
คมเคียวคมปากกา-ศัลยกรรมความคิด
พลิกแง่มุมดูวิถีดารานักร้องแล้วคิดต่อได้ยืดยาว
พูดแบบตรงไปตรงมาและคงทำให้ตัวเองดูมีบุคลิกปากจัดขึ้นหลายกระเบียด คือดารามักสนใจศัลยกรรมความงามบนใบหน้าและเรือนร่าง แต่ส่วนหนึ่ง(มากน้อยแค่ไหนไม่มีผลสำรวจ)ไม่ค่อยจะสนใจศัลยกรรมความคิดความอ่าน...อ้าวไปว่าเขาทำไม
ที่เห็นชัดเจน คือความคิดในเรื่องเชื่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์อภินิหาร คนที่เชื่อบางคนมักจะเป็นเอามากๆ เขาบอกว่าไม่เชื่ออย่าลบหลู่ เราก็ตอบไปได้ว่า เชื่อก็อย่างมงาย การมีความเชื่อในเรื่องที่หาเหตุผลอธิบายไม่ได้เป็นสิทธิส่วนบุคคลที่เราจะไปลบหลู่ไม่ได้ อีกทั้งพื้นฐานสังคมดั้งเดิมเราก็นับถือมาทั้งนับถือพระนับถือผี การห้อยแขวนเครื่องรางของขลังเป็นเรื่องคุ้นเคยดี เรื่องพรรค์นี้เชื่อของใครเชื่อของมัน ห้อยตะกรุด สักยันต์ ฯลฯ ไม่เดือดร้อนใคร แบบนั้นไม่ควรไปว่ากล่าว เดี๋ยวจะเกิดเรื่องขึ้นมาได้
ส่วนที่ควรว่ากล่าวบอกเตือนด้วยความปรารถนาดี คือการเชื่อถึงขนาดงมงาย ทำให้ความคิดติดตันอยู่แค่นั้น ไม่สามารถเข้าถึงต้นเหตุ เพื่อจะแก้ปัญหาที่ต้นเหตุตามหลักอริยสัจจ 4 ของพระพุทธเจ้า ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค ความคิดงมงายเป็นเรื่องต้องศัลยกรรมเร่งด่วน
คนที่ผมคุ้นเคยคนหนึ่ง มีความเชื่อว่า ที่ชีวิตตัวเองลำบากลำบนจนแก่ เพราะเคยไปพรากลูกช้างจากแม่ช้างไว้ ส่งผลให้ทำมาหากินอะไรไม่ขึ้น ท่านก็เชื่ออย่างนั้นจนสิ้นลมไปในวัยกว่า 70 บังเอิญว่าท่านเป็นสหายชนแก้วไวน์กับผม พอตึงๆ ได้ที่ ในฐานะผมเป็นมิตรผู้น้อง(ที่จริงรุ่นหลาน) ผมก็เรียนท่านตามตรงว่า ที่ท่านคิดอย่างนั้นไม่เป็นเหตุเป็นผล อย่างกรณีท่านไปเปิดร้านรับซื้อพืชไร่ ขายปุ๋ยขายยาการเกษตร ท่านเจ๊งก็เพราะเพลิดเพลินสุรานารี เมาแล้วใจดีใจอ่อน ใครมาเชื่อซื้อปุ๋ยซื้อยาเลยเก็บตังค์ไม่ได้ หนี้สูญ สมทบหลายปีเข้าย่อมเจ๊ง ไม่เกี่ยวอะไรกับเรื่องพรากลูกช้างนั่นเลย ที่แท้คือนิสัยใจคอคนใจดีอย่างท่านไม่ควรทำอาชีพนั้น เวลาลูกไร่ติดหนี้ ท่านใจไม่โหดพอที่จะรีดทวงเงินคืน ไม่ได้เงินก็ยึดของในบ้าน ยึดที่ดินชดเชย ท่านทำไม่ได้ ทำไม่เป็น ย่อมเจ๊ง เพราะลูกหนี้แต่ละคนก็มีลวดลายแพรวพราวในการเบี้ยวหนี้ สรุปว่าท่านไม่เหมาะที่จะทำอาชีพอย่างนั้น ไม่เกี่ยวกับลูกช้าง
ดูทีวีไม่นานมานี้ มีดารานักร้องลูกทุ่งคนหนึ่ง คือเป็นทั้งดารารูปหล่อ แม่ยกติดเกรียว และเป็นนักร้องลูกทุ่งด้วย ออกมาเผยชีวิตว่าตกยากถึงขั้นต้องขับแท็กซี่ ดูทีวีแล้วเห็นแง่คิดอะไร แง่คิดแรกคือ อาชีพขับแท็กซี่เป็นอาชีพปกติที่คนเป็นหมื่นเป็นแสนทำกันอยู่โดยปกติ โดยไม่รู้สึกเป็นเรื่องตกยาก (มารู้สึกตกยากอีตอนปิดสนามบิน แล้วทัวร์ฝรั่งหายหมด แท็กซี่เลยอดไปด้วย) เพียงแต่ว่าเรื่องนี้เป็นประเด็นให้ทีวีสนใจขึ้นมาเพราะเขาเคยเป็นดารา แต่คิดให้ดี ดารานักร้อง จะหน้าตาหล่อสวยขนาดไหน เสียงดีขนาดไหน เคยโด่งดังขนาดไหน พออายุมากขึ้น 60-70 ย่อมไม่เป็นที่สนใจ นี่เป็นเรื่องปกติธรรมดา จะบูชาพ่อปู่อะไร หรือแขวนห้อยเครื่องรางอะไรก็ช่วยไม่ได้ มันเป็นไปตามเหตุปัจจัยที่อธิบายได้ยืดยาว
สมัยที่มิตร ชัยบัญชา โด่งดังมากๆ จะมีพระรอง หรือตัวแสดงตามพระที่คนดูนิยมมากๆ คือ ประจวบ ฤกษ์ยามดี ถึงวันนี้มีใครรู้จักประจวบ ฤกษ์ยามดีบ้าง...นี่ก็ธรรมดา เพราะผ่านมาตั้งสาม-สี่สิบปีแล้ว ประจวบ ฤกษ์ยามดี เองก็ไม่เคยเดือดร้อนร้องเรียนอะไร มีความสุขเงียบๆ อยู่กับการมีเงินให้คนกู้...แสดงว่าเก็บออมมาดีตอนที่ยังหนุ่ม
ศัลยกรรมหน้าตาให้หล่อสวยแล้ว ควรสนใจศัลยกรรมความคิดให้เฉียบคมบ้าง
เป็นดารารูปงาม เป็นนักร้องดัง เสียงดี เตรียมตัวไว้ว่าวันหนึ่งต้องแก่ลง และต้องถูกลืม ในยามที่มีชื่อเสียงเงินทองจึงต้องเตรียมรับมือไว้เมื่อวันนั้นมาถึง พ่อปู่หรืออภินิหารใดๆ ก็ช่วยไม่ได้เท่ากับหลักอิทัปจจยตา ของพระพุทธเจ้า
ทุกสิ่งเกิดแต่เหตุปัจจัย สิ่งนั้นเกิด สิ่งนี้จึงเกิด...สาธุ



