
วิวาห์ 'พุฒ-จุ๋ย' หวานฉ่ำ! รอฤกษ์จดทะเบียน
"พุฒ" พุฒิชัย เกษตรสิน ควง "จุ๋ย" วรัทยา นิลคูหา เปิดใจหลังเข้าพิธีวิวาห์ชื่นมื่น อุบสินสอด พร้อมสัญญาจะรักกันตลอดไป
ทีมบันเทิง คมชัดลึก-บรรยากาศพิธีแต่งงาน “พุฒ” พุฒิชัย กับ “จุ๋ย” วรัทยา สุดชื่นมื่นตั้งแต่เช้ามีแขกผู้ใหญ่และเพื่อนๆ ทั้งนอกและและวงการอีกหลายคนมาร่วมเป็นสักขีพยานรัก หลังเสร็จพิธีทั้งคู่ควงกันมาเปิดใจต่อหน้าสื่อมวลชนเวลาประมาณ 14.30 น. ณ บ้านเจ้าพระยา ศาลาริมน้ำ โรงแรมแมนดารินโอเรียนเต็ล
ถามถึงพิธีในวันนี้?
จุ๋ย “งานตอนเช้ามีทำบุญตักบาตรเลี้ยงพระสงฆ์ มีขบวนขันหมากของพุฒและมีพิธีหมั้น ซึ่งมีแต่ญาติสนิทในครอบครัว ใช้พิธีชั้นบนโรงแรมแมนดารินโอเรียนเต็ล แล้วก็ลงมาข้างล่างมีพิธีหลั่งน้ำพระพุทธมนต์เชิญแขกผู้ใหญ่ในวงการและผู้ใหญ่ที่เคารพและเพื่อนฝูง”
ถามถึงพุฒกว่าจะผ่านด่านขันหมากเป็นยังไงบ้าง?
พุฒ “วันนี้ก็มีประตูเงินประตูทอง12ประตู กว่าจะผ่านแต่ละประตูไปได้ก็ยากพอสมควร กว่าจะได้เจ้าสาวที่เป็นคนดีขนาดนี้มาเป็นคู่ชีวิตมันก็ต้องมีอุปสรรคในการผ่านประตูเงินประตูทอง”
ตอนที่ขันหมากใกล้เข้ามาแล้วรู้สึกยังไง?
จุ๋ย “ก็จะถามว่าถึงไหนแล้วทำไมช้าจังเค้าก็ต้องมีการเจรจา มันก็เป็นการแต่งแบบไทยๆที่คลาสสิคอยู่เสมอ ความรู้สึกในตอนนั้นก็เป็นอะไรที่อธิบายยากนิดหนึ่ง”
ประตูเงินประตูทองแต่ละด่านโหดไหม?
พุฒ “โหดนี่คือโหดในเรื่องให้ผมใช้พละกำลัง แร็พ วิดพื้น กว่าจะผ่านแต่ละอันก็ยากพอสมควร บางด่านก็มีความน่ารักอย่างด่านของน้องปีใหม่ ก็มากั้นเป็นประตูแรก ให้หอมแก้ม”
จุ๋ย ”วันนี้เจ้าบ่าวเบลอหน่อยๆ เพราะนอนน้อยกันทั้งคู่ เมื่อคืนนอนตี1ตื่นตี3ไอิด้นอน2ชม. คือทุกอย่างมันต้องทำหมดเลยก่อนวันแต่ง มันมีรายละเอียดเล็กๆน้อยๆรวมถึงคุณพ่อคุณแม่ก็มาอยู่กับเรา ก็ต้องพาท่านไปกินข้าว หนูยังข้ามไปกินสตรีทฟู๊ดตรงบางรักอยู่เลยสี่ทุ่มกลับมาทำเล็บ ชิลมั้ยคะ”
พูดถึงช่วงบรรยากาศที่สวมแหวน
พุฒ “ซาบซึ้งนะครับเพราะก่อนที่เราจะสวมแหวน เราก็มีผู้ใหญ่ให้พร คุณพ่อคุณแม่ของจุ๋ย ผู้ใหญ่ฝั่งจุ๋ย ที่ยกลูกสาวให้กับเราดูแล เป็นซีนซึ้งๆ ที่ทำให้เราสองคนมีน้ำตากัน ส่วนตอนสวมแหวน เราไม่ได้พูดอะไรกันครับ ยิ้มให้กันอย่างเดียว”
