
(คลิป) 'แซ็ค ชุมแพ' แถลงโต้ทำอดีตแฟนสาวท้อง
"แซ็ค ชุมแพ" นักร้องลูกทุ่งเจ้าของเพลงฮิต "คำแพง" ตั้งโต๊ะแถลงข่าวหลังอดีตแฟนสาวกุข่าวท้อง ย้ำเลิกรากันมาตั้งแต่ 5-6 เดือนที่แล้ว
ทีมบันเทิง คมชัดลึก - จากกรณีที่นักร้องหนุ่มชื่อดัง แซ็ค ชุมแพ เจ้าของเพลงฮิต “คำแพง” ที่มียอดวิวกว่า 250 ล้านวิวในยูทูบ ถูกดาราสาวชื่อ "มินดา มีทรัพย์สิน" ที่เคยแสดงละครเรื่อง “บางกอกนิรมิต” ของทางช่องวัน ได้ออกมาโพสต์ข้อความระบุว่า “ถ้าแมนพอมาคุยกัน” พร้อมยังโพสต์คลิปถูกการ์ดคนดูแลของนักร้องลูกทุ่งชื่อดังอุ้มออกจากกงาน จนสร้างความเสื่อมเสียให้กับ แซ็ค ชุมแพ อย่างมาก
เมื่อเวลา 16.00 น.ของวันนี้ (28 ก.ย.) แซ็ค ชุมแพ พร้อมด้วย นายสามารถ ทองขาว ผู้บริหารค่ายบิ๊กเลิฟ มิวสิค, น.ส.ณภัทร ประถมาภรณ์ ผู้จัดการ แซ็ค ชุมแพ และ นายอนุพงศ์ วงค์ภักดี ทนายความ ตั้งโต๊ะแถลงข่าว ณ ร้าน Humming Birds Kitchen and Garden ซ.โยธินพัฒนา 3 (เลียบทางด่วนเอกมัย-รามอินทรา)
เริ่มต้นที่ "ตั้ม" สามารถ ทองขาว ว ผู้บริหารค่ายบิ๊กเลิฟ มิวสิค ได้เล่าย้อนไปถึงวันที่ 8 ก.ย.ที่มีคลิปที่การ์ดลากตัว มินดา ออกจาก แซ็ค ชุมแพ
“เรื่องทั้งหมดที่คาใจทุกคนอยู่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 8 กันยายน ที่ผ่านมา เมื่อ แซ็ค ชุมแพ ไปแสดงคอนเสิร์ตที่ห้างเซ็นทรัลแจ้งวัฒนะ และก็มีน้องผู้หญิงเข้าไปกระชากตัว จนถูกการ์ดกันออกมาด้วยความสุภาพ ไม่ได้มีการอุ้มโยนอย่างที่สื่อบันเทิงฉบับหนึ่งได้กล่าวไว้ และนับตั้งแต่นั้นมาเหตุการณ์ก็ยืดเยื้อมาเรื่อยๆ โดยที่ทางเราพยายามจะไม่พูดอะไร เพราะเรายังยืนยันว่าน้องอยากให้เกียรติฝ่ายหญิง
แซ็คเข้ามาอยู่กับผมเมื่อเดือนกันยายนปี 2559 พร้อมกับคนเขียนเพลงคำแพง จากนั้นประมาณครึ่งปีช่วงเพลงคำแพงก็ดังมาก ยอดวิวอยู่ที่ประมาณ 250 ล้านวิว แซ็คก็กลายเป็นที่รู้จักของทุกคน สาเหตุที่ผลต้องย้อนขนาดนี้ก็เพราะฝ่ายหญิงได้พูดว่า "ลำบากมาด้วยกัน ทิ้งกันได้อย่างไร" นั่นคือเหตุผลที่ผมจำเป็นจะต้องย้อนให้ฟังว่า ผู้หญิงยังไม่เข้ามาในตอนที่แซ็คมีชื่อเสียงขึ้นมาแล้ว คือช่วงเมื่อประมาณ เม.ย.-พ.ค.ปีที่แล้ว แซ็คก็ได้รู้จักกับฝ่ายหญิง ซึ่งก็คือมินดา และก็ได้คบหากัน ซึ่งผมกับแม่ของแซ็คก็เห็นมาตลอด ในตอนนั้นผมยังถามแซ็คด้วยว่า ‘จะคบเขาเหรอ รักเขาไหม’ ซึ่งแซ็คก็ตอบกับผมชัดเจนว่า ‘คบครับ รักครับ’ แถมยังบอกถึงขนาดว่า ‘พร้อมที่จะแต่งงานกับเขาด้วย’ ตอนนั้นที่ได้ยินผมเองก็ยังโอเค เพราะจากที่เห็นเขาดูดี หลังจากนั้นประมาณ 1 ปี เขาทั้งคู่ก็เริ่มมีเรื่องราวระหองระแหงกันอยู่เรื่อยๆ ทะเลาะกันอยู่เรื่อยๆ จนสุดท้ายแซ็คเขาตัดสินใจมาบอกผมว่า ‘ขอถอยดีกว่า’
