
'เต๋า' มีคำตอบ ถอดใจเรื่องทายาทหรือยัง
"เต๋า" สโรชา วิทิตตพันธ์ ปลงไม่มีทายาท หลังแต่ง "เบอร์" มนตรี ศิริชู สามีมา 3 ปี ไม่คิดเรื่องทายาทแล้ว เผยเที่ยวคนเดียวเพราะสามีไม่มีเวลาให้
เป็นคู่แต่งงานที่ไม่มีทายาทสักทีสำหรับ “เต๋า” สโรชา วิทิตตพันธ์ และสามี “เบอร์”มนตรี ศิริชู ที่แม้จะแต่งงานมา 3 ปีแล้ว แต่ก็ยังไม่มีข่าวดีสักที ได้สอบถามเรื่องทายาทในงานบวงสรวงละครเรื่องสัตยาธิษฐาน ได้ความว่า
“แต่งมา 3 ปีแล้ว ยังไม่มีลูกเลย ทุกคนก็ถามว่าจะมีไหม คิดว่าคงไม่มีแล้วก็คงลั๊นลา อยู่แบบนี้ไป อยากไปเที่ยว ถามว่าถอดใจแล้วมั้ย น่าจะอย่างนั้น เพราะว่าก็แก่แล้วเหมือนกัน วางแผนว่าอนาคตคงอยู่กันไปสองคน จะทำงานอะไรถ้าแก่แล้ว ไม่ได้เล่นละครแล้ว สามีก็บอกว่าตามใจเธอ เพราะว่าสโรก็ยังมีอีกหลายอย่างที่อยากทำ อยากกำกับ อยากไปเรียนแอคติ้งต่อ ถ้าเกิดตัวคนเดียวก็ทำได้ ส่วนสามีเขาอยากมีหรือเปล่าเราไม่รู้ เขาก็ไม่ได้พูดชัดเจน ถ้าเจอเขาถามให้หน่อย เพราะเขาก็บอกว่าตามใจสโร แต่เขาบอกว่าถ้าสโรมีลูกก็ต้องทิ้งทุกอย่างเลยนะ
@ กลัวแบบพอถอดใจแล้วลูกมาไหม
“ก็ไม่แน่ เพราะว่าเปอร์เซ็นต์ก็มี พอบอกว่าจะไม่มีลูกแล้วแม่เราก็เซ็ง ทำไมไม่มี เขาก็อยากให้มี ยายก็อยากให้มี เราก็บอกว่าแก่แล้วนะ ยายบอกยังไม่แก่หรอก”
@ ช่วงหลังเห็นไปเที่ยวกันบ่อย
“ใช่ บางครั้งเขาก็ไปคนเดียว เจอเพื่อนที่ฮ่องกง เพื่อนก็ถามว่าเลิกกับผู้แล้วเหรอ สโรเป็นคนแบบนี้เพี้ยนๆ ปุ๊บปั๊ปซื้อตั๋วเครื่องบินไปคนเดียว เพราะว่าผู้ไม่ว่าง ก็บอกเขาว่านั้นฉันไปคนเดียวนะ เขาก็โอเค เราคุยกันไว้แล้วตั้งแต่แรกว่า ถ้าต้องมาอยู่ด้วยกัน แต่งงานกันเราจะต้องมีพื้นที่ส่วนตัวนะ ไม่ใช่ตัวติดกันตลอดเวลา คนก็ถามว่าผู้ทำให้เสียใจอะไรหรือเปล่า คือไม่เลย ก็ยังโทรคุยกันตลอดทาง เขาก็บอกว่าขอโทษนะเขาทำงานเลยไปด้วยไม่ได้ เราก็บอกว่าไม่เป็นไรเลย”
@ คนก็เอามาโยงกับข้อความตัดพ้อในไอจี