แล้วตอนที่จุ๋ยต้องก้มลงกราบพุฒที่ตัก
จุ๋ย “เขาก็ยืดเป็นธรรมดา”
พุฒ “มันเป็นการยืดครั้งสุดท้ายแล้วครับ”
ถามถึงสินสอดช่วงเช้า มีอะไรบ้าง
จุ๋ย “ก็เป็นตามความเหมาะสม รวมๆ มาเพื่อให้อยู่ในพานขันหมากให้สวยงาม แต่จุ๋ยว่าสมัยนี้เขาคงไม่เอามากันทั้งบ้านแล้ว น่าจะตามเหมาะสม ตามประเพณี ที่บ้านเรายึดหลักว่าเรื่องความรักสำคัญมากกว่าเรื่องทรัพย์สินเงินทอง และทุกคนก็รู้ว่าพุฒทำงานหนัก ทำงานเพื่อดูแลครอบครัว เราก็ไม่ได้เรียกร้องอะไรมากมายแต่ทุกอย่างตามความเหมาะสมประเพณีที่ดีงามค่ะ”
แล้วชุดที่ใช้วันนี้กี่ชุด
จุ๋ย “เจ้าบ่าว 4 นะคะ แต่เจ้าสาว 3 ชุดค่ะ”
พุฒ “ไปๆ มาๆ แล้วคือกลายเป็นพุฒที่มี 4 ชุด คือผู้ชายอาจจะเปลี่ยนได้ง่ายด้วย ตอนเช้าเราเริ่มต้นด้วยชุดไทย ใส่โจงกระเบน พอมาเป็นตอนแห่ขันหมาก ก็จะเป็นสูทสากลสีครีม หลังจากนั้นพอช่วงกินเลี้ยงกลางวันก็จะเป็นชุดสูทสากลสีดำ แล้วมาแถลงข่าวก็เป็นสูทสีน้ำเงินครับ”
ช่วงที่สวมแหวน พ่อแม่ได้ฝากฝั่งอะไรเราบ้าง
พุฒ “คุณพ่อคุณแม่จุ๋ยบอกว่า เขารักจุ๋ยเหมือนดวงใจเลยนะ ก็ฝากดูแลลูกของพ่อของแม่ด้วยนะ แล้วตอนคุณพ่อคุณแม่ฝากท่านเสียงสั่น น้ำตาคลอ เลยทำให้เราน้ำตาคลอไปด้วย”
จุ๋ย “คุณพ่อเป็นคนร้องไห้ยาก ไม่ค่อยจะร้องไห้สักเท่าไหร่ แต่เพราะลูกสาวคนเดียวไงคะ ก็เลยนิดนึง พุฒเขาก็แบบรับรู้ได้
แล้วครอบครัวพุฒเป็นอย้ฝ่างไรบ้าง?
จุ๋ย :ครอบครัวพุฒจะเป็นสายฮาแล้วป๊ะป๋าก็ตื้นตันจนพูดไม่ออกเราก็รู้ว่ามันเป็นวันดีๆของพวกเราซึ่งครอบครัวต้องดีใจอยู่แล้ว เขาก็จะชื่นมื่นไป วันนี้จุ๋ยรู้สึกว่าบรรยากาศในการแต่งงานมันอบอุ่นมากๆ ด้วยความที่พุฒและจุ๋ยเองไปทำงานหลายช่องดังนั้นจะมีผู้ใหญ่หลายๆช่อง หลายบริษัท หลายที่มารวมตัวในงานแต่งงานของเรา เรามองภาพไปเรารู้สึกดีจังเลย เจ้านายเก่าๆ พี่ตุ๊กตา ( จิตรลดา ดิษยนันทน์), คุณไพบูลย์ (ไพบูลย์ ดำรงชัยธรรม),คุณประวิทย์ มาลีนนท์,คุณประชุม มาลีนนท์ ฯลฯ ทุกคนมาหมดเลย เรารู้สึกว่า มันเป็นวันศุกร์ที่ทุกคนยังทำงานอยู่ ซึ่งเขาต้องมีประชุม มีธุระ ยังสละเวลามาให้กับพวกเราสองคนเรารู้สึกประทับใจมาก รวมถึงพี่ๆ น้องๆ ในวงหารบันเทิง นึกออกไหมเวลามันเป็นเงินเป็นทอง เรารู้สึกว่าเขาตั้งใจมา ประทับใจเลยร้องไห้ตั้งแต่เปิดตัว
รู้สึกอย่างไรบ้าง?
