บันเทิง

ฟิล์มลั่น ช่วยกันเปลี่ยนแปลงแล้วประเทศจะเดินหน้า 

ฟิล์มลั่น ช่วยกันเปลี่ยนแปลงแล้วประเทศจะเดินหน้า 

09 ก.พ. 2562

"ฟิล์ม" รัฐภูมิ โตคงทรัพย์ สมัครสส.เพราะอยากเห็นประเทศไทยเปลี่ยนแปลง ไม่สนคนมองเป็นสีสันการเมือง 

          ทีมบันเทิง คมชัดลึก - เรียกว่าเป็นนักร้อง นักแสดง นักธุรกิจ ที่กำลังจะผันตัวไปเป็นนักการเมืองเต็มตัว สำหรับ “ฟิล์ม”รัฐภูมิ โตคงทรัพย์ ที่ล่าสุดได้สมัครลงเลือกตั้งเป็นสส.พรรคท้องถิ่นไทย งานนี้ทำเอาแฟนละครหลายคนคาดเดากันว่าละครเรื่อง "มัจจุราชฮอลิเดย์" อาจจะเป็นละครเรื่องสุดท้าย ได้มีโอกาสถามถึงสาเหตุที่ลงสมัครเป็นสส.ได้ความว่า 

ฟิล์มลั่น ช่วยกันเปลี่ยนแปลงแล้วประเทศจะเดินหน้า 

         "ต้องบอกก่อนว่าการเมืองการปกครองนั้นอยู่กับคนไทยทุกคน ตั้งแต่เราเราเกิดมาเราก็จะเจอกับปัญหาบ้านเมืองมาตลอด และไม่ว่าจะผ่านไปกี่ยุคกี่สมัยก็ไม่เคยแก้ไขได้ และผมก็ชอบการไปเจอประชาชน ลงพื้นที่ ช่วยเหลือคน เพระาเราถูกปลูกฝังเรื่องแบบนี้ตั้งแต่เข้าวงการ โด่งดังสุดตอนอายุ 17 ก็ได้ไปช่วยกิจกรรมต่างๆ ที่เป็นจิตอาสา พอเราได้ช่วยเราก็รู้สึกมีความสุขพอเราได้เห็นคนที่ได้รับความช่วยเหลือหรือว่าทำให้เขาพ้นทุกข์ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างบ้านหรือผู้ยากไร้ หรือต้องลงพื้นที่ไปช่วยเหลือผู้ประสบภัย ซึ่งตามหน่วยงานมักจะเชิญดาราไปลงพื้นที่เพื่อให้กำลังใจคนไทยด้วยกัน ผมถูกปลูกฝังสิ่งเหล่านี้ตั้งแต่เด็ก พอโตมาขยับจากบันเทิงมาเป็นนักธุรกิจ เราก็จะมาเจอกับภัยธุรกิจอีก ซึ่งมันจำเจ น่าเบื่อ ช่วยอะไรเราก็ไม่ได้ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นปัญหาเศรษฐกิจ ปัญหาปากท้อง ซึ่งมันทำให้เรามองว่า ปัญหาบางเรื่องมันแก้ง่ายๆ ทำไมมันแก้ไม่ได้ ก็ได้แต่โพสต์ได้แต่อะไรไป ซึ่งตอนที่โพสต์ก็จะมีกลุ่มคนที่เป็นฐานแฟนๆ ของเราเห็นด้วยซึ่งกรณีแบบนี้เราเรียกว่ากฏหมู่ เราก็เอากฎหมู่มาช่วยกันเชียร์ อย่างกรณีเพลง ประเทศกูมี คือกฎหมู่จะมีแต่คนเห็นด้วยๆ แต่กฏหมู่ก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงกฏหมายได้

 

ฟิล์มลั่น ช่วยกันเปลี่ยนแปลงแล้วประเทศจะเดินหน้า 

 

          พอวันนี้ทางรัฐบาลเขาเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ ได้มาลงสนามการเมือง เราไม่ได้มองว่าตัวเองเก่งนะ แต่เรามีความถนัดในแบบที่เรามี ซึ่งความถนัดของผมคือบันเทิง ธุรกิจ และ เทคโนโลยี ซึ่งผมก็เอาความถนัดทั้ง 3 ด้านของตัวเองมาเป็นนโยบายของตัวเองเผื่อจะโดนใจแล้วมีโอกาสได้เข้าไปพัฒนาบ้านเมือง เราก็จะเอา 3 เรืองนี้ไปบริหาร เพราะว่าการบริหารในประเทศไทยมีห้าร้อยกว่าคน สส.เขต350 สส.รายชื่อ 150 รวมเป็น 500 คน ซึ่ง 500 คนนี้ ผมจะเข้าไปและเอา 3 เรื่องที่ผมถนัด เอาไปเปลี่ยนแปลงประเทศซึ่ีงผมเชื่อว่าเปลี่ยนแปลงได้ จะเห็นได้ว่ากฏหมู่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงประเทศได้ดังนั้นเราต้องใช้กฏหมายในการเปลี่ยนแปลงประเทศ ก็เลยตัดสินใจสมัครสส. และลงมาเล่นการเมืองเต็มตัว  ผมลงสมัครพรรคท้องถิ่นไทย เป็นพรรคเล็กๆ ที่เป็นกลางและไม่มีการแบ่งฝ่ายแบ่งพวก เรามีความเป็นประชาธิปไตย ส่วนเหตุผลที่ลงพรรคเล็กเพราะจุดยืนเราไม่เหมือนใคร เราไม่ได้ถูกเงินซื้อหรือเราเล่นการเมืองเพื่อเงิน แต่เรามาทำเพราะอยาเป็นตัวแทนให้กลุ่มคนที่เคยโดนเหมือนผม ให้สังคมรู้ว่า เราต้องช่วยกันเปลี่ยนแปลง อีกอย่างเราเป็นจิตอาสา เราต้องให้สังคมเห็นว่า อยู่พรรคเล็กๆ แต่ก็สามารถเป็นตัวเทนคนทั้งประเทศได้เหมือนกัน ซึ่งผมพูดออกสื่อตลอดว่าเรามาทำอะไรบ้าง" ฟิล์ม กล่าว 