“มีตัดพ้อ ส่วนใหญ่จะเป็นเซ็งเรื่องงาน บางข้อความก็ไม่ได้ตัดพ้อไม่ได้มีความหมายอะไร ไม่เกี่ยวกับชีวิตคู่ เพราะว่าชีวิตคู่ราบเรียบไม่มีอะไรตื่นเต้นเลย ถามว่ากลัวคนเข้าใจผิดไหม ไม่กลัวหรอก เป็นคนชอบดราม่า เพราะเขาเป็นคนที่เข้าใจสโรมาก มันก็เลยราบรื่น ส่วนเที่ยวกันสองต่อสองต้องมีบ้างนะ คือไม่ค่อยไปไหนด้วยกันเลย ขนาดอยู่บ้านยังไม่ค่อยเจอกันเลย อย่างวันนี้ผู้ก็รอดินเนอร์ แต่พอถามทางกองแล้ว ก็บอกผู้ว่าไม่ได้แล้วล่ะ งานพวกเราเป็นแบบนี้”
@ หวานกันยังไง
“ก็สัมผัสกันบ้าง เพราะว่าเหนื่อยมาก กลับบ้านไม่มีอะไรเลย ก่อนนอนก็จุ๊บกัน ก่อนออกจากบ้านก็บ๊ายบายกัน แล้วก็มาเจอกันอีกทีดึกเลย นอกจากปีใหม่นัดไปเที่ยวกันสักที ชีิวิตคู่ก็สบายๆ สำหรับเรานะ ไม่ได้ผูกโยงติดกันมาก ต่างคนต่างใช้ชีวิต รู้สึกดีที่มีเพื่อน มีคนห่วงใย"
@ เขามีบ่นไหมว่าไม่มีเวลาให้เลย
“ผู้แหล่ะไม่มีเวลาให้เรา ก็บ่นกันไปบ่นกันมา นางงานหนัก ปัญหาเรื่องเวลาก็มีนะ แต่เราไม่ได้ทำให้มันเป็นปัญหา นางเป็นคนมีสติมาก สโรก็ไม่ค่อยยุ่งนะ แต่ถ้าเป็นคนอื่นคงลำบาก เพราะเขาก็บอกว่าขอโทษนะเขาไม่ค่อยมีเวลา เดี๋ยวช่วงนี้ค่อยจัดเวลากันใหม่ ต่างฝ่ายต่างเข้าใจ โตแล้ว ถ้าเทียบเรื่องงาน เขายุ่งกว่า อย่างสโรช่วงไหนว่างก็ว่างเลย ช่วงนี้ฉันว่าฉันก็ไปเที่ยวนะ เป็นแบบนี้ (เพราะต่างคนต่างงานยุ่งหรือเปล่าเลยยังไม่พร้อมที่จะมีลูก) ถ้ามีลูกเราจะทำอย่างไร แม่ยังไงก็ต้องเหนื่อยกว่าพ่อ เดี๋ยวกลับไปคุยกัน”
@ ถามเรื่องสัตยาธิษฐาน
“เรื่องนี้รับบทเป็นนางใบ เป็นครั้งแรกเลยที่เป็นทาสจริงจัง ตัวดำ เรารู้สึกดีใจมากพอพี่ไก่ โทรมาชวน เพราะว่าเราชอบพีเรียดอยู่แล้ว แล้วพอเป็นทาสมันจะพลิกเยอะ เพราะว่าก่อนหน้านี้เราก็รับบทเป็นคุณนาย คุณหนู เยอะมากแล้ว มาอันนี้รับบทเป็นทาส เลี้ยงของนางเอก ตั้งแต่เล็ก รักนางเอกมาก แล้วกับเดียร์น่าเราสนิทกันอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นเวลาเข้าฉากด้วยกันจะง่ายมาก เพราะว่าเส้นเรื่องสำคัญของเราคือรักเดียร์น่ามาก เป็นลูกเจ้านายเนอะ แล้วแม่เขาตายตั้งแต่เขาเกิด ”
@ เป็นทาสครั้งแรกปกติเล่นเป็นคนรวย
