
มองผ่านเลนส์คม - วัฒนธรรมอเมริกัน
เข้ามารับตำแหน่ง ที่ปรึกษาฝ่ายสื่อมวลชนและวัฒนธรรม (สท.) สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาหลายสมัย จนคุ้นหน้าคุ้นตาคนไทย ล่าสุด คุณเคนเนต ฟอสเตอร์ ได้นัดสื่อมวลชนสายศิลปวัฒนธรรมทานข้าวกลางวัน เพื่อทำความรู้จัก และแลกเปลี่ยนความรู้เชิงวัฒนธรรม
บก.และผู้สื่อข่าวกว่า 10 คน ได้ฟังแผนงานจาก คุณจอห์น ปอล ชูทติ ผู้ช่วยทูตฝ่ายวัฒนธรรม ยิ่งเห็นถึงความตั้งใจในโครงการที่ตั้งใจไว้...
แม้อเมริกา จะเป็นประเทศที่มีอายุน้อยกว่าชาติอื่นๆ แต่ก็ใช่ว่าจะมีแต่วัฒนธรรม "junk" (ขยะ) เพียงอย่างเดียว ทว่าในด้านศิลปวัฒนธรรม โดยเฉพาะศิลปะร่วมสมัย และโมเดิร์นอาร์ต เราต้องยกให้เขา
ปฏิเสธไม่ได้ว่า ทั่วโลกได้ซึมซับความเป็นต้นแบบในหลายๆ ด้าน ทั้งโดยรู้ตัวและไม่รู้ตัว ไม่ว่าหนัง ดนตรี รายการโทรทัศน์ อาหาร การแต่งกาย มองดูรอบๆ ตัวเราสิ เห็นแต่แบรนด์อเมริกันทั้งนั้น
หากยกเอา "วัฒนธรรม" มาเชื่อมความสัมพันธ์ ซึ่งนอกจากจะทำให้เข้าใจซึ่งกันและกันแล้ว ยังเชื่อว่าจะผูก "มิตรภาพ" ให้แน่นแฟ้นขึ้นอีก
สำหรับ "บิ๊กโปรเจกท์" ของสถานทูตฯ ที่จะมีขึ้นในเวลาอันใกล้นี้ ก็คือ การนำ "สารคดี" ที่คัดสรรแล้ว 10 เรื่อง มาฉายให้ชมกันที่ ทีเค พาร์ค ระหว่างวันที่ 10-13 พฤศจิกายนนี้
สารคดีสั้นทั้ง 10 เรื่อง มีความหลากหลายมาก ทั้งเชิงวัฒนธรรม สิ่งแวดล้อม ชนพื้นเมืองอเมริกัน ฯลฯ บางเรื่องคว้ามาแล้วหลายรางวัล อย่าง "อนาเธอร์เดย์ อิน พาราไดซ์" ก็นำมาให้ชมกัน
ก่อนวันเปิดงาน จะเชิญผู้เกี่ยวข้องไม่ว่าอาจารย์ ผู้กำกับ โปรดิวเซอร์ นักการเมืองที่เกี่ยวข้องด้านวัฒนธรรม มาร่วมพูดคุย และระหว่างงานยังจะพาผู้ผลิตหนัง เดินสายไปทำเวิร์กช็อปตามมหาวิทยาลัยต่างๆ ด้วย
นักศึกษาในเมืองและต่างจังหวัด อย่าง ม.บูรพา ที่ชลบุรี หรือ จ.นครศรีธรรมราช ฯลฯ จะได้เรียนรู้วิธีการสร้างหนัง เทคนิคการถ่ายทำ แนวคิด การตีโจทย์ รวมทั้งวิธีคิดว่าอะไรคือสิ่งที่หนังต้องการสื่อออกมา
และใช่ว่าจะคุยแต่เรื่องฟิล์มเท่านั้น บางที่ยังเปิดโอกาสให้เด็กจากคณะต่างๆ ได้เวิร์กช็อปแลกเปลี่ยนถึงสิ่งที่หนังสะท้อนออกมา โดยคิดประเด็นจากเนื้อหา และต่อยอดถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในสังคม
น่าสนใจมั้ยล่ะ ...แต่ยังมีศิลปวัฒนธรรมด้านอื่นๆ อีก ทั้งในด้าน "เต้นรำ" และ "เพลง" ก็จะจัดให้มีฟรีคอนเสิร์ตอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังจะมีการสัมมนา และส่งเจ้าหน้าที่สถานทูตออกไป คุยเรื่องวัฒนธรรมสังคมของคนอเมริกันอย่างจริงๆ จังๆ ด้วย
ใครว่าคนอเมริกันไม่แคร์กัน แค่นี้ก็น่าจะเห็นถึง "สัมพันธภาพ" แล้วใช่มั้ย
เหนืออื่นใด ที่ต้องยกความดีให้คน อเมริกัน ที่เป็นคนไวต่อการเรียนรู้ เต็มใจเปิดรับประสบการณ์ใหม่ๆ ขณะเดียวกันก็ยอมรับในความคิดที่แตกต่าง และเชื่อในความเท่าเทียมกัน...
นับเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่เราน่าขอยืนมาใช้ ในสถานการณ์บ้านเมืองเวลานี้บ้าง !
"นันทพร ไวศยะสุวรรณ์"