         เมื่อถามต่อว่าหวั่นใจบ้างไหมว่า คนจะมองว่าเป็นไม้ประดับ มาสร้างสีสันตอนสมัครเฉยๆ ซึ่งอดีตนักร้องดังแจงว่า

         "มันเป็นเรื่องปกติที่คนจะมองแบบนั้น เพราะเราก็เป็นสีสันจริงๆ เพราะคนค่อนข้างให้ความสนใจ เวลาเราลงพื่นที่แฟนๆ ก็จะกรี๊ดกร๊าดดังมาก มากกว่าตอนทีเ่ราเป็นดาราด้วยซ้ำ แล้วมาต้อนรับเรายิ่งกว่านายกลงพื้นที่อีก เรามองว่า นั่นคือสิ่งที่เราสร้างมาตั้งแต่เด็กจนโตว่าเราลงพื่้นที่ เราช่วยเหลือ เราอยู่กับทุกๆ เหตุการณ์ทั้งสุขและทุกข์ไปกับประชาชน ซึ่งเขาก็รักเราเพราะเขาเคยเห็นเราแต่ในทีวีมันก็ทำให้เขามีความที่ได้เห็นเรา มันก็เลยเป็นสีสันแต่เป็นสีสัน ที่ผมอยากจะบอกว่ามันไม่ได้เป็นตัวช่วยเลยว่ามันจะทำให้ผมได้คะแนนเสียงมากกว่าชาวบ้าน คือถ้าผมมีแต่สีสันแต่ไม่มีความรู้ความสามารถ หรือมุมมมองที่เขามาแก้ไขในสิ่งที่เขาต้องการมาแก้ได้ ก็คงไม่ถูกเลือกวันนี้ผมเป็นจิตอาสามาลงการเมืองเพื่อให้คนทั้งประเทศมาเห็นความสามารถของผม ผมขอเป็นตัวแทนเด็กในวัยเดียวกับผม หรือน้องๆ ที่ประสบความสำเร็จเยอะแยะมากมาย บ้านเรามีเด็กทำงานหาเงินได้มากกว่าผู้ใหญ่ที่ทำงานมาทั้งชีวิต มีเด็กอายุ 7 ขวบคนหนึ่งต่อของเล่นลงยูทูป สามารถทำรายได้ในแต่ละเดือน 10 กว่าล้าน เรียกว่าเขาประสบความสำเร็จมากกว่าผู้ใหญ่เสียอีก แต่เขาจะมีแนวทางแนวคิดอย่างไรเขาก็ยังไม่มีสิทธิ์ที่จะมาลงเป็นตัวแทนราษฎร ผมก็เลยเอาตัวเองมาเพื่อเป็นตัวแทนให้คนเก่งๆ ที่แอบอยู่ ที่คิดว่าการเมืองเป็นของน่ากลัว เป็นเรื่องการแบ่งพรรคแบ่งพวก ให้เผยตัวออกมา เพราะประเทศไทยเป็นของคนไทยทุกคน ผมก็เลยอยากเอาสิทธิ์ที่ตัวเองเป็นสื่อมาบอกกับคนทั้งประเทศว่ามาช่วยกันเปลี่ยนแปลงประเทศ แล้วประเทศก็จะเดินหน้าได้" 

 

ฟิล์มลั่น ช่วยกันเปลี่ยนแปลงแล้วประเทศจะเดินหน้า 

         เมื่อถามต่อว่า หลายคนมองว่าคนที่จะสมัครพรรคการเมืองต้องหน้าซื่อใจสะอาด แต่ด้วยความเป็นฟิล์มรัฐภูมิที่ผ่านเหตุการณ์อะไรมามากมาย กลัวเขาจะครึหาว่าไม่เหมาะสมไหม ซึ่งฟิล์มกล่าวว่า  