“เรื่องนี้ไม่ใส่รองเท้าเลย พี่ไก่ไม่ให้ใส่รองเท้า ส่วนเรียนรู้ความจนนี่มาจากสายเลือดอยู่แล้ว(หัวเราะ) อันนี้สบายเลย แต่ว่าเป็ฺนนางทาสที่ไม่เรียบร้อยนะ มีความซ่า ตบตีเตะต่อยกับทาสผู้ชายด้วยกัน แข็งแกร่งประมาณหนึ่ง เรื่องนี้เราไม่ได้เรียนรู้อะไรเพิ่มเติม แต่ว่าจูนว่า ความเป็นทาสเนอะ เราต้องรู้สึกด้อย เราต้องสงบเงี่ยม คือสายตาเราฉลาดได้ แต่ว่าอาจไม่ค่อยสู้คนเท่าไร ด้วยความเป็นทาส พออยู่บนเรือนต้องจัดระเบียบร่างกาย ก็มีบ้างที่หลุด แบบบางทีพี่ไก่จะดุในเซ็ตเลยว่า เรานั่งเป็นคุณนายมาก นั่งเชิดๆ ต้องนั่งใส่ ต้องมีความสลด และต้องทาตัวดำเยอะๆ ให้เห็นชัดๆ ”
@ ต้องโบกตัวดำมีแพ้ไหม
“ไม่มี สบายเลย ทำได้ทุกอย่าง ชอบมาก ไม่แพ้เลย เล่นเป็นทาสก็ไม่ซีเรียสเลยดีใจมาก เราดีใจ เราอยู่ในสเต๊ปที่ว่าทำอะไรที่มันหลากหลาย ถ้าหลากหลายจะดีใจมาก ชอบมาก ทีมงานถามว่าผมขาว เคี้ยวหมากได้ไหม เราก็บอกว่าได้ๆ รอเวลาเลย อยากเห็นตัวเองเป็นแบบนั้น อยากเห็นตัวเองเปลี่ยน แปลกใหม่ อยากให้คนดูเห็นด้วย”
@ ไม่ได้รู้สึกแย่ว่าโดนลดเกรด
“ไม่เลย เราดีใจจริงๆ คือแบบเราต้องเตรียมตัวนะ ต้องพูดชัดถ้อยชัดคำนะ สิ่งที่เราชอบคือ ตัวละครนี้ไม่ได้เป็นทาสที่สงบเสงี่ยม พอพาร์ทกับทาสด้วยกันนางแกร่งมาก แต่ว่าพออยู่กับคุณหนูนางก็เรียบร้อย แล้วมีพาร์ที่รักเดียร์น่ามากๆ รักยิ่งกว่าลูกในไส้ ก็มองเป็นความท้าทาย มีหลากหลายในคาแร็คเตอร์ เรื่องนี้สโรไม่ได้แต่งหน้าเลยนะ ถามว่าเครียดไหม ไม่เครียดเลย เป็นขั้นหนึ่งของการแสดงที่ว่าเวลาทำอะไรที่ไม่สวย แปลกใหม่ คือเราจะให้ความสำคัญกับคาแรคเตอร์ข้างใน มากกว่า ข้างนอกเต็มไปเลย หรือว่าถ้าจะแต่งหน้าเกลียดกว่านี้ ก็สนุกดี อยากลองฟันดำ ตื่นเต้นอยากลอง แต่ว่ารอให้พี่ไก่เคาะก่อน อยากให้คนดูเห็นอะไรแปลกๆสนุกๆ ”
@ ด้วยความที่เราเป็นครูสองการแสดงด้วย ตอนนี้มีดาราบางคนประสบปัญหา เป็นโรคซึมเศร้า เดี๋ยวอารมณ์สวิงขึ้นลงๆ
