บันเทิง

'แซมมี่' เชื่อพ่อยังอยู่ใกล้ๆ

'แซมมี่' เชื่อพ่อยังอยู่ใกล้ๆ

30 พ.ย. 2561

แซมมี่ เคาวเวลล์ รับสตรองขึ้นหลังคุณพ่อเสีย เชื่อพ่อยังอยู่ใกล้ๆ ขอทำหน้าที่เสาหลักดูแลแม่และครอบครัว

         บันเทิง คมชัดลึก - เรียกว่าเป็นปีที่เจอปัญหาหนักหน่วงเรื่องความรู้สึก เพราะคุณพ่อเพิ่งเสียชีวิตได้ไม่นาน ได้มาเจอสาว แซมมี่ เคาวเวลล์ ในงาน“ELLE Beauty Radar 2019”ที่เดอะ กลาสเฮ้าส์ บ้านปาร์คนายเลิศ ได้มาอัพเดทชีวิตตอนนี้ได้ความว่า 

'แซมมี่' เชื่อพ่อยังอยู่ใกล้ๆ

        “ก็ถือเป็นปีที่หนัก ไม่ว่าจะเรื่องงานที่ถ่ายละครหนักอยู่ รวมไปถึงครอบครัวที่คุณพ่อก็เพิ่งเสียไป แต่ก็มองให้เป็นเรื่องดีว่าปีนี้เราได้ใช้เวลากับครอบครัวอย่างเต็มที่จริงๆ หลังจากนี้เราก็ต้องดูแลคนที่ยังอยู่ให้ดีที่สุด เรื่องคุณพ่อเองเราทำใจกันมาสักพักแล้วก่อนที่ท่านจะไปจริงๆ เราก็บริหารกันว่าเราจะวางแผนกันยังไง ดูแลจัดการเวลาที่จะอยู่กับเขายังไงให้ได้มากที่สุดซึ่งก็เป็นไปตามที่คิดไว้ ตอนนี้กฌยังมีความรู้สึกโหวงๆ อยู่นะ คุณพ่อเสียไปได้เดือนกว่าแล้ว แต่ก็ยังรู้สึกได้ว่าเขายังวนเวียนอยู่ในบ้าน พี่สาวจะมีสัมผัสอะไรพวกนี้ บางคนก็มีเจอ แต่คุณพ่อไม่ได้มาหาเราโดยตรง จะมาหาคนรอบๆตัวเรา เราก็รู้สึกเคว้งๆบ้าง เป็นเรื่องปกติแหละ เราก็รู้แหละว่าเขาน่าจะโอเค เพราะครั้งสุดท้ายที่เห็นหน้าเขาก่อนที่จะไม่ได้เห็นจริงๆ หน้าเขาก็ค่อยข้างที่จะยิ้ม เขาไปแบบยิ้มๆ

 

'แซมมี่' เชื่อพ่อยังอยู่ใกล้ๆ

(รูปถ่ายกับครอบครัวเมื่อครั้งคุณพ่อยังอยู่)

           (ทุกวันนี้พี่สาวยังมีบอกว่าพ่อยังอยู่อีกมั้ย) มีนะ คือแต่ก่อนที่เราจะออกจากบ้านไปทำงานขึ้นรถ พ่อจะมายืนอยู่หน้ารั้วบ้าน ยืนโบกมือให้จนรถเราพ้นซอยไปทุกวัน เราก็จะบอกป๊าไปแล้วนะ ป๊าบ๊ายบายนะ หรือกลับมาบ้านก็จะมาแล้วนะป๊า ถ้าเกิดว่าเขายังอยู่ก็บอกให้เขารับรู้ แต่เราก็อยากให้เขาไปอยู่ในภพภูมิที่ดี หลังๆก็เริ่มห่างๆ ถ้ารู้สึกก็จะคิดถึงในใจ ไม่อยากจะรั้งเขาไว้ให้เขาเป็นห่วงเรา ตอนนี้ก็เป็นเสาหลักให้ครอบครัวเต็มตัว คือหน้าที่ตำแหน่งนี้เราทำมาได้สักพักหนึ่งแล้ว ตลอดการทำงานตั้งแต่เข้าวงการมาพ่อก็เกษียณแล้ว แม่ก็เป็นแม่บ้านมาตั้งแต่แรก เราก็ถือว่าทำหน้าที่นี้มาโดยตลอด แต่แค่ตอนนี้มีคนที่หายไปหนึ่งคนเราก็ต้องสู้ ต้องอดทนให้มากกว่าเดิมในเรื่องของงานหรืออะไรก็ตาม ตัวเราเป็นเท่าไหร่แต่เราอยากให้กำลังใจแม่มากกว่า หลังๆเขาอยู่กับพ่อตลอด แล้วตอนนี้เขาก็อยู่คนเดียว เขาน่าจะเคว้งมาก ก็เลยอยากให้กำลังใจแม่ ไปไหนเราก็ไปด้วยกันตลอด ไปเที่ยวไปทำงานหรืออะไรก็ตามแต่ จะสลับกับพี่สาวไม่ทิ้งให้แม่อยู้คนเดียว”แซมมี่ กล่าว

