
ความท้าทายของ 'พอร์ช' กับบท 'ขุนไกร 2018'
"พอร์ช" ศรัณย์ ทุ่มสุดตัวกับบทขุนไกร 2018 ลบภาพ "สายโลหิต" เวอร์ชั่นเดิม
เรียกได้ว่ากระแสเรตติ้งกำลังดีวันดีคืนสำหรับละครรีเมคเรื่องดัง “สายโลหิต” ที่เป็นละครความหวังของช่อง เพราะเรื่องนี้ไม่ว่าจะรีเมคมากี่ครั้งก็เปรี้ยงปร้างทุกเวอร์ชั่น วันนี้ “บันเทิง คมชัดลึก” จะพาแฟนๆ มาทำความรู้จักกับ “พอร์ช” ศรัณย์ ศิริลักษณ์ ผู้มารับบท "ขุนไกร" ในเวอร์ชั่น 2
@ ละครเรื่อง "สายโลหิต" ออนแอร์ไปแล้วเป็นอย่างไรบ้าง
ได้ดูแล้วโอเคนะ เรียกว่าหายเหนื่อย เพราะว่าเรื่องนี้ซีจีดีมากเลย คือตอนแรกเรายังไม่ได้เห็น พอได้ดูก็รู้สึกโอเคสนุกนะ เพราะมันเนียนไปด้วยกัน ถามว่าพอใจไหม พอใจมาก พอออนแอร์ไปแล้วคนก็พูดถึงเยอะ ชมเยอะ ในเรื่องของโปรดักซ์ชั่นและนักแสดง เรียกว่านักแสดงทุกคนที่อยู่ในกรุ๊ปก็คุยกันว่าหายเหนื่อย เพราะจะมีคนไปตรวจดูทวิตเตอร์ และเฟสบุ๊คก็มีคนพูดถึงเยอะ มันก็หายเหนื่อยเพราะเราถ่ายทำกันมานาน 2 ปี แตเ่รื่องดำเนินเร็วมากเลยนะเวลา 2 ปี มันก็ผ่านไปเร็วเหมือนกันเนอะ
@ สาเหตุที่ละคระรื่องนี้ถ่ายนานเพราะอะไร
ถ้าที่เห็นในฉากจะเห็นได้ว่าแต่ละฉากไม่ได้ถ่ายกันง่ายๆ ไม่ว่าจะเป็นฉากรบ อย่างฉากรบที่ลงในตอนแรกแค่ฉากนั้นฉากเดียวถ่ายนานเหมือนกันนะ และเพิ่งถ่ายเสร็จเมื่อ 2 เดือนที่แล้วคือเราไม่ได้ถ่ายซ่อมนะ แต่ฉากนี้ถ่ายไม่เสร็จเราก็เลยมาถ่ายต่อซึ่งต้องยกกองไปถ่ายริมทะเล และมันก็มีอุปสรรคหลายอย่าง เรียกว่าตัดต่อเสร็จปุ๊บก็ออนเลยตอนที่ไปถ่ายมันฝนตกก็ต้องยกกอง ด้วยฉากนั้นเราใช้นักแสดงสมทบ เอ็กซ์ตร้าจริง บางทีมาเป็น 100 คือพอคนเยอะการคุมคนมันก็ยาก
@ บทมันจะต่างจากเดิมไหม
แตกต่างจากเดิมเยอะเลย อย่างบทเขาก็เขียนใหม่เพื่อให้เข้ากับยุคสมัย คาแรกเตอร์ของขุนไกรผมก็พยายามเล่นให้ไม่เหมือน คือเราไม่อยากเล่นให้เหมือนเวอร์ชั่นเก่า เราอยากให้คนดูได้ดูแล้วรู้สึกว่า มันคือขุนไกรเวอร์ชั่นพอร์ช ถามว่าต่างตรงไหนก็คงต่างตรงที่เวลาเข้าฉากกับนางเกมันจะมีความละมุน มันดูน่ารักกว่าเวอร์ชั่นเดิม ส่วนฉากรบก็จะมีความหนักกว่าเวอร์ชั่นเก่า เวอร์ชั่นนี้ขุนไกรจะมีความใจร้อนมากกว่า คือเราพยายามเล่นให้ไม่เหมือนเล่นให้มีความแตกต่งออกมา เพราะไม่อยากให้คนดูรู้สึกว่าเป็นละครรีเมคอยากให้คนดูรู้สึกว่ามันคือละครเรื่องใหม่อีกเรื่องหนึ่ง
@ กับนักแสดงในเรื่อง
น้องแคนดี้เป็นนักแสดงที่เก่งเวลาทำงานด้วยกันมันก็เลยง่าย คือเขาเป็นคนทำการบ้าน เวลาเราแสดงกับเด็กเราจะรู้สึกยากแต่นี่ไม่เลยนะ อย่างฉากร้องไห้ผู้กำกับสั่งปุ๊บเขาสามารถร้องไห้ได้ทันที ถามว่ามีพัฒนาการด้านการแสดงไหมมีแน่นอน ถ้าดูเทียบจากฉากแรกและดูไปเรื่อยๆ จะรู้สึกเลยว่าน้องเขาแสดงได้เก่งขึ้น มีความตั้งใจ คือพอเราสนิทมากขึ้นเขาก็จะกล้าเล่น กล้าพูด พูดเก่งมากเรียกว่าพูดทั้งวัน (หัวเราะ) กันนาว (ทิสานาฏ ศรศึก) ก็เป็นการทำงานร่วมกันครั้งแรก แต่เรารู้จักกันมานานผมรู้จักเขาตั้งแต่เขายังไม่เข้าวงการ เขาจะเป็นคนแมนๆ อะไรก็ได้ อย่างฉากเลิฟซีนผมก็จะบอกน้องว่าแค่นี้พอ เดี๋ยวใช้มุมกล้องเอา แต่นาวบอกว่าไม่ต้องเล่นไปเลย แต่มันก็มีมีอะไรเยอะนะ อย่างมากก็แค่แตะตัว เลิฟซีนหนักสุดคือหอมแก้ม หอมหน้าผาก แฟนผมก็ไม่ได้ว่าอะไรนะเราก็มองเป็นการทำงาน ไม่มีหึง
@กดดันไหม เป็นละครที่ช่องคาดหวังเยอะ
ตอนแรกก็เครียดนิดหน่อย แต่เรารู้ไงว่าเราทำเต็มที่ เรื่องนี้เราตั้งใจมาก ถามว่าเครียดเรื่องไหนก็คงเป็นเรื่องบทเพราะผมไม่เคยเล่นพีเรียตมาก่อน เราก็เน้นความตั้งใจท่องบทให้แม่นๆ ไว้ก่อนคือบทเราเปลี่ยนไม่ได้ ภาษามันต้องเป๊ะช่วงแรกก็มีปัญหาเพราะเราไม่เข้าใจ เราก็จะงงว่ามันหมายความว่าอะไร แต่ว่าผู้กำกับรู้หมดเราก็จะไปถาม ถ้าวันไหนเราต้องถ่ายยาวๆ เราก็จะท่องบทล่วงหน้า 2 วัน เพราะช่วงที่ผมถ่ายละครสายโลหิตผมก็เล่นละครเรื่องอื่นด้วย บางทีก็มีหลุดคำว่าอ๊ะๆ มา ซึ่งมันใช้ไม่ได้ไง มีอ๊ะออกมาคัททันที ถามว่าเทคบ่อยไหม ไม่บ่อยเพราะผมแม่นบทมากไม่หลุดเลย คือยิ่งเราเครียดเรายิ่งตั้งใจมั่นใจมากท่องมาเป๊ะจากบ้าน ส่วนที่เทคบ่อยจะเป็นฉากพายเรือหรือขี่ม้ามากกว่า เพราะผมพายเรือกับขี่ม้าไม่เป็นเลย มาฝึกในกองให้คนในกองสอง มีเดือนสองเดือนแรกที่สาหัสสากันพอสมควร จะมีปัญหาเรื่องคุมม้าให้อยู่ในเฟรม คือขี่ได้แต่จะให้ม้าหยุดหรือให้มันหันหัวไปทางนั้นทางนี้ยาก หลังๆ ขี่โปรมาก ถ้ามีละครแบบนี้มาอีกสบาย ม้าไม่ยากเท่าไหร่นะ ที่ยากนะคือการพายเรือ และผู้กำกับอยากให้เราแสดงให้ดูว่าเก่งไง เพราะคนกรุงศรีอยุธยาพายเรือเก่งทุกคน ซึ่งคนพายเก่งจริงต้องพายด้านเดียวแล้วคัดท้าย คือพอเราพายข้างเดียวเรือมันก็วนเป็นวงกลมไง แรกๆ ก็มีดึงเชือกช่วย ให้มันตรงไม่งั้นไม่ตรง ถามว่ายากสุดไหม มันยากตรงพายไปด้วยพูดไปด้วยนี่แหละ
@ 2 ปีกับละครเรื่องนี้ประทับใจฉากไหนที่สุด
ถ้าเป็นฉากสวยและน่ารักก็ต้องเป็นฉากเก็บบัว เป็นบัวโบราณ ประทับใจที่นางเอกเก่งทุกคนตั้งใจกับฉากนี้มาก เพราะบัวมันจะบานตอน 10 โมง แล้วมันจะบานแป๊บเดียว แล้วไดอาร็อกก็ยาว ถ้าถ่ายไม่ทันบัวหุบก็ถ่ายต่อไม่ได้ วันนั้นผมท่องบทมาแน่นมาก บทยาวมาก และต้องพายไปด้วยพูดไปด้วย แล้วบ่อบัวน้ำไม่ลึก พายไปก็ติดโคลนก็เลยประทับใจมากๆ ส่วนอุปสรรคก็เจอหลายอย่างทั้งสภาพอากาศ แล้วต้องมาถ่ายฉากรบช่วงหน้าฝนเพราะหน้าร้อนมันก็ร้อนมากถ่ายกันไม่ไหว และฉากนี้มันมีสัตว์ด้วยถ้าอากาศร้อนมันก็จะหงุดหงิด เราก็หงุดหงิด นอกจากนี้นักแสดงก็เยอะมากคุมยาก แต่ดีที่ใช้ทหารจริงๆ ถ่าย เขาก็จะมีระเบียบมีคนคุม และด้วยความที่มันมีซีจีด้วยก็จะมีรายละเอียดปลีกย่อยเยอะ มันก็เลยออนช้า
@ ปิดกล้องแล้วพอใจกับผลงานแค่ไหน
ใช่ปิดกล้องแล้วสบายละ ผมพอใจ 90 เปอร์เซ็นต์ คือฉากบู๊มันดูสวย ตัดออกมาผมดูรบเก่งมาก (หัวเราะ) ส่วนเรื่องเรตติ้งนั้น ส่วนใหญ่ละครที่กระแสดีเรตติ้งจะไม่ไปนะ คือทางช่องเขาต้องห่วงอยู่แล้วแหละ แต่โดยส่วนตัวผมไม่ได้มานั่งดูว่าเรตติ้งมันต้องมาเท่าไหร่ แต่เราจะรู้ได้จากการไปเดินตลาด ถ้าเขาเปิดช่องเราเยอะก็แปลว่าคนดูเยอะ พ่อผมไปเช็คมาแล้วเป็นตลาดแถวบ้าน ตลาดออเงิน และตลาดบุศกร พ่อบอกว่าเขาเปิดสายโลหิตกันหมดเลย ผมก็ว่าโอเคนะ ทีวี 10 กว่าเครื่องเปิดสายโลหิตหมด เราก็จะดูแบบนี้มากกว่าไปดูเรื่องตัวเลข
@ หลังจากสายโลหิตมีละครเรื่องอะไรต่อ
มีสวยซ่อนคม เรื่องนี้ถ่ายทำอยู่ เรื่องนี้เล่นเป็น 2คน เล่นเป็นฝาแฝด ยอมรับว่ายากเพราะมันถ่ายพร้อมเรื่องสายโลหิต และแม่สื่อปากร้ายผู้ชายรสจัดด้วย เราก็จะงงๆ เบลอๆ เรื่องนี้เราก็จะเห็นแฝดที่แตกต่างกันมาก ถามว่าถ่ายหลายเรื่องพร้อมกันมีปัญหาไหมก็มีบ้างตอนเช้า ซีนแรกๆ เราก็จะงงๆ ปต่ผมจะบอกผู้กำกับทุกคนว่าช่วยเตือนหน่อยถ้าเล่นผิด เพราะถ้าไม่เตืิอนผมจะงง เพราะคาแรกเตอร์แต่ละเรื่องไม่เหมือนกันสักตัว ตัวหนึ่งตลก ตัวหนึ่งพีเรียต อีกตัวก็จะเครียดๆ ขรึมๆ
@ถ่ายหลายเรื่องแบบนี้ จะมีลิมิตในการรับงานไหม
จริงๆ ผมรับทีละเรื่องนะ แต่ช่วงนั้นมันถ่ายไม่จบไง มันก็เลยคาต่อๆ กันมาเป็น 3 เรื่องแต่ตอนนี้เหลือเรื่องเดียวละ คือถ้ามีมาอีกผมก็รับนะ เพราะเรื่องที่เหลืออยู่ใกล้จบละ มันต้องรันแบบนี้ล่ะไม่งั้นมันจะว่างเกินไป ตอนนี้ถ่ายเรื่องเดียวมันก็ง่ายขึ้นเพราะไม่ได้เป็นพีเรียตละ แต่มันจะยากตรงที่ต้องมาเปลี่ยนคาแรกเตอร์และเรื่องนี้มันใช้ซีจีเยอะเหมือนกัน อย่างฉากพี่น้องคุยกันมันถ่ายยากยิ่งมีฉากที่แฝดคุยกันจะถ่ายนานมาก เพราะทรงผมก็ไม่เหมือน เวลาถ่ายก็ต้องถ่ายทีละคน และพี่น้องคุยกันบ่อยมาก แต่เรื่องนี้ก็สนุกนะ บทมันดราม่าใช้ได้เลยเศร้าทั้งเรื่อง
@ สัญญาช่องเหลืออีกนานไหม
น่าจะอีก 2 ปี ถามว่าผู้ใหญ่เรียกคุยหรือยัง ตอนนี้ยังนะ ผมว่าไว้เหลืออีก 1 ปีเขาน่าจะเรียกไปคุย ตอนนี้นักแสดงใหม่ก็เยอะ ถามว่ามีคนมาจีบไหมมีนะแต่ผมไม่ไปหรอก ขออยู่ที่นี่แหละก็ไม่รู้จะไปทำไม มันต้องไปแข่งขันเยอะ ด้วยความที่ว่าเรามาจากที่นี่ เราก็อยากอยู่ที่นี่แบบสบายใจ คือผมชอบทำงานกับคนที่อยู่ด้วยกันมานาน เวลาเราเข้ามาที่ช่องเราก็จะรู้จักกันหมด คือผมอยู่มาเกือบ 10 ปีแล้วนะ ก็เลยไม่อยากไปไหน แฮปปี้ ไม่ต้องมาทำความรู้จักใครใหม่ คือวงการนี้แข่งขันเยอะเราอยู่ที่นี่ก็ไม่ต้องแข่งกับใคร ก็เป็นพี่ๆ น้องๆ สนิทกันหมด
@ อะไรคือสาเหตุที่ทำให้เราอยู่วงการมานานขนาดนี้
ผมว่ามันน่าจะเพราะเรามีความตั้งใจ เวลาทำอะไรเราจะทำเต็มที่ คือเราเป็นนักแสดงไม่ว่าจะเราจะทำงานมานานแค่ไหน เราก็ต้องพัฒนาตัวเองไปเรื่อยๆ ถ้าเราไม่ฝึกเราก็ลืม ถ้าไม่ได้เล่นนานๆ เราก็ลืม ดังนั้นเราต้องพัฒนาตัวเองไปเรื่อยๆ ผมชอบนั่งดูละครที่ตัวเองเล่นแล้วมีคนชมว่ามันต้องแบบนี้ คือผมเป็นคนที่ชอบอ่านหนังสือและเป็นคนที่ดูซีรีส์เยอะมาก ดูทั้งซีรีส์เกาหลีและซีรีส์ฝรั่ง เวลาดูเราก็คิดว่าถ้าเราเล่นแบบนี้บ้างจะได้ไหม คือดูเพื่อนำมาปรับใช้ในการแสดงของตัวเอง แต่บางอันมันก็ไม่ได้ไง
@ มีบทไหนอยากเล่นอีกบ้าง
คือเล่นอะไรก็ได้ แต่อยากเล่นอะไรใหม่ คือถ้าเล่นแบบเดิมมันก็จะน่าเบื่อ มันไม่ตื่นเต้น เพราะเราทำได้ พอเราไม่ตื่นเต้น เราก็จะไม่ค่อยตั้งใจ แต่ถ้าเป็นบทใหม่ๆ มันก็จะสนใจเยอะหน่อย อ่านบทเยอะหน่อย เรื่องการแสดงไม่มีปัญหาเพราะชอบ มันเป็นการท้ายทายตัวเอง เวลาผู้กำกับบอกว่าอยากได้แบบนี้แล้วเราทำได้มันจะเท่ห์มาก เรียกว่าถ้าว่างก็จะดูซีรีส์ทั้งวันทั้งคืน
@ เอาข่าวในโซเชียลมาปั้นเป็นข่าว
ก็เห็นนักข่าวชอบเอาภาพในโซเชียลมาทำเป็นข่าว แต่ผมไม่ค่อยมีไงก็เลยไม่ค่อยเป็นข่าว คือผมไม่ค่อยชอบถ่ายรูปตัวเอง ชอบถ่ายรูปคนอื่น ก็เลยไม่ค่อยลงอัพเดทอะไร ส่วนใหญ่ก็จะลงโปรโมทละคร ส่วนทางช่องให้ไลท์สดเราก็ทำนะเพราะช่องให้ทำ พอมีไลท์สดขึ้นมามันทำให้ดาราใกล้ชิดกับแฟนๆ มากขึ้น แต่ผมว่าตัวเองเป็นคนที่ใกล้ชิดกับคนง่ายมากเลยนะ แต่ไม่ค่อยมานั่งโซเชียล เวลาผมไปเที่ยวก็จะไปนั่งคุยกับแม่ค้าเม้าท์นานมาก แต่ต่อไปก็จะพยายามลงรูปตัวเองมากขึ้น
@เรื่องความรักเป็นไงบ้าง
ก็โอเค ถามว่าติดแฟนไหมก็เจอกันบ่อย ถ้าว่างก็ไปเจอถ้าไม่ว่างก็ไม่ได้เจอ(มีคุยเรื่องอนาคตกันไหม) ช่วงนี้ยัง คือผมมีสิ่งที่ต้องรับผิดชอบเยอะ เราก็พยายามทำตัวเองให้มั่นคงก่อน ทางบ้านก็ไฟเขียว ถามว่าความมั่นคงของผมคืออะไรเรียกว่าให้พ่อแม่เราสบายก่อน พอผมอายุ 32 ต้องไม่มีหนี้ คือตอนนี้ผมอายุ 27 แล้วก็มีเวลานิดหน่อยแล้วค่อยคิดเรื่องคู่ คือตอนนี้มีหนี้บ้าน หนี้คอนโดอยู่ ตอนนี้ผมเลี้่ยงทั้งบ้าน เป็นหัวหน้าครอบครัว สัก 33-34 ก็จะเปิดธุรกิจอย่างจริงจัง อาจจะทำเบื้องหลังคือมีคนชวนทำนะ แต่ผมไม่ได้ว่างไปทำตอนนี้ไง ก็ขอทำเบื้องหน้าไปก่อนไม่งั้นจะงง เพราะถ้าเราทำอะไรแล้วเราไม่มีเวลาให้มันเราก็จะมีแต่เสีย ก็เลยต้องพับไว้ก่อน ผมเป็นคนทำอะไรได้ทีละอย่าง คือเราเห็นมาเยอะไงคนที่ไม่มีเวลาแล้วลงเงินไปคิดแต่ว่าไว้ใจเละทุกราย
@ มีภาพยนตร์ติดต่อมาบ้างไหม เพราะเราก็เกิดจากภาพยนตร์
มีนะ แต่เวลาเขาติดต่อมาคิวเราไม่ได้ แล้วเขาก็ไม่ง้ออยู่แล้ว ถ้าไม่ได้คิวเขาก็ไม่ซีเรียส เราก็ไม่ซีเรียส
@ห่วงอะไรบ้าง
ห่วงครอบครัวตัวเอง อยากให้สบาย จริงๆ ทุกวันนี่้เขาก็โอเคนะ แต่ก็อยากให้เขาสบาย
เรื่อง : เสาวลักษณ์ ปึงทมวัฒนากูล
ภาพ : ปราโมทย์ พุทไธสง



