บันเทิง

หน้า1 อี2/ ม็อบเสื้อแดง

หน้า1 อี2/ ม็อบเสื้อแดง

11 ธ.ค. 2551

หน้า1 อี2/ ม็อบเสื้อแดง แกนนำเสื้อแดงเหนือ-อีสาน ถกทิศทางสู้ ตั้งธงต้าน ปชป.ตั้งรัฐบาล สกัด"มาร์ค"นั่งนายกฯ "จตุพร" เผย 13 ธ.ค. แม้วโฟนอินปลุกมวลชนบีบ ส.ส.เปลี่ยนขั้ว ตร.เจอระเบิดเอ็ม 26 หน้าบ้านบุญจงอีกลูก เล็งเรียก 4 เสื้อแดงสอบ "จงรัก" ชง ปปง.เชือด 66 บริษัท หนุนพันธมิตร ....... ++ เมื่อเวลา 19.00 น. วันที่ 10 ธันวาคม ที่โรงแรมแกรนด์วโรรส อ.เมือง จ.เชียงใหม่ กลุ่มมวลชนเสื้อแดงได้นัดประชุมกันเพื่อกำหนดทิศทางทางการเมือง โดยมีนายเพชรวรรต วัฒนพงศ์ศิริกุล แกนนำกลุ่มรักเชียงใหม่ 51 น.ส.จิรนันท์ จันทวงษ์ แกนนำกลุ่ม 24 มิถุนารักประชาธิปไตย จ.เชียงราย นายขวัญชัย สาราคำ หรือ ขวัญชัย ไพรพนา ประธานชมรมคนรักอุดร และแกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) จาก 11 จังหวัดภาคเหนือ เช่น นปช.พะเยา นปช.พิษณุโลก นปช.ลำพูน และนปช.ลำปาง ร่วมหารือ นายเพชรวรรตให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมว่า การประชุมแกนนำมวลชนเสื้อแดงในพื้นที่ภาคเหนือและภาคอีสานครั้งนี้ เพื่อกำหนดทิศทางการเคลื่อนไหวให้สอดคล้องกัน โดยมีเป้าหมายหลักคือต่อต้านทุกวิถีทางเพื่อสกัดการเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลของพรรคประชาธิปัตย์ และคัดค้านนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 27 นายขวัญชัยกล่าวว่า ในเนื้อหาจะมีการหารือว่าทำอย่างไรที่จะผลักดันให้กองทัพกลับเข้าสู่กรม กอง แล้วปล่อยให้การจัดตั้งรัฐบาลเป็นเรื่องของการเมือง โดยที่กองทัพไม่ใช้อำนาจกดดันพรรคร่วมรัฐบาล "ขณะนี้เท่าที่ติดตามข่าวสารทางการเมือง ผมมองดูว่านักการเมืองแต่ละพรรคที่ให้สัมภาษณ์สื่อเหมือนโดนปืนจี้หลังให้พูด เราจึงคิดว่าบรรยากาศทางการเมืองไม่น่าจะออกมาในรูปแบบนี้ และที่ผ่านมา พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ก็ออกมาพูดอยู่เสมอว่า การเมืองต้องแก้ด้วยการเมือง แต่เท่าที่ดูอยู่ในขณะนี้เหมือนมีกลุ่มเผด็จการใช้อำนาจอยู่เบื้องหลัง เสมือนกับเป็นผู้กำกับการแสดง" นายขวัญชัยกล่าว นายขวัญชัยกล่าวอีกว่า การจัดตั้งรัฐบาลอยากจะให้เป็นไปตามระบอบประชาธิปไตย แม้พรรคประชาธิปัตย์ จะเป็นแกนนำจัดตั้งพวกตนก็ไม่ได้คัดค้าน ส่วนจะได้หรือไม่ได้เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ดังนั้นสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในขณะนี้ กลุ่มพลังประชาชนจึงไม่เห็นด้วย