บันเทิง

"เข็ม" เกือบถอดใจแต่ยังขับเจ็ทสกีต่อเพราะเหตุนี้

"เข็ม" เกือบถอดใจแต่ยังขับเจ็ทสกีต่อเพราะเหตุนี้

22 ส.ค. 2561

"เข็ม" ลภัสสรดา แฮปปี้ทำดีในวันเกิดตื้นตันมีพี่ๆ นักกีฬาร่วมอวยพรวันเกิดกลางทะเล รับกลัวไป 3 ชายแดนใต้เพราะเสพข่าวด้านเดียว

         ที่ผ่านวันเกิดไปหมาดๆ สำหรับสาว “เข็ม” ลภัสสรดา ช่วยเกื้อ โดยวันเกิดปีนี้พิเศษสุดเพราะนอกจากจะได้บุญจากการขี่เจ็ทสกีในโครงการ “รวมหัวใจไปให้สุดที่แดนใต้” แล้ว ยังถูกเซอร์ไพร์สวันเกิดกลางทะเล ซึ่งนักแสดงสาวกล่าวแจงเรื่องนี้ว่า 

 

    "เข็ม" เกือบถอดใจแต่ยังขับเจ็ทสกีต่อเพราะเหตุนี้

                “เมื่อวานก็ขี่นะ (18ส.ค.) ตื่นมาวันนี้ (19ส.ค.) เราก็ลืมไปแล้วหละว่าวันนี้วันเกิดเรา แล้วพอดีมีคนอวยพรวันเกิดเราทางเฟซบุ๊ก คือเราไม่ได้ใส่ใจ แต่มีไปใส่บาตร คือทุกปีเราก็ใส่บาตรทำบุญเล็กๆน้อยๆ แต่ว่าปีนี้เราได้ร่วมกับโครงการนี้ ประทับใจมากเลยคือพี่ๆ เขามาเซอร์ไพรส์เรากลางทะเลเลยนะ เราก็สงสัยว่าทำไมเขาจอดเจ็ทสกีนานจัง แล้วเขาก็ยื่นเค้กกล้วยหอมสองชั้นปักด้วยกุหลาบ แล้วเปิดเพลงพี่ๆ ทุกคนก็ร้องเพลงให้ ตะกี้อยู่บนห้องเราก็ร้องไห้น้ำตาไหล เราประทับใจมาก คือมีพี่ๆ มาจากหลายจังหวัดเลยแล้วเพิ่งมาเจอกันในทริปนี้แล้วเขามาอวยพรเรา (ย้อนกลับไปวันแรกทำไมถึงตัดสินใจมาร่วม) ตอนแรกเข็มรู้โครงการมานานแล้ว เพราะเราสนิทกัน เขาชวนเข็มปั่นจักรยาน เราก็บอกว่าคงไม่ไหวเข่าเราไม่ค่อยดี แต่ว่าเห็นเขาซ้อมเจ็ทสกีกันเลยถามว่าขอร่วมเจ็ทสกีด้วยได้ไหม เขาก็ห่วงว่าจะไหวไหม เราก็ลองบอกว่าขอลองก่อน แต่ว่าตอนเราซ้อมนี่หนักมาก ซ้อม3ครั้งนี่แทบถอดใจเพราะคลื่นทะเลสูงมาก เราฝึกวันที่7ส.