และครูสุรพล สมบัติเจริญ ลงมาคลุกกับตลาดเพลง พ.ศ.นี้เลย ขอเถอะน้องชาย!

 เมื่อ 5-6 ปีที่แล้ว ก็มีนักแต่งเพลงลูกทุ่งคนหนึ่งเขียนเพลง "บ่ ย้านบาป" ให้นักร้องสาวร้อง เนื้อหาก็ทำนอง "ฉันรักผัวเขา" ภาษาก็ตลาดจ๋า ส่งผลให้ "คุณนายจอมซ่าส์" ร้องอุ๊ยตาย..ว้ายกรี๊ด! เรียกร้องให้มีการแบนเพลงนี้อยู่พักใหญ่

 คนแต่งแย้งว่ามันเป็นงานศิลปะ ผมก็เห็นด้วยว่าไม่ควรแบนหรอก แต่ก็วิจารณ์ว่างานศิลปะที่แท้จริง คนทำงาน มันต้อง "เนียน" และแฝงไว้ด้วยความเป็นคีตกวี

 เส้นแบ่งระหว่างการทำงาน "ศิลปะ" กับงานผลิตสินค้าอารมณ์แบบ "ดิบ ถ่อย เถื่อน" มันบางเฉียบมากนะธันวา!

"บรรณวัชร"