“จริงๆมันก็มีส่วน จะบอกกับน้องๆที่มาเรียนการแสดงหลายๆคน ว่าอ่อบางคนที่มองจากข้างนอกเนี่ย จะคิดว่าพวกเราที่เป็นนักแสดงจะไม่ค่อยลงทุนอะไร ตื่นเช้าไปแต่ตัว ทำงานเดี๋ยวก็ได้เงิน คนอื่นต้องเรียน หรือบางคนทำงานพกอุปกรณ์อื่นๆไป หรือว่าบางคนก็มีทุนของเขา แต่ว่าจริงๆแล้วนักแสดง การลงทุนของเขาคือทั้งชีวิต จริงๆคือเรื่องของอารมณ์ความรู้สึก ทั้งชีวิตคือทุ่มไปเลย เราเหมือนไม่มีอะไร แต่ว่าเราเอาชีวิต เข้าแลก คือถ้าอยากเล่นดีเราต้องทุ่มเททั้งชีวิต ถ้าเราอยากได้งานนี้ หรือว่าอยากทำงานชิ้นนี้ให้มันดี เราต้องให้หมดทั้งชีวิต ทั้งลมหายใจ เราจะพูดแบบนี้ ตายไปกับมันให้ได้ พอทุ่มเททั้งชีวิตแบบนี้ มันก็แน่นอนที่จะมีความเครียดตามมา เพราะว่าเราต้องอินไปกับบท ทั้งบทร้าย ทั้งเครียด ดราม่า ฆ่าคน มันไม่มีงานอะไรเลยนะในโลกนี้ ที่จะต้องร้องไห้ทั้งวัน หรือจะต้องสมมุตว่าตัวเองฆ่าคนได้ งานอื่นเขาก็ลั้ลลาพักเที่ยงไปกินข้าวกัน แล้วเลิกงานกลับบ้าน จริงๆแล้วงานพวกเราเครียดมากๆ ”
@ มีวิธีการปลดล็อกตัวเองอย่างไรบ้าง
“ปลดล็อกสำหรับส่วนตัวเรานะ เวลาเล่นก็จะอินมากๆเหมือนกัน อินแบบสุดเลย อย่างเราเคยเล่นเป็นคนโรคจิตเนอะ ก็จะอินมาก แต่ว่าถ้าเราอยู่กับการแสดงมาสักพัก เราจะรู้วิธีเอามันออก ออกมาให้ได้ มืออาชีพต้องพยายามทำให้ได้ ไม่อย่างนั้นความเครียดจะกัดกินชีวิตส่วนตัวของเราได้ เราต้องไม่ทำ เราต้องรักษาชีวิตส่วนตัวของเราให้ดีที่สุด เพื่อที่จะพร้อมไปเข้าคาแรคเตอร์อีกคาแรคเตอร์ ”
@ เคยเจอปัญหาเอาออกไม่ได้ไหม
“เราเคยติดนะ ตอนเด็กๆ ที่เรายังไม่รู้วิธี ติดโดยที่เรายังไม่รู้วิธีการคิดเครียดๆตลอดเวลา หรือว่าการคิดว่าเป็นคาแรคเตอร์ตลอดเวลา จะทำให้ได้เล่นได้ดี พอโตมาแล้ว มันอาจไม่ใช่ก็ได้ มันจะต้องเปิดปิดสวิทช์ได้ เหมือนถอดเสื้อ ใส่เสื้อ พอใส่เสื้อแต่งหน้าเป็นคาแรคเตอร์นี่ปุ๊บ เปิดสวิทช์เป็นคาแรคเตอร์คนนั้น พอกลับบ้าน เราต้องบอกได้ ว่าพักก่อนนะ เดี๋ยวอย่าเพิ่งนะ แล้วเดี๋ยวเราค่อยมาเจอกันใหม่ ”
@ ถอดออกไปอย่างไร
“ถอดออกไปคือต้อง บอกว่าตอนนี้ไม่ใช่เวลาของเธอ อันนี้คือชีวิตของฉัน มันเหมือนคนบ้าเหมือนกันนะบางที จริงๆเหมือนเป็นคนบ้า จริงๆแล้วประสบการณ์ช่วยได้เยอะเลย ประสบการณ์จริงๆเลย เหมือนเราห่วงชีวิตส่วนตัวของเรามากๆ บางทีดูเหมือนดาราบางคนมีพื้นที่ส่วนตัวจังเลย เนอะ มีพื้นที่ส่วนตัว นั้นคือการรักษาความเป็นส่วนตัวของเขา