จุ๋ย : คิดว่าทุกวันก็ต้องเหมือนเดิม เราจะรักกันแบบนี้ไปตลอดและอยากดูแลกันให้มากกว่านี้ด้วยซ้ำ ก็ทำให้การใช้ชีวิตเปิดเผยมากยิ่งขึ้น เพราะทุกคนจะรู้แล้วว่าเราเป็นสามีภรรยากัน ก็จะดูแลกันไปตลอดอยู่แล้วค่ะ
พุฒ:ผมว่าหลังจากที่เราได้เข้าพิธีมงคลสมรสกันแล้ว ในวันพรุ่งนี้ที่เราตื่นมาผมเชื่อว่าความรู้สึกที่ผมมีให้กับเขามันจะยิ่วแน่นแฟ้นมาขึ้นเราก็ต้องมีความรับผิดชอบมากขึ้น ดูแลเขามากๆยิ่งขึ้นไปอีก เพราะเขาคือคนที่เราจะใช้ชีวิตด้วยตลอกเพราะฉะนั้นแล้วเราจะดูแลเขาให้ดีที่สุดในทุกๆวันครับ
จากวันนี้เดินหน้ามีน้อง?
จุ๋ย : ยังมีเลยไม่ได้เพร่ะยังติดละครอยู่ สัก 2-3เดือนแล้วค่อยวางแผนจริงจัง แต่ช่วงนี้ก็มีตรวจสุขภาพ ก็นัดหมอไว้อาทิตย์หน้า เพื่อดูว่าสุขภาพของเราเป็นอย่างไร ส่วนแหวนก็เกือบ3 กะรัต ก็พอแล้วเนอะสงสารเขา เขาทำงานหนัก
พุฒ : สบายมาก
จุ๋ย : จุ๋ยคิดว่ามันก็เพียงพอแล้วไม่ต้องการใหญ่โตมากมาย แค่เป็นแหวนแทนใจ แทนความมั่นคง แทนความผูกพันธ์ที่เขามีให้
จดทะเบียนสมรสหรือยัง
จุ๋ย : “ยังมีฤกษ์อีกนะทุกอย่างมีฤกษ์หมดเลยก็ยังไม่ใช่วันนี้”
เปลี่ยนแล้วยังใช้นางสาวนามน่าอยู่ไหม
จุ๋ย : “เป็นนางสาวอยู่ด้วยความที่เราทำงานในวงการบันเทิงคนก็จะจำว่าเป็นวรัทยา นิลคูหา ชื่อในวงการก็ยังเป็นชื่อนี้อยู่ก็รอดูอีกทีว่าตอนจดทะเบียนแล้วจะเป็นยังไง”
ถามถึงความพิเศษของสังข์ที่นำมาใช้ในงาน
พุฒ : “สังข์ในงานวันนี้มีความพิเศษมากเพราะว่าพี่เฟียสเป็นคนหาสิ่งที่ดีที่สุด สังข์ที่เฟียสนำมาเป็นสังข์สุวรรณภูมิเป็นสังข์ที่หายากมากเอาพี่เฟียสนำไปเลี่ยมทองให้เราด้วย”
จุ๋ย : เอาไปติดทับทิมเพราะว่าเป็นอัญมณีที่ราคาแพงเพื่อนเขาก็ตั้งใจทำให้เราในพิธีในวันนี้ ผู้ใหญ่ที่ได้รดน้ำสังข์เราก็จะได้ใช้สังข์ชิ้นนี้เลย
แพลนฮันนีมูน
พุฒ : “ฮันนีมูนเมื่อวานเราคุยก่อนที่เราจะแต่งงานก็มีแฮชแท็กทุกที่คือพรีเวดดิ้งหลังจากแต่งงานเสร็จปั๊ปทุกที่คือฮันนีมูน”
