
'ณัฐ' แฮปปี้คุณพ่ออาการดีขึ้น
"ณัฐ" ณัฐรัฐ โมริส เลอกรอง โล่งใจคุณพ่ออาการดีขึ้น ผันตัวมาเป็นนักแสดงอิสระ ไม่ต่อสัญญาช่อง3 ปรึกษาผู้ใหญ่แล้ว
ทีมบันเทิง คมชัดลึก-ก่อนหน้านี้อาการป่วยคุณพ่อ นักแสดง "ณัฐ" ณัฐรัฐ โมริส เลอกรอง ต้องดูแลอย่างใกล้ชิด ล่าสุดได้สอบถามเรื่องสุขภาพของคุณพ่อในงานบวงสรวงละคร "กั๊กนักรักซะเลย" ที่พีพีทีวี "ณัฐ" ตอบเรื่องนี้ว่า
"อาการคุณพ่อดีขึ้นแล้ว ยังไปเช็คตามระยะตลอด ระวังการกินให้มากๆซึ่งสำคัญจริงๆ จากที่ออกมาจากบ้านไม่ได้ ก็กลายเป็นนั่งรถเข็น จากนั่งรถเข็นกลายเป็นเริ่มเดิน พาไปว่ายน้ำ ไปเที่ยวเดินห้างด้วยกัน ก็เดินช้าๆหน่อย ถือเป็นการออกกำลังกาย ซึ่งท่านไม่ยอมออกกำลังกายเท่าไหร่ ก็เลยพาไปเดินห้างบ่อยๆ ท่านก็จะเกาะรถเข็นเดินไปเรื่อยๆ เป็นการออกกำลังกาย แนวโน้มดีขึ้นเรื่อยๆ มันจะมีปัญหาว่าเราต้องหยุดยาหัวใจทั้งหมดหลังจากทำบอลลูนเพราะว่ามันดันไปทำให้เลือดไหลในสมอง จริงๆ ตอนนี้ท่านต้องกินยาหัวใจ แต่หยุดไป หมอก็เป็นห่วงกังวลเหมือนกันว่าท่านสามารถหัวใจวายได้ตลอด เราก็เลยพยายามไประวังการกินเอา ไม่กินพวกของมัน ระวังคอเลสตอรอล กินผักเยอะๆ ก็จะยากนิดนึง ท่านก็จะเบื่อๆหน่อยเรื่องอาหาร เวลาเดินคอยระวังไม่ให้ท่านล้ม ยังไม่เต็มร้อย แต่ดีขึ้นกว่าตอนที่อยู่โรงพยาบาล ตอนนี้โล่งกว่าเดิมมาก ทุกครั้งก็ไม่รู้ว่าจะผ่านหรือไม่ผ่าน แต่ก็ผ่านมาได้ จริงๆมีเรื่องที่ไม่ได้บอกใครเท่าไหร่ ตอนนั้นเราก็เตรียมไปหาชุด ซื้อรูปติดอะไรเรียบร้อยแล้วด้วย ทางโรงพยาบาลให้เซ็นว่าจะให้ปั๊มหัวใจมั้ย ถ้ามีอะไรเกิดขึ้น ปรากฎว่ากลับมาปกติ พ่อมาเห็นรูปแล้วถามว่า เฮ้ย รูปอะไรเนี่ย เราก็เล่าให้ฟัง พ่อก็บอกชอบ รูปนี้ดูหล่อดีนะ พ่อก็รับได้ กลายเป็นเรื่องขำๆไป ตอนแรกเราก็ซ่อนไว้ไม่อยากให้เห็น วันหนึ่งมาเจอจนได้ การที่ คุณพ่ออาการดีขึ้นขนาดนี้เรียกว่าเป็นปาฏิหาริย์ ตอนนี้ก็ค่อยๆเป็นค่อยๆไป พยายามให้ออกกำลังกาย พาไปว่ายน้ำนิดหน่อย สภาพจิตใจของผมตอนนี้ เราก็จะเฮฮาพูดอะไรตลกๆ อยู่กับพ่อแม่ก็พยายามไม่ให้ท่านเครียด บางทีท่านก็ทะเลาะกันอยู่นะ เราก็พยายามให้ทุกคนรักกันให้มาก กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับคุณพ่อ เราก็จะเรียนรู้เรื่องโภชนาการที่ถูกต้องเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดขึ้นอีก ยาโรงพยาบาลมันก็ดี แต่สิ่งที่ดีที่สุดมันเริ่มจากตัวเรา พยายามป้องกันดีกว่าแก้ พ่อเป็นอะไรเราก็คงไม่มีวันเป็น เราเจอก็จะรู้แล้วว่าของอย่างนี้กินไม่ดี ทั้งผมและแม่จะคอยระวังการกินมากๆ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ"
เมื่อถามต่อเรื่องข้ามช่องมาร่วมงานกับพีพีทีวี ซึ่งนักแสดงหนุ่มกล่าวเรื่องสัญญาว่า
"ปกติตั้งแต่ตอนเด็กๆแล้ว ทุก 3 ปีจะต่อสัญญา ซึ่งรอบนี้เราปรึกษาผู้ใหญ่ เนื่องจากช่วงที่คุณพ่อไม่สบาย ค่าใช้จ่ายมันเยอะจริงๆ เรารู้สึกว่าถ้าลองมาเป็นฟรีแลนซ์ เราสามารถรับงานได้หลายๆช่องหลายเรื่อง ออกรายการช่องโน้นช่องนี้ได้ มันจะมีรายได้ดูแลครอบครัวเรามากขึ้น พอเราปรึกษา ผู้ใหญ่ก็บอกได้แต่ว่าจะต้องไม่ต่อสัญญานะ ไม่งั้นทุกคนก็จะเอาแบบอย่าง แต่ผู้ใหญ่ก็เข้าใจ ยินดีร่วมงานเสมอในอนาคต ตอนนี้เราถ่ายละครช่อง 3 อยู่ เรื่องหนึ่งที่พีพีทีวีเรื่องหนึ่ง ก็ได้ทำงานหลากหลายมากขึ้น พ่อมีแม่คอยดูแล เราก็ควรดูแลเรื่องการทำงานตรงนี้ เรื่องการเงิน ทำงานให้เยอะๆเต็มที่ในช่วงที่เรายังทำงานได้อยู่ ถามส่าตัดสินใจยากมั้ย ยอมรับว่ายังไม่ชิน เพราะเป็นบ้านหลังแรกที่อยู่มาตั้งแต่อายุ 17 รู้สึกใจหายนิดๆ แต่พอมาที่นี่ ได้รับการต้อนรับอบอุ่น คุณสุรินทร์ใจดี พี่เก๋ ผู้จัดฯ น่ารักได้เจอคนที่เราไม่เคยได้ร่วมงานมาก่อน รู้สึกโอเค ได้ทำอะไรหลากหลาย ลองบทใหม่ๆ คอมเมดี้บ้าง ก็สนุกดี ตอนนี้เป็นนักแสดงอิสระแล้ว ส่วนใหญ่แม่จะเป็นคนดูคิวให้ เราไม่ได้มีผู้จัดการ ก็โอเค มันก็คล้ายๆเหมือนเดิมนั่นแหละ แต่ละกองแต่ละช่องจะ มีสไตล์การทำงานเป็นของตัวเองที่แตกต่างกันไป เราต้องพยายามปรับตัวให้มันเข้ากับการแต่ละที่ สมมติบางเรื่องทั้งเรื่องต้องจบภายใน50คิว เรารู้แล้วว่าอาจจะเล่นได้เทคเดียวสองเทค เราต้องอ่านบทมาอย่างดี หรือบางวันอาจจะถ่ายเยอะมาก จากที่เมื่อก่อนเราถ่ายไม่กี่ฉาก ก็ต้องปรับตัวให้เข้ากับทุกสไตล์" ณัฐ กล่าวปิดท้าย