         "ผมมองว่าข่าวที่ผ่านมามันก็เป็นเพียงแค่บทชีวิตที่ทุกคนต้องเจอ แล้วแต่ว่าใครจะเจอบทบาทไหน ผมเป็นนักร้อง นักแสดง ผมมีเรื่องชู้สาว ผมมีเรื่องที่คนกล่าวหามันก็ผ่านมาได้ด้วยการเวลา แต่เราก็ไม่เคยไปทำความเสียหายใดๆ ที่ทำให้เหมือนดูถูกหรือว่าร้ายคนอื่น คดโกง หรือเสพสิ่งเสพติด เราไม่เคยทำสิ่งเหล่านัน เรามองว่ามันเป็นแค่เรื่องราวที่คนเขาสนใจ แต่ว่าสิ่งต่อจากนี้ คนน่าจะโฟกัสตรงที่ผมจะทำอะไรกับประเทศมากกว่า ถ้ามาเช็คประวัติผมดีๆ จะทราบว่าประวัติผมขาวสะอาดมากกว่า สส. บางท่าน ผมลงพื้นที่มากกว่าสส.บางทาง ผมช่วยเหลือคนมากกว่า สส.บางท่าน ผมจะพูดเสมอว่าระหว่างอาชีพดารานักร้อง ที่คนเขาดูถูกกันเสมอ ว่าเต้นกินรำกินนะหรือจะมีสมองอะไรไปบริหารประเทศ ผมจะพูดกลับไปว่าถ้าไม่ใช่หน้าหาเสียงคุณเคยเห็นสส.เขาเดินไปหาพวกคุณบ้างไหม แต่ดารานักร้องไม่เคยมีคำว่าหน้าหาเสียง เขาไปทุกเดือนทุกวัน งานจ้างจ้างผม 365 วันเต็ม และผมไปทั่วประเทศ ทั่วโลกที่มีคนไทยอยู่ นอกจากนี้ผมยังเคยอาสาไปเป็นฑูตเพื่อสร้างบ้านให้ผู้ยากไร้

         (ปัญหาเรื่องบัตรเครดิตไม่มีแล้ว) ไม่มีแล้ว มันก็เป็นแค่การตั้งข้อสงสัย ให้หน่วยงานตรวจสอบ พอตรวจสอบแล้วไม่มีผู้แจ้งว่ามีผู้เสียหาย เราก็รอดพ้นจากตรงนั้น เพราะจุดยืนของเราคือความถูกต้อง เราพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นว่า เราถูกต้องตอนนี้ก็ไม่มีปัญหาอะไร ก็ผ่านพ้นไปด้วยดี ส่วนงานด้านละคร หลายคนถามผมว่าละครเรื่องนี้จะเป็นเรื่องสุดท้ายไหมเพราะผมมาลงการเมืองเต็มตัว คือทางการเขาไม่ได้ห้ามให้สส.มาเล่นหนัง ละคร หรือร้องเพลง ผมมองว่า ผมอาจจะเป็นคนแรกที่ทั้งบริหารประเทศ และเอาเวลาบางส่วนที่มีจากการบริหารประเทศมาสร้างสีสันให้คนมีความสุข แต่มันอยู่ที่อนาคตว่ามันจะยุ่งและวุ่นวายขนาดไหน คือไม่มีใครห้ามนะ แต่รุ่นพี่หลายคนก้าวมาเล่นการเมืองแล้วเขาไม่มีเวลา แต่ผมจัดสรรเวลาเป็นผมเชื่อว่าผมทำได้ เรียกว่าไม่ทิ้งวงการแน่นอน ผมเชื่อว่ารุ่นพี่เขาคิดถึงวงการบันเทิงเพราะเป็นวงการที่มีความสวยงามและเป็นวงการที่คอยส่งต่อความสุข"

 

ฟิล์มลั่น ช่วยกันเปลี่ยนแปลงแล้วประเทศจะเดินหน้า 

         เมื่อถามว่าอยากฝากอะไรกับแฟนๆ ที่เชียร์อยู่ หนุ่มฟิล์ม กล่าวว่า

         “ก็ขอฝากทุกคน ไม่ว่าจะบทบาทหน้าที่ไหนที่ผมกำลังจะก้าวไป ผมอยากบอกทุกคนว่าผมทำบนพื้นฐานความถูกต้อง และสิ่งที่ผมทำคือการตอบแทนคุณของแผ่นดินแลแฟนๆ ที่ ให้ผมมีชื่อเสียงและหน้าตาในสังคม ผมมเชื่อว่าถ้าผมทำความดีเพียงคนเดียวผมไม่สามารถเปลี่ยนแปลงและทำให้กลุ่มคนที่ด้อยโอกาสนั้นดีขั้นมาได้อย่างแน่นอน แต่ถ้าวันนี้ผมยอมแลกและเสียสละความสุข หรือการงานที่ดีอยู่แล้วเพื่อลุยฝ่าฟันอุปสรรคในรูปแบบการเมือง วันหนึ่งเมื่อผมสามารถยืนเป็นหนึ่งในตัวแทนของคนในประเทศได้ ผมจะทำทุกอย่างเพื่อให้ประเทศไทยกลับมามีความสุขอีกครั้ง” ฟิล์ม กล่าวปิดท้าย