บันเทิง

พรมแดนของโลกมายา - แจนิส เอียน

พรมแดนของโลกมายา - แจนิส เอียน

06 พ.ย. 2552

รวบรวมจากอัลบั้มซีดี breaking silence (1992) และดีวีดี Janis Ian Live at club cafe (2004) จำได้ว่าเคยเห็นชื่อนี้มาก่อนสักประมาณ 10 ปีเศษ จากหน้านิตยสารรายเดือนประเภทไฮไฟ และร้านจำหน่ายแผ่นซีดี แต่ไม่เคยสนใจ เพราะเข้าใจผิดคิดว่าเธอเป็นนักร้องเพลงแจ๊ส และเป

  ยิ่งรู้ว่าเธอเป็นผู้ประพันธ์เพลงเองทั้งหมด โดยเฉพาะเพลง Guess you had to be there ที่เล่าความขึ้นต้นว่า "ย้อนหลังไปในปี 1963 อารมณ์โหยหาอดีตของคนหนุ่มสาวในช่วงศตวรรษนั้น พวกเขาแสวงหา สันติภาพ เสรีภาพ ความจริง ความงาม ณ ที่ซึ่งความรักเป็นของคนทุกคน มีดอกไม้แซมผม เดินขบวนบนท้องถนน ร้องเพลง "We shall overcome" " และสรุปความตอนท้ายว่า "มาบัดนี้เราได้ฟังข่าวและดูเหมือนว่า  ความหวังทั้งหมดมลายสิ้น ทุกคนแค่รู้สึกว่าเคยประสบมาและไม่รู้ที่จะไป  บางครั้งก็เหมือนแค่ความทรงจำ..."   

 อีกสัปดาห์หนึ่งผ่านไปก็ได้ดีวีดีของเธอ หน้าปกเป็นใบหน้าของหญิงสูงวัย คราวนี้ไม่จำเป็นต้องลองเปิด คอนเสิร์ตขนาดเล็กมาก ผู้ชมน่าจะน้อยกว่า 50 คนด้วยซ้ำ แสดงเมื่อวันที่ 15-16  มิถุนายน 2004 ณ เมืองพิตส์เบิร์ก มิชิแกน  สหรัฐอเมริกา ผู้ชมส่วนใหญ่เป็นปัญญาชนผู้สูงวัยแทบทั้งสิ้น พวกเขาเดินทางมาจากต่างเมืองต่างรัฐ บางคนมาจากดับบลิน สาธารณรัฐไอร์แลนด์ แน่ล่ะพวกเขาเป็นแฟนเพลงของแท้ตัวจริง อย่างไม่ต้องสงสัย

 แจนิส เอียน ปรากฏตัวขึ้นบนเวทีเล็กๆ ในชุดแต่งกายเหมือนพวกฝ่ายซ้ายในอดีตกับกีตาร์อะคูสติกส์ทำด้วยวัสดุกราฟไฟต์ ไม่แน่ใจว่ายี่ห้อ Rain song หรือ Saga เปิดด้วยเพลง Dead man walking ผู้ฟังนิ่งฟังด้วยความสงบ พอจบเพลงเธอพูดคุยขณะเดียวกันก็ตั้งสาย (Tuning) กีตาร์ไปด้วย พอเล่นมาถึงเพลง When  I  lay down กล้องตัดภาพมาที่หญิงผมสั้นวัยกลางคนผู้หนึ่ง ดูท่าเธอจะ in กับเพลงเอามากๆ เธอร้องพึมพำตามไปด้วย ค่อนข้างคุ้นหูหน่อย From me to you (คนละเพลงกับของบีทเทิลส์)  เสน่ห์ในการแสดงของเธอน่าจะอยู่ที่การพูดคุย I hear you sing again

 สังเกตได้ว่าผู้ชมคุ้นมาก เนื้อหาพูดถึงครอบครัวและเพื่อน หลายคนซึ้งมากจนน้ำตาซึม  Between the lines คนในช่วงยุคสมัยเดียวกันจะมีความรู้สึกร่วมมาก Seventeen พูดถึงตัวเธอเองและจุดเปลี่ยนผ่านในชีวิต Ride me like a wave เนื้อหาค่อนข้างลึก ผู้ชมปรบมือ โห่ร้องตอบรับด้วยความพึงพอใจ  Matthew เล่าถึงตัวเองตอนอายุ 14 ปี เล่น Society’s child และ Love is blind ติดต่อกัน เธอเล่าถึงครูสอนการแสดงของเธอเห็นแวว และแนะเธอว่าสักวันหนึ่งเธอจะเป็นนักแต่งเพลง  On the other side ไพเราะและน่าค้นหาความหมาย เสียงปรบมือดังและยาวมาก แจนิสโชว์เทคนิคการเล่นกีตาร์แบบสายเปิดในเพลง  Take no prisoners ต่อด้วยเพลงสั้นๆ เล่นกับผู้ชม These boats were made for walking กับเพลงฮิตในอดีตที่ทุกคนร้องตามได้  I got you babe

 ภาคผนวกในอัลบั้มนี้เล่าผ่านภาพและเพลง Through the years และ Star รวมทั้งถ่ายภาพร่วมกับศิลปินรุ่นเดอะ  อาทิ  Chet Atkins, Willy Nelson, Joan Baez ฯลฯ  ต่อท้ายด้วยบทสัมภาษณ์ชีวิตและงานค่อนข้างลึก

"วีระศักดิ์  สุนทรศรี"