ค. ก่อนวันที่10 ส.ค. ก็ไปรอบเกาะล้าน มันไม่ไหวเลย คลื่นสูงมาก คิดว่าไม่ไหว แต่ว่าเราก็ซื้ออุปกรณ์แล้ว 30,000 จะขี่แค่ชั่วโมงเดียวก็ไม่คุ้มค่าอุปกรณ์ ก็เลยตัดสินใจขี่ต่อ ขี่วันแรก 190 กิโลเมตร ขับยาวเลยไม่เปลี่ยนมือก็ขับไหววันที่ 2 ก็ 130 กิโลเมตรเราก็คิดว่าก็ไหวนี่หว่า ถามว่าเจอพายุไหม ก็เจอนะ ขี่มาทั้งหมด 10 วัน วันที่4-5วันแรกหนักสุด หนักมาก เหินเป็นเมตร คือตัวเจ็ทสกี ลอยจากคลื่นทะเลเป็นเมตรเลย แล้วเราไม่สามารถหลบคลื่นได้ คลื่นมาลูกแล้วลูกเล่า แล้วมันหลบไม่ได้ มันมาทุกทิศทางเลย ทั้งเจ็ทสกี ทั้งพายุ ขณะที่เราต้องบุกๆ มีหลายครั้งที่เราตกอยู่ท้าย เริ่มล้าไม่ไหว แต่โชคดีที่เขาพักเป็นช่วงๆ ทำให้เราอัดตามมาทัน (ตอนที่ล้าคิดถึงอะไร) ตอนแรกที่คิดเลยก็คือ เรามาทำอะไรที่นี่หวะ พูดกับตัวเอง แค่ไม่กี่วินาทีพอเราตั้งสติได้เราก็บอกกับตัวเอง แค่นี้เลยมันก็ทำให้เราไปต่อได้ เพราะว่าเรามีในจุดที่มันโอเคแล้ว แต่ว่ายังมีอีกหลายคนที่ยังไม่มีเท่าเรา แล้วเรื่องแค่นี้มีคนลำบากกว่าเราอีกเยอะ มีคนต้องการมากกว่าเราอีกเยอะ แต่ว่าเรามีทุกอย่างเท่าที่เราพอใจแล้ว แต่ว่ามีคนอีกหลายคนที่ทำให้มันเป็นพลังให้ขับเคลื่อนไป นอกจากนั้นสำหรับเราก็ไม่มีอุปสรรคอะไรอีก แค่เราต้องสู้กับธรรมชาติแค่นั้นเลย ก็ทำได้ด้วยงงตัวเองเหมือนกัน (คิดว่าการขี่เจ็ทสกีมันจะเปลี่ยนชีวิตน้องๆภาคใต้ได้ไหม) อาจจะเปลี่ยนไม่ได้ทั้งชีวิตของเขา แต่ว่าดีกว่าเราไม่ได้ทำอะไรเลย อาจจะเป็นส่วนหนึ่งซึ่งเป็นส่วนเล็กๆก็ได้ แต่ว่าดีกว่าเราดูข่าวไปวันๆแล้วนิ่งนอนใจ ไม่ทำอะไร” เข็ม กล่าว