เพราะว่าทั้งชีวิตของพวกเรา เหมือนเป็นสาธารณะ ทุกเรื่องในชีวิตของเราจะพูดถึงในที่สาธารณะหมด เพราะฉะนั้นบางทีมันบั่นทอนจิตใจ เพราะฉะนั้นบางทีต้องมีที่ส่วนตัวเอาไว้ สำหรับเรา เช่นแฟนครอบครัว นู้นนี่ เป็นพื้นที่ที่ลั้ลลาได้ เป็นตัวเองได้เต็มที่ิ เพราะฉะนั้นเราจะมีพื้นที่แบ่งให้ชัดเลย”
@ เคยอินจนหลงลืมความเป็นตัวเองไหม
“อาจไม่ขนาดนั้น แต่ว่าอาจมีคิดซ้ำ คิดซ้ำ คิดซ้ำว่าต้องร้าย ต้องเป็นคนโรคจิตนู้นนี่ เอากลับมาบ้าน แล้วก็บางทีบึ้งตึงกับที่บ้าน ที่มากสุดที่เราเคยเป็นนะคะ แม่ก็เคยทักว่า เป็นอะไรหน้าคว่ำไม่พูดอะไรเลย เราก็เลยคิดว่าเรายังอยู่ในคาแรคเตอร์นั้นอยู่ ”
@ สามีมีคอมเม้นต์ไหม
“บางที ถ้าตอนมีสามีแล้วเราจะไม่ค่อยเป็น จะเป็นกับแม่ตอนเด็กๆ แต่ว่ากับสามี บางทีเขาจะทักว่า ทำไมวันนี้เราพูดเสียงดังจังเลย เพราะว่าในกองเราพูดเสียงดังมาทั้งวัน ต้องบอกกันไว้ เพราะว่าจะให้สามีต่อบทให้ สามีก็ทักว่าวันนี้เธอไปเล่นคาแรคเตอร์นี้มาใช่ไหม คือบางทีกลับมาถึงบ้านแล้วเราเสียงดังไง มีติดบ้าง”
@ นักแสดงร้องไห้ในคาแรคเตอร์บ่อย คิดว่าร่างกายช้ำไหม
“ช้ำนะ ยิ่งเราร้องไห้ได้ต่อเมื่อเราจะคิดเรื่องนั้นได้จริงๆ เพราะฉะนั้นกว่าเราจะจูนเนอะ แล้วมันก็เครียดๆ เพราะฉะนั้นเราต้องเอาออกให้ได้ ไม่งั้นเราจะเครียดอยู่ แล้วให้มันครอบเราทั้งชีวิต มันไม่ได้ เวลาที่ไม่ได้อยู่ในคาแรคเตอร์นะคะ เราาจะอารมณ์ดี ตลกมาก ”
@ อย่างเราสอนการแสดงจะมีวิธีแนะนำศิษย์อย่างไร
“ก็ต้อง สอนเรื่องเปิดปิดสวิทช์ เรื่องเอาเข้าเอาออก และการเรียกคาแรคเตอร์มาอยู่กับเรา และการเอาเขาออก เหมือนผีสิง(หัวเราะ) คือเราต้องเป็นคนที่มีสติมากๆเลย สติช่วยได้เยอะเลยเรื่องนี้ ว่าตอนนี้เราเป็นทาสชื่อใยนะ คาแรคเตอใบต้องมาอยู่กับเรา คิดเป็นใบ ทำเป็นใบ ทุกอย่างคือใบ พอคัทปุ๊บ หรือจะต้องกลับบ้าน ใบก็ต้องอยู่ที่กอง ไม่ต้องกลับบ้าน เต๋าก็ต้องเป็นเต๋า ”
@ การแสดงขายจิตวิญญาณ
“ขาย ใช่ค่ะ ขายจิตวิญญาณ ถ้าใครทุ่มเทกับมันมากพอจะได้กับมันเยอะ แต่ว่าถ้าใครไม่ทุ่มเท กับมันมากพอก็ไม่ได้ มันเป็นเรื่องกฏธรรมชาติ”



