
'ฟิล์ม' ตอบชัด!! ไร้กฎ 'โคตรเยอะ'
"ฟิล์ม" ธนภัทร์ กาวิละ เคลียร์ถูกโยงเป็นซุป'ตามีกฎเหล็ก (โคตรเยอะ) 13 ข้อ แจงในการทำงานไม่เคยมีกฎอะไรเลย แค่กังวลแทนแฟนคลับที่มาตามงานเยอะกลัวจะเหยียบกันเอง
ทีมบันเทิง คมชัดลึก - เป็นหนึ่งคนที่ถูกโยงมามีกฎเหล็ก (โคตรเยอะ) 13 ข้อ ทั้งเรื่องของการเพิ่มเงิน, และการหาคนชิมอาหาร ฯลฯ ล่าสุดผู้สื่อข่าวได้เจอหนุ่ม "ฟิล์ม" ธนภัทร พระเอกดาวรุ่งของช่องวัน 31 ในงานบวงสรวงละครเรื่อง "ภูตพิศวาส" ที่ แอ็กซ์ สตูดิโอ จึงถามถึงเรื่องนี้
กฏ 13 ข้อ เป็นไงบ้าง?
“ไม่มีเลย ๆ ผมเห็นข่าวแล้ว ก็ตลกดีเราไม่ได้เป็นแบบนั้นเราเลยไม่ได้ซีเรียส ใครจะคิดว่าเป็นเราก็ช่างเขา เรารู้ตัวเองว่าเราเป็นยังไงก็พอแล้ว”
ตัวเรามีกฏเวลาทำงานไหม?
“ไม่มีเลยครับ ไม่มีเลย เป็นคนง่าย ๆ กินอะไรก็ได้ เป็นคนง่าย ๆ มีความสุขกว่า การ์ดก็มีอยู่คนเดียว คือ ผู้จัดการ (หัวเราะ) ไปไหนก็ไปกันสองคน ผมไม่มีกฏอะไรเลย ผมกังวลแทนแฟนคลับมากกว่าเวลาเขาเข้ามาเยอะตามงาน กลัวเขาจะโดนเหยียบ หรือ บาดเจ็บมากกว่า เพราะที่ผ่านมาก็เคยมีเหมือนเขาอยู่หน้าเวทีแล้วเราจะเข้าไปเล่นกับเขา ทางด้านหลังจะดันเข้ามา ผมก็กลัวว่าคนด้านหน้าจะโดนล้มทับ เพราะเคยมีแล้ว ผมเลยเป็นห่วงมากกว่า แต่เรื่องข่าวไม่ซีเรียสเลย ไม่ว่าใครจะว่ายังไง เรารู้ว่าเราทำอะไรอยู่ ผมแคร์คนที่เขาแคร์เรามากกว่า มันเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว อาจจะเป็นเพราะคนสนใจเรามากกว่าเขาเลยคิดว่าเป็นเรา แต่สุดท้ายเรารู้อยู่แล้วว่าเราเป็นยังไงทำอะไรอยู่แค่นั้นพอ”
เราเจอข่าวเรื่องกฏแบบนี้บ่อยเหมือนกัน คิดไหมว่าทำไมคนคิดว่าเป็นเรา?
“ไม่เคยคิดนะ แต่เรารู้ว่าเราไม่ใช่คนเยอะ ไม่ซีเรียสกับมันเลย เรื่องการดูแลความปลอดภัย ก็เหมือนเดิมเลยครับ การที่มันเข้มงวดมากเกินไปหรือต้องป้องกันตัวเองมันทำให้เราไม่มีความสุข เวลาไปงานก็มีการ์ดของงาน เราไม่เคยขอว่าต้องมีการ์ด เราไม่เคยขอกับงานเลยว่าต้องมีอะไรยังไง ไม่อยากทำอะไรเยอะๆมันดูวุ่นวาย”
ค่าตัวเพิ่มไหม?
“ต้องถามผู้จัดการครับ ผมทำงานอย่างเดียวเลย เขาจะเพิ่มจะลดก็อยู่ที่เขาเลย ผมแค่มีงานให้ทำก็โอเคแล้ว”
เข้าใจชีวิตคนดังหรือยังเพราะจะมีดราม่าเข้ามาตลอด?
“ผมอยู่วงการมาสักพักได้เห็นรุ่นพี่หรือใครหลายๆคนที่เขาดัง ก็ทำใฟ้เราเข้าใจโลกปัจจุบันว่ามันเป็นยังไงผมก็เลยไม่ซีเรียสกับข่าวพวกนี้ แรก ๆ ก็มีปรึกษาคนอื่นๆเหมือนกัน แต่พอเรารู้ว่าเราไม่ได้เป็นอย่างที่ข่าวออกมาเราก็ไม่เห็นต้องซีเรียส ข่าวผ่านๆ มาก็ไม่ได้มีผลกับผมเพราะเราไม่ได้เป็นแบบนั้น”
มีคนมาถามไหมว่าเราเยอะแบบนั้นจริงหรือเปล่า?
“มีครับ เพื่อนพี่ชาย เพื่อนแม่ หรือใครต่างๆที่เห็นข่าวเขาก็ฝากมาถาม แต่เราไม่ได้เป็นเราเลยไม่ซีเรียส ลองมาเจอกันสิจะได้รู้ว่าเป็นยังไง แต่เราไม่สามารถห้ามความคิดใครได้ แต่ถ้าอยากรู้ว่าผมเป็นยังไงจริงๆ มาเจอกันดีกว่า”
เพื่อนหรือคนรู้จักสมัยก่อนเขาก็ไม่ได้รู้สึกว่าเราเปลี่ยนไป?
“ไม่ครับ ทุกคนเข้าใจว่าเราเป็นคนยังไง คุณพ่อคุณแม่ถามว่าห่วงไหม ก็มีบ้าง พ่อแม่ยังไงก็ห่วงลูก ก็บอกว่าแม่ไม่ต้องเครียด ผมโอเค รู้ว่าตัวเองเป็นคนยังไง เราวัดกันที่ผลงานดีกว่า เพราะมันวัดได้หลายอย่างมากกว่า”