 

"เข็ม" เกือบถอดใจแต่ยังขับเจ็ทสกีต่อเพราะเหตุนี้

         เมื่อถามต่อว่าก่อนที่จะมาร่วมกิจกรรมรู้สึกกลัวบ้างไหม ซึ่งนักแสดงสาวแจงว่า

         "สำหรับสามจังหวัด กลัวนะ ยอมรับ เพราะต้องยอมรับว่าพวกเรา เสพข่าวแค่ด้านเดียว ต้องยอมรับจริงๆ แต่ว่าเข็มสนิทกับพี่เป๊ก เลยรู้ว่าเขาเคยรับราชการที่3จังหวัด เราก็ได้ลงไปและรู้สึกว่ามันไม่ได้น่ากลัว อย่างที่เราคิด สิ่งที่พี่เป๊ก (สัญชัย เองตระกูล) เล่าคือมีธรรมชาติสวยงามอีกเยอะ คนน่ารัก พอเราลงพื้นที่จริงเราเห็นรอยยิ้มพวกเราแล้วพวกเขาเป็นมิตรมาก พี่ๆทหารมีเป็นจุดแล้วมีอยู่วันหนึ่ง เข็มไปถ่ายในโครงการนี้แหละ ที่ปัตตานีแล้วต้องนั่งรถต่อไปยะลาเพื่อไปเจอผู้ว่า พอไปเจอเสร็จปุ๊บไปกับโย เราก็ขับรถกลับกัน 2 คน ตอน2ทุ่ม ขับรถยนต์กลับจากยะลามาปัตตานี มากัน 2 คน เราไม่ได้คิดอะไร เราไม่ได้นอยว่าจะเจออะไรหรือเปล่า คือเราไม่ได้ทำอะไร ก็ไม่น่าจะเกิดเรื่องราวอะไรกับเรา พอจะกลับเราก็มองหน้าโยกัน แล้วโยก็บอกว่าได้สิ แล้วเราก็กลับมาตอน 2 ทุ่ม ก็ไม่มีอะไร ปกติ เงียบ สวยงาม แต่ว่ามีพี่ทหารถือปืน เราเชื่อว่าเราตั้งใจทำดีไม่ทำร้ายใครก็ไม่น่าจะมีอะไรมั้ง (ณ วันนี้โครงการเสร็จสิ้นแล้ว สิ่งที่ได้มานอกจากเงิน ตัวเราได้อะไร) สิ่งที่ได้ อย่างแรกเลยคือความภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการดีๆ แบบนี้ แต่ผลพลอยได้คือขีดจำกัดของเรามันมากขึ้น กว้างขึ้น ใครที่บอกว่าเราไม่เจ๋ง โน่นนี่นั่น ทำไมเธอไม่ออกกำลังกายเลย แต่ดูดิ เมื่อถึงเวลาเราทำได้ พวกคุณทำอะไรหรือเปล่า ถามว่ามุมมองเราเปลี่ยนไปไหม คือกลายเป็นว่าเมื่อเรามองกลับไปเราได้ เราเห็นค่าตัวเองมากขึ้น เมื่อถึงเวลาถ้าเราตั้งใจ เราพยายาม เราทำได้ คือเข็มตั้งใจไว้ว่าถ้าเรามีโอกาสที่จะทำความดีตอบแทนแผ่นดิน เข็มยังขึ้นในเฟสบุ๊คเลยว่าถ้าต้องการจิตอาสาที่ไม่เอี่ยวกับผลประโยชน์ใดๆ เรียกเข็มได้เลย จนมาโครงการนี้เราก็ได้ทำและคิดว่าก็คงจะดีที่ได้เริ่มต้นที่โครงการใหญ่ๆ ถ้ามีโอกาสก็จะทำอีก (อะไรทำให้อยากเป็นจิตอาสา เพราะจิตอาสาไม่ได้เงิน) เอาจริงๆ เราได้จากสังคมเยอะมาก เราได้บ้าน ได้รถ มีทุกวันนี้เพราะเขาสนับสนุนเรา เมื่อถึงเวลาที่เราพอเพียงทำไมเราไม่ทำให้คนอื่นบ้างทั้งๆ ที่คนอื่นเอามาให้เราตั้งเยอะแยะ คือเราอยากคืนในจุดที่เราทำได้ เพราะก่อนหน้านี้มัวแต่หาเงินจนลืมที่จะตอบแทนเขา จนวันนี้เราอยู่ตัวแล้ว ไม่ได้รวยนะแต่เรามีความสุข เราพอแบบนี้ อาจจะด้วยวัย ด้วยความคิด มันถึงเวลาที่ทำได้ก็อยากทำ(แสดงว่าไม่ต้องการเงินและชื่อเสียงไปกว่านี้แล้ว)ถ้ามีมันก็ดี มันคู่ไปก็ได้ แต่เมื่อก่อนเรามองแค่นี้ ทำคู่กันไปก็ได้ คือเราไม่ได้คิดเลยว่าวันหนึ่งเราจะต้องมาคืนอะไรให้สังคม (เมื่อวานชื่อเสียงคือเงินทอง วันนี้ชื่อเสียงคือ) จากนี้คือการที่คนได้พูดว่าเราทำความดี อันนี้คือความภูมิใจของเข็มแล้ว ไม่ต้องจำว่าเข็มเล่นละครกี่เรื่อง และเรื่องอะไร แค่บอกว่าเข็มเป็นคนดี" นักแสดงสาวแจง