บันเทิง

มองผ่านเลนส์คม - คนกรุงเก่า

มองผ่านเลนส์คม - คนกรุงเก่า

10 พ.ย. 2552

ชื่อ มาโนช พุฒตาล คงไม่ต้องเอ่ยถึงที่มาหรือคุณสมบัติต่างๆ มากมายนัก แต่สิ่งที่จะบอกเล่าคือ รายการวิทยุที่เขาทำอยู่ที่สถานีวิทยุคลื่นความคิด เอฟเอ็ม 96.5 เวลา 23.30-24.30 น.ทุกวันจันทร์ถึงวันศุกร์

 รายการ "คนกรุงเก่าเล่าเรื่อง" ไม่ใช่รายการสด แต่มีเสน่ห์แบบรายการแห้งที่หาไม่ได้ง่ายในยุคนี้ เพราะสถานีวิทยุส่วนใหญ่มักจะขอร้องให้นักจัดรายการทำรายการสดๆ ซึ่งจะมีการตอบรับกันทั้งทางโทรศัพท์และการส่งข้อความต่างๆ ผ่านโทรศัพท์มือถือเข้าสถานี (ซึ่งสถานีวิทยุบางแห่งถือเป็นรายได้อย่างหนึ่ง จึงต้องทำกิจกรรมกระตุ้นให้ผู้ฟังส่งข้อความมากๆ และคนจัดรายการก็อ่านชื่อกับข้อความซ้ำๆ ซากๆ น่ารำคาญและเสียดายเวลา)

 คนที่จัดรายการแห้งหรือบันทึกเทป จึงเป็นการทำรายการที่ดูเหมือนง่าย แต่ไม่ง่ายผู้จัดรายการต้องเป็นคนที่มีต้นทุนความคิดอ่านสูง เพราะการจัดรายการสดๆ ผู้จัดสามารถหยิบเรื่อสดๆ ใกล้ตัวมาพูดได้ หรือพูดคุยโทรศัพท์กับผู้ฟังก็ทุ่นไปได้หลายนาที แต่คุณมาโนชเน้นให้ผู้ฟังเขียนจดหมายมาคุยกัน

 เขาเป็นคนอยุธยาโดยกำเนิด จึงเป็นที่มาของชื่อรายการ และความช่างสังเกตของเขาทำให้เรื่องที่นำมาเล่านั้น ชวนฟังยิ่งนัก เป็นต้นว่า เรื่องของขนมพื้นบ้านอย่างเช่น พุทรากวนที่หาซื้อกินยากในวันนี้ เขาก็เล่าได้อย่างสนุกสนาน สะกิดต่อมผู้ฟังทำให้ย้อนคิดถึงชีวิตในวัยเด็กได้อย่างดี

 มุมมองต่างๆ ของมาโนช จะแตกต่างจากคนทั่วไป แต่ไม่ใช่เป็นคนคิดขวางไปทุกเรื่อง เพียงแต่ไม่ไหลตามน้ำหรือทำงานตามกระแสนิยมอย่างที่ใครๆ ชอบทำกัน อย่างเรื่องการจัดสัปดาห์ภาพยนตร์นานาชาติที่ใช้เงินลงทุนมหาศาลในแต่ละปี  เขามีความคิดว่า หากเม็ดเงินนั้นนำมาสร้างคนรุ่นใหม่ให้ทำหนังให้ "เป็น" กว่าทุกวันนี้ คงจะดีกว่า

 หลายวันก่อนเขามีนักจัดรายการรับเชิญเป็นนักดนตรีมาร่วมพูดคุยและหาเพลงมาเปิดด้วยกัน ฟังแล้วเห็นภาพหนุ่มซนๆ สองคน ในห้องสี่เหลี่ยมที่นึกจะหยิบโน่นหยิบนี่มาเปิดก็ทำกัน เสียงพูดของทั้งคู่ก็สลับกันใกล้ไกล เป็นระยะห่างที่เป็นดูธรรมชาติ มีมิติยิ่งนัก

 ผู้เขียนเคยจัดรายการวิทยุแล้วพูดคุยกับคนรอบข้างในสถานีหรือสัมภาษณ์แขกในรายการ  ด้วยเสียงที่เบาค่อยไม่เท่ากัน ตามระยะห่างของคนพูดสองคน แต่กลับถูกด่าเละ เพราะผู้บริหารสถานีบางคนยังยึดติดว่า การจัดรายการวิทยุเสียงทุกเสียงต้องเท่ากันสม่ำเสมอ อันเป็นวิธีการคิดที่เป็นนักจัดรายการเต่าล้านปี

 ใครที่อยากลองฟังรายการที่ไม่ยึดติดรูปแบบเก่าๆ ลองฟัง ”คนกรุงเก่าเล่าเรื่อง” ดู จะได้สีสันที่แปลกไปในแต่ละตอน แต่สิ่งที่เหมือนกันทุกคืนตอนจบคือ เขาจะประกาศถึงชื่อตนเองและชื่อพ่อแม่ของเขาคือ นายเฉลียว นางอำไพ ทุกครั้ง ก่อนจบรายการ นอกจากเป็นการแสดงให้เห็นถึงความกตัญญู รักครอบครัวแล้ว ยังเป็นการทำให้เขาต้องระมัดระวังในการทำรายการ เพราะหากทำสิ่งไม่ดีออกไป เป็นอันเสื่อมเสียถึงบุพการี

 ไม่เหมือนคนไทยบางคนที่ทำลายชาติโดยคิดถึงแต่ตัวเอง ทำให้นามสกุลโคตรเหง้าศักราชได้รับความอับอาย อย่างที่เป็นอยู่

"นคร ศรีเพชร"