โดยสาเหตุที่แซ็คไม่ทน เพราะว่าข้อความนี้ ‘เขาก็ไม่ใช่มาตั้งนานแล้ว แต่หนูทนค่ะ หนูไม่เคยเจอใครสกปรกแบบนี้มาก่อน การพูดจา กาลเทสะห่างกันมาก’ นี่คือสิ่งที่เขาส่งมาบอก หลังจากนั้นพอแซ็คตัดสินใจถอยออกมาและก็เริ่มกลับไปทำงานตามปกติ ซึ่งช่วงนั้นมินดาเขาหาแซ็คไม่เจอ เขาก็เลยติดต่อไปทางคุณแม่ของแซ็ค โดยมีการบอกกับคุณแม่ว่า เขาขอเรียกค่าเสียเวลาที่มาคบกับแซ็ค รายละเอียดตามนี้ 1. ค่าละคร 2 เรื่อง เรื่องละ 900,000 บาท, 2. ค่าพิธีกร 1 รายการ 400,000 บาท, 3. ค่าเล่นเอ็มวีเพลง 1 เพลง 18,000 บาท, 4. ยืมครั้งละ 1,000-2,000 น่าจะประมาณ 10,000 บาท รวมเป็นเงินแล้ว 2,228,000 บาท
ซึ่งแม่ของแซ็คเขาก็ตอบกลับไปว่า ถ้าหากขนาดนี้แม่จ่ายไม่ไหวหรอกมินดา นี่คือข้อความที่ฝ่ายหญิงคุยกับคุณแม่ จากนั้นผู้หญิงก็หายไปสักพักหนึ่ง โดยเขาเองก็พยายามที่จะติดต่อหาแซ็คตลอดเวลา โดยที่แซ็คไม่พร้อมที่จะคุยด้วยเหตุผลของเขา และหลังจากนั้นฝ่ายหญิงก็ติดต่อมาหาคุณแม่อีก โดยเขียนเป็นข้อความว่า ‘โอนเงินเข้าบัญชีตามนี้นะคะแม่ เกือบ 50,000 บาท’ คือจาก 2,000,000 บาท หายไปประมาณเดือนเศษๆ กลับมาเหลือแค่ประมาณ 50,000 ลดราคาลงมา พร้อมกับระบุว่า ‘รบกวนคืนหนูด้วยนะคะ ให้ถามแซ็คดูก็รู้’ โดยคุณแม่ก็ได้ตอบกลับไปว่า ‘แม่จะคืนให้ในส่วนของเงินที่แซ็คยืมนะมินดา 10,000 บาท แต่นอกเหนือจากที่มินดาซื้อของให้แซ็ค แม่คงคืนไม่ไหว’ จนสุดท้ายมันก็มีข้อความออกมาตามสื่อต่างๆ ระบุรายละเอียดของเงินทั้งหมดจำนวนกว่า 50,000 บาท ก่อนจะมีใบสุดท้ายออกมา โดยเป็นการเขียนข้อความว่า ‘ยอดเข้า 50,000 หนูจบแซ็ค ยอดเข้า 80,000 หนูจบให้ทุกคน’ โดย 30,000 ที่เพิ่มเข้ามา เขาบอกว่าเขาไปจ้างทนายมาฟ้อง มีค่าทนาย 30,000 บาท ‘ถ้ายอดไม่เข้าเลย เดี๋ยวก็รู้กัน’ เขาบอกว่าแบบนี้ครับ”
ด้าน แซ็ค ชุมแพ เผยว่า เขากับมินดารู้จักกันเพราะศิลปินรุ่นพี่คนหนึ่งเป็นคนแนะนำให้รู้จัก โดยบอกกับว่า มีผู้หญิงคนหนึ่งชื่นชอบในผลงาน และชื่นชอบในตัวเขา อยากให้คุยกับผู้หญิงคนนี้ ซึ่งก็คือมินดา หลังจากนั้นมินดาเขาก็แอดเฟซบุ๊กของมา พร้อมกับทักอินบ็อกโดยบอกว่า ‘ชอบเพลงคำแพง เปิดฟังทุกวันที่บ้าน’ ซึ่งตอนนั้นก็ไม่ได้คิดอะไร คิดว่าฝ่ายหญิงเป็นแค่แฟนคลับ แถมเป็นดาราด้วย คงไม่ชอบเขารอก จากนั้นคุยกันมาเรื่อยๆ เริ่มต้นจากการเป็นเพื่อน ก่อนจะค่อยๆ ขยับความสัมพันธ์ เพราะเขารู้สึกว่าฝ่ายหญิงเป็นคนที่ใช่