จุ๋ย : “ไปเที่ยวก็หวานได้ตลอดอยู่แล้วเสื้อในทีมก็จะคอยสร้างสีสันคอยถ่ายรูปทริปของเราอยู่แล้วเราก็รู้สึกว่าทุกทีมันจะเป็นที่เราสามารถดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์ได้”
มีที่ไหนพิเศษไหม อยากไปด้วยกัน
จุ๋ย : “ก็มี 2 ประเทศที่เราคุยกันนะ”
พุฒ : “ประเทศแรกสกอตแลนด์อีกประเทศหนึ่ง คือแคนาดา”
จุ๋ย : “เราสองคนเป็นแนวแบบว่าชอบความเป็นธรรมชาติ ไม่เน้นช้อปปิ้ง”
ถามถึงเรือนหอนิดนึง
จุ๋ย : “ประมาณ 20-30 เปอร์เซ็นต์”
พุฒ : “โดยช่วงที่ผ่านมามันเป็นช่วงหน้าฝนด้วยและการเข้าทำของผู้รับเหมามันก็เลยล่าช้าเพราะช่วงนี้พายุเข้าก็เลทไปเป็นเดือนเหมือนกันช่วงนี้ก็เลยพยายามให้เขาทำให้ดีที่สุดเธอช้าหน่อยไม่เป็นไรขอบ้านของเราแข็งแรงไม่มีปัญหาภายหลัง”
พุฒเตรียมเค้าชมรมคนกลัวภรรยามั้ย?
พุฒ : “อ๋อ ไม่มีครับ ชมรมคนกลัวภรรยา มีแต่ชมรมคนกลัวเมีย (หัวเราะ) วันนี้ก็จะมีพี่น้องดีเจหรือว่าพี่ๆ ในวงการบันเทิงที่แต่งงานไปแล้วตอนมารดน้ำสังข์ หรือว่าตอนมาถ่ายรูปด้วยเค้าก็มีแซวเหมือนกันว่าขอเชิญมาอยู่ชมรมคนกลัวเมียด้วยกันนะครับ”
วันนี้เป็นวันพิเศษของทั้งคู่ มีอยากพูดอะไรที่พิเศษต่อกัน หรือให้สัญญาต่อกันมั้ย?
จุ๋ย : “คือพุฒเค้าเป็นคนทำให้เห็นอยู่ทุกวันอยู่แล้ว และตอนที่พูดบนเวทีว่าก็จะรักเราต่อหน้าคุณพ่อคุณแม่ที่เค้าเคยเลี้ยงดูเรา จุ๋ยเองก็เหมือรกัน ป๊าม๊าดูแลพุฒมาอย่างไรเราก็ต้องดูแลให้ดียิ่งๆ ขึ้นไป ก็ไม่ได้พูดอะไรเป็นพิเศษ ได้แต่มองหน้ากัน ส่งสายตาความรู้สึกอะไรไม่รู้นะ แต่เข้าใจกัน (หัวเราะ)”
พุฒ : “ส่วนใหญ่จะเป็นพูดขอบคุณพี่ๆ แขกผู้มีเกียรติในงานในงานมากกว่า ทั้งพี่ๆ ผู้ใหญ่ เพิ่อนๆ ใน วงการบันเทิง ญาติสนิทมิตรสหายคุณพ่อคุณแม่ รวมถึงคนที่มาช่วยทำให้งานแต่งของเรา 2 คนมันเกิดขึ้นมาได้ และก็มีโมเม้นท์ประทับใจในหลายๆ โมเม้นท์ในทุกๆ ส่วน อยากจะขอบคุณพี่ๆ สื่อมวลชนด้วยที่รักและก็เอ็นดูพวกเราและคอยสนับสนุนพวกเรามาโดยตลอดนะครับ ก็ขอบคุณมากๆ เล่นกัน (ยกมือไหว้)”
จุ๋ย : “ขอบคุณมากๆ เลยค่ะ (ยกมือไหว้) ขอบคุณนะคะ”
ทั้งคู่กว่าจะฝ่าเรื่องราวกันมาจนมีวันนี้ มันไม่ง่าย อยากจะบอกอะไรกันและกัน?