และจะหารือกับแกนนำกลุ่มเสื้อแดงและจะแถลงจุดยืนร่วมกัน ประธานชมรมคนรักอุดร ยังกล่าวอีกว่า ขณะนี้ชมรมได้ตั้งกองทัพประชาชนคนรักอุดร มีการระดมเงินทุนเพื่อใช้ในกิจกรรมทางการเมือง หลังจากจัดตั้งมาได้ 6 วัน สามารถระดมเงินได้ราว 1.7 แสนบาท โดยกำหนดว่าสมาชิกจะต้องช่วยกันลงขันคนละ 100 บาท หากมีผู้บริจาคจำนวน 1 หมื่นคน ก็จะได้เงินนับล้านบาท เพื่อใช้ในการจัดกิจกรรมต่างๆ ทั้งในส่วนของภาคเหนือ และที่ จ.อุดรธานี ภายหลังเสร็จสิ้นงานทุ่งศรีเมืองอุดรธานี ที่จัดขึ้นในระหว่างวันที่ 1-15 ธันวาคมนี้ ที่ทุ่งศรีเมือง ชมรมคนรักอุดรก็จะเปิดเวทีปราศรัย โดยจะเชิญแกนนำ นปช.จากกรุงเทพฯ และทางภาคเหนือมาร่วมปราศรัยบนเวที ทั้งนี้เพื่อแสดงพลังว่าเราไม่เห็นด้วยที่ทหารอยู่เบื้องหลังทางการเมือง เผยแม้วโฟนปลุกมวลชนบีบส.ส.เปลี่ยนขั้ว นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การจับขั้วตั้งรัฐบาลขณะนี้ยังไม่จบง่ายๆ และในวันที่ 13 ธันวาคมนี้ จะมีประชาชนออกมารวมตัวที่สนามศุภชลาศัยเป็นจำนวนมาก โดย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จะโฟนอินทั้งภาพและเสียง จะพูดทุกอย่างแบบหมดเปลือก และประชาชนทุกพื้นที่จะลุกฮือไปตามผู้แทนกลับบ้าน เจอเอ็ม26อีกลูก-เรียก4เสื้อแดงสอบ ส่วนความคืบหน้าเหตุคนร้ายขว้างระเบิดสังหารชนิดเอ็ม 26 หรือระเบิดลูกเกลี้ยง ใส่บ้านพักนายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ ส.ส.นครราชสีมา กลุ่มเพื่อนเนวิน ตั้งอยู่เลขที่ 333 หมู่ 10 บ้านบึงทับปรางค์ ต.โชคชัย อ.โชคชัย จ.นครราชสีมา ล่าสุด วันที่ 10 ธันวาคม พล.ต.ต.ฉัตรกนก เขียวแสงส่อง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด (ผบก.ภ.จว.) นครราชสีมา กล่าวว่า ได้รับแจ้งจากคนในบ้านของนายบุญจงว่า พบวัตถุคล้ายระเบิดที่รั้วด้านนอกห่างจากตัวบ้านประมาณ 100 เมตร อีก 1 ลูก เมื่อไปตรวจสอบพบว่าเป็นระเบิดสังหารชนิดเอ็ม 26 สภาพพร้อมใช้งาน แต่ยังไม่ได้ถอดสลัก คาดว่าเป็นของคนร้ายกลุ่มเดียวกันที่ทำหล่นไว้ เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่จึงเก็บเอาไว้เป็นหลักฐานและตรวจสอบหาลายนิ้วมือของคนร้าย พล.ต.ต.ฉัตรกนกกล่าวอีกว่า เจ้าหน้าที่สอบพยานแวดล้อมไปแล้ว 13 ปาก มีทั้งบุคคลที่อยู่ภายในบ้านพักของนายบุญจง และภรรยาของนายบุญจง พร้อมทั้งกำลังตรวจสอบที่มาของระเบิดเอ็ม 26 ทั้งสองลูกเพื่อสาวถึงกลุ่มบุคคลที่ก่อเหตุ นอกจากนี้จะได้เรียกกลุ่มมวลชนเสื้อสีแดง 4 คน ที่นั่งรถโฟร์