"คุยกันก็ประมาณเกือบ 2 ปี ที่เราคบกันจริงๆ ประมาณปีหนึ่ง ทุกคนรับรู้ไม่ว่าจะเป็นทางค่าย ทางพ่อแม่ผม พ่อแม่ผู้หญิงก็รับรู้หมด เพราะเราคบกัน ซึ่งคบกัน ตอนเพลงคำอแพงมียอดวิว 200 กว่าล้านแล้ว ตอนแรกเราคุยกันว่าถ้าเราจะคบกัน อย่างแรกเลยผมบอกเขาไปว่าผมจะไม่ค่อยมีเวลาให้เขา ต้องทำใจในเรื่องนี้ เขาก็บอกโอเค เขาก็เป็นศิลปินเหมือนกัน รู้ว่าผมงานเยอะ ทำใจได้ แต่ผ่านไปไม่นาน เรื่องนี้มันก็เกิดขึ้นครับ เขาก็ท้วงว่าช่วงนี้ไม่ค่อยมีเวลาให้เขา ไม่สนใจเขา ทะเลาะกันทุกวันเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสิ่งของ เรื่องซื้อยาหยอดตา แล้วก็พาไปล้างเล็บ ถามว่าสาเหตุที่เลิกเพราะว่าผมไม่เปย์เขาหรือเปล่า ผมก็ลูกผู้ชายคนหนึ่ง ถ้าแฟนอยากได้ก็จะซื้อให้ แต่ว่ามันยังไม่ถึงเวลา ผมบอกเขาว่าถ้าถึงเวลาเดี๋ยวซื้อให้แน่นอน แต่เขาก็เอามาขู่ว่าถ้าไม่ซื้อเดี๋ยวนั้นเขาก็จะเลิกกับผม แล้วก็จะไปคบคนใหม่ ซึ่งปกติแล้วผมเป็นคนที่ไม่พกตัง เพราะว่าผมเป็นคนที่พกตังค์ไม่ได้ จะใช้เยอะ ส่วนมากจะยืมผู้จัดการบ้าง ยืมพี่คนขับรถบ้าง แล้วคน เป็นแฟนกัน ไปกินข้าวก็ตัวเองออกบ้าง เขาออกบ้าง วันนี้เขาไม่มี ตัวเองออกไปก่อนนะ วันอื่นเดี๋ยวเขาเลี้ยงอะไรแบบนี้ ก็ปกติของคนไปกินข้าวด้วยกัน”
คบกันถึงตอนไหนถึงเลิกกัน
“ตั้งแต่วันที่คบกันมาปีหนึ่ง ผมก็คิดว่าคนนี้แหละเป็นแม่ของลูก คิดถึงเรื่องแต่งงานเล แต่หลังจากคบกันมาปีหนึ่งก็เริ่มมีการระหองระแหง เรื่องเวลา เรื่องสิ่งของ เป็นอันดับแรกเลยที่เป็นประเด็นทำให้เราทะเลาะกันทุกวัน ก็เลิกกันมาได้ 5-6 เดือนแล้ว เวลาเขาโมโหผมว่าซื้อของให้ไม่ได้ ก็เลิกกันไปเลย เรื่องยาหยอดตาเขาใช้ผมไปซื้อตอนเที่ยงคืน เราไม่ไปซื้อเขาก็โวยวายขอเลิก ผมก็เริ่มถอยห่างแล้ว เพราะว่าเราทะเลาะกันแทบไม่ได้นอน ช่วงเดือนหนึ่งเต็มๆ เพราะมันเริ่มไม่ใช่แล้ว ทะเลาะกันทุกวัน ไม่ได้หลับไม่ได้นอน
ก่อนที่จะเป็นข่าวประมาณ 4 เดือน ผมก็ได้บอกเลิกเขาไปหลายครั้งแล้ว แต่ก็ไม่ได้มีผลอะไร ก็ทะเลาะกันเขาก็โทรมาหาผมทุกวัน ผมก็ไม่รับ แล้วก็มีส่งข้อความมาถามว่า ‘ยังรักอยู่หรือเปล่า’ ผมก็เลยบอกว่า ‘รักอยู่ห่างๆ’ หลังจากที่เราไม่ได้ติดต่อกันนานพอสมควร ผมก็เลยถอยห่างๆ สักประมาณ 3 เดือน เขาก็พยายามติดต่อกลับมาหาผม แต่ผมก็ไม่ได้ติดต่อกลับ เป็นสาเหตุที่เขาโพสต์เฟซบุ๊กว่าผมไม่แมน อันนี้ผมก็ต้องขอโทษด้วยนะ ที่คำบอกเลิกของผมไม่ชัดเจน เรื่องมันมีอยู่ว่าก่อนที่เขาจะโพสต์ในเฟซบุ๊ก"
คนมองว่าฝ่ายหญิงท้อง เลยออกมาโพสต์ เขาท้องจริงไหม
“สำหรับเรื่องท้อง ไม่มีแน่นอนครับ ตอนแรกผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาโพสต์จะสื่ออะไรกับผม แต่ไม่ท้องแน่นอน รับประกัน"
โดยเรื่องข่าวลือว่าท้อง ทางผู้บริหารค่ายเล่าว่า เกิดจากงานวันที่แจ้งวัฒนะวันนั้น "วันที่เกิดเหตุการณ์ที่แจ้งวัฒนะและมีการ์ดเข้าไปกัน ซึ่งน้องเขาทิ้งตัวลงพื้นแล้วพูดว่า ‘ทำคนท้อง ทำคนท้อง’ คนก็เลยได้ยินแล้วคิดว่าท้อง แล้วเอาคลิปนั้นมาปล่อย เรามีคลิปนั้นอยู่ที่เราด้วย เขาพยายามจะสื่อความหมายว่าเขาท้อง แต่เขาไม่ได้ท้องครับ เพราะเขาเป็นคนมาบอกกับสื่อหนึ่งที่ติดตามเรื่องนี้มาตลอด ว่าเขาไม่ได้ท้อง”
นักร้องหนุ่มเล่าต่อว่า วันที่แจ้งวัฒนะวันนั้นมันเป็นเรื่องที่ชุลมุน เพราะว่าวันนั้นเขาต้องไปงานต่อที่ชลบุรี แล้วให้เวลาถ่ายรูปกับแฟนคลับ 10 นาที พอหมดเวลาก็กำลังเดินไปที่รถ แล้วอยู่ดีๆ ฝ่ายหญิง (มินดา) ก็มากระชากแขนเสื้อ แล้วการ์ดก็มากันตัวเขาไว้แล้วอีกคนก็ดึงขึ้นรถไปเลย ถามว่าทำไมไม่คุยกับเขาให้รู้เรื่อง คุยกันไม่ได้ คุยแล้วก็ทะเลาะกัน"
ตัวแซ็คเองได้รับผลกระทบจากข่าวที่เกิดขึ้นอย่างไรบ้าง
“สำหรับผมก็มีเรื่องงานกับเรื่องชื่อเสียงครับ ถึงทำให้ต้องออกมาแถลงข่าวในวันนี้ ถามว่าโกรธเขาไหมที่เขาเหมือนจะดิสเครดิตเรา แถมยังบอกว่าเราสกปรก เรื่องสกปรกจริงๆ เป็นเรื่องธรรมดาของนักร้อง แต่ถามว่าโกรธเขาไหม ก็ไม่โกรธหรอก แค่อยากให้มันจบลงด้วยดี ยอมรับว่า ผิดหวังนิดหน่อย แต่ผมก็ไม่อยากพูดอะไรมาก นอกจากอยากให้มันจบ ก็อยากขอโทษเขา ขอโทษสำหรับสิ่งที่ผมได้ทำให้เขารู้สึกไม่สบาย อยากให้เราเลิกแล้วต่อกัน ส่วนเขาไม่ต้องขอโทษผมก็ได้ แค่ยุติก็พอ เพราะผมไม่ได้ตั้งใจจะเอาเรื่องอยู่แล้ว หรือถ้าหากจะเอาเรื่องจริงๆ คงไม่ปล่อยให้ถึงขนาดนี้หรอก”
ด้านทนายความได้เผยว่า “เรื่องของทางฝ่ายกฏหมาย ค่ายก็กำลังพิจารณาจากสิ่งที่เขาโพสต์ลงในโซเชียล ว่าในเข้าข่ายผิดกฏหมายหรือเปล่า ถ้าหากเขาพยายามโพสต์ทำให้เดือดร้อนเสียหาย ก็อาจจะต้องดำเนินคดี”