พุฒ : “เราจะบอกกันเสมอๆอยู่แล้วครับ คือคู่เราเป็นคู่ที่เริ่มต้นมาไม่ได้หอมหวาน ไม่ได้มีคนแฮปปี้ทั้งหมดร้อยเปอร์เซ็นต์ตั้งแต่แรก คือเรารู้กันอยู่ 2 คนว่าเราเป็นคู่เราจริงใจให้เค้ากับ เค้าจริงใจให้กับเรา ไม่ได้สนหรือมองเรื่องเงินทอง หรือเรื่องความดังหรือชื่อเสียง ความรักนี้เป็นความรักที่เราอยากใช้ชีวิตคู่ไปกับเค้าจนกว่าจะลมสุดท้ายของชีวิต เราก็พยายามบอกเค้าว่า เราจะสู้ไปด้วยกัน เราจะจับมือไปด้วยกัน อดทนแล้วเดี๋ยววันนึงมันจะผ่านไปถ้าเราเข้าใจซึ่งกันและกัน
คู่เราเป็นคู่ที่รู้กันอยู่แล้วว่าเราจริงใจให้กับเขา เขาจริงใจให้กับเรา เราไม่ได้สน ไม่ได้มองเรื่องเงินทอง ความดัง ชื่อเสียง เรามองเรื่องของความรักว่าความรักครั้งนี้เป็นความรักที่เราอยากใช้ชีวิตคู่ไปกับเขาจนวันสุดท้ายของชีวิต เราพยายามบอกเขาเสมอว่าเราจะสู้ไปด้วยกัน จับมือไปด้วยกัน เราจะอดทน เดี๋ยววันนึงมันจะผ่านไปถ้าเราเข้าใจซึ่งกันและกัน”
จุ๋ย “ขอบคุณที่จับมือเราแน่นๆกันมาตลอดไม่ว่าจะเจอเรื่องอะไรก็แล้วแต่ ตัวจุ๋ยเป็นคนเข้าใจโลก เข้าใจชีวิต เข้าใจความธรรมดาของคนมากๆ ใน ณ ตอนนั้นที่เจอปัญหาก็ไม่ได้คิดว่าจะเป็นอะไรที่หนักหนาสาหัส แต่มันก็เป็นเรื่องนึงที่เข้ามาในชีวิตเราที่เราเองก็ไม่เคยคิดว่าจะมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นมา เขาเป็นคนที่ทำให้เรารู้สึกเชื่อมั่น นอกจากเราแล้วก็ยังไปถึงครอบครัว พุฒจะเป็นคนที่ให้เกียรติครอบครัวจุ๋ย วันนี้ที่ครอบครัวจุ๋ยพูดให้พุฒฟังก็จะมีแต่เรื่องราวชื่นชม รัก และดีใจที่ได้พุฒมาเป็นลูกเขย รวมถึงให้เกียรติเรามาตั้งแต่ต้นเสมอมา มันเป็นความดีที่ติดตัวเขา หลายๆคนก็เห็นอยู่แล้วว่าพุฒเป็นยังไง จุ๋ยคิดว่าสิ่งเหล่านี้มันพิสูจน์ให้เราเห็นได้ว่าเขารักเราแค่ไหน จุ๋ยเองก็รักเขามากๆเหมือนกัน จะดูแลพุฒ พร้อมที่จะร่วมทุกข์ร่วมสุขกันไป ขอบคุณมากที่รักกันแบบนี้มาตลอดเวลาที่ได้อยู่ด้วยกัน”
เรื่องงานในวงการล่ะจะให้จุ๋ยลดงานลงมั้ยแล้วไปเป็นแม่บ้าน?
จุ๋ย “ตราบใดที่ยังไม่ตั้งครรภ์ก็ยังไม่ลดงาน เราพยายามเดินหน้ารับงานกันอย่างตะบี้ตะบัน เราความที่เราเป็นคนที่ชอบทำงาน ไม่ได้ทำงานจะเหงา เรารู้สึกว่าการทำงานเป็นอะไรที่สำคัญกับชีวิตเรา ไม่ว่าเราจะเติบโตไปอีกกี่ปีเราก็ยังต้องทำงานอยู่จนกว่าวาระของอายุนึงที่เราจะเกษียณ ก็ไม่คิดที่จะลดงานอะไรมากมาย ถ้าเกิดต้องมีหน้าที่ในการรับผิดชอบครอบครัว มีน้องก็อาจจะต้องลดลงบ้างตามสภาวะร่างกาย”