'แซมมี่' เชื่อพ่อยังอยู่ใกล้ๆ

        ก่อนจะแจงต่อว่าตัวเองได้ดูใจคุณพ่อจนลมหายใจสุดท้าย 

        "คือเราอยู่กับเขาจนวาระที่เขาหมดลมหายใจไปเลย พ่ออาการหนักๆ 3 สัปดาห์ ก่อนหน้านี้เขายังเดิน ยังทำอะไรได้เองทุกอย่าง จนเขามาทรุดเรื่อยๆก็คุยกับหมอถึงแนวทางการรักษามาเรื่อยๆ ที่บ้านเราคิดตรงกันว่าเราต้องการให้พ่อมีคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุดในช่วงสุดท้ายของชีวิตเขา ไม่ต้องการให้เขาเจ็บหรือทรมานอะไร เราไม่ให้เขาใส่ท่อช่วยหายใจ ท่อให้อาหาร คือพ่อไม่กินอาหารมาเป็นเดือนๆ ต้องให้พวกของเหลว พวกอาหารเสริมสำหรับผู้ป่วย พอมันนานเกินไปมันก็ขาดสารอาหาร เขาก็เลยถามว่าจะให้ใส่ท่อให้อาหารมั้ย เราก็ไม่ให้ทำอะไรเลย ยิ่ง3-4วันสุดท้ายเขาไม่พูดเลย เขากลัวชุดขาว กลัวพยาบาล กลัวหมอเจาะเลือดเขา เคยเห็นเขากรีดร้องเวลาที่หมอมาเจาะเลือด ทรมานทั้งเขาทั้งเรา เขาทำมืออยากให้เราอุ้มเขาออกไปจากตรงนั้น พาเขากลับบ้าน มันเป็นภาพที่สะเทือนใจลูกอย่างเรามาก

         เราไม่เสียดายอะไร เพราะว่าเราได้ทำหน้าที่ลูกจนวาระสุดท้าย แต่ถ้าคิดอีกมุมนึงก็รู้สึกว่าเราสามารถมันได้ดีมากกว่านี้นะ แต่ด้วยกำลังเราทุกคนก็บอกว่าเราทำดีที่สุดแล้ว เราก็ไม่รู้สึกว่าเสียเวลาหรือมาโทษตัวเองว่ามันทำให้ดีกว่านี้ได้ เราจะไม่มองอะไรไปแง่ลบ เพราะเรื่องที่เจอมันก็ลบอยู่แล้ว ไม่อยากจะกดดันตัวเอง พ่อสัมผัสได้แหละว่าเราทุกข์ที่สุด แต่เราก็ต้องสร้างพลังดีๆเพื่อคอยอยู่เป็นกำลังใจให้คนที่ยังอยู่ให้เขาได้พลังดีๆจากเรา (คนโบราณเชื่อว่าถ้าเราได้อยู่ดูแลพ่อแม่จนวาระสุดท้ายหลังจากที่ท่านสิ้นไปแลัวเราจะเจอแต่เรื่องดีๆเข้ามา) มันเป็นเรื่องของความเชื่อมากกว่า ไม่มีอะไรที่เป็นเครื่องวัดได้ อาจจะเป็นเรื่องของคุณค่าทางจิตใจเพื่อให้เราสบายใจมากกว่า เราเฉยๆกับเรื่องพวกนี้ เราไม่ได้ทำเพื่อหวังว่าต่อไปชีวิตเราจะดีขึ้น เราอยากทำให้เขาจริงๆมากกว่า แต่ตอนนี้ก็มีงานใหญ่ๆเข้ามาอยู่เหมือนกัน” แซมมี่ กล่าวปิดท้าย 

'แซมมี่' เชื่อพ่อยังอยู่ใกล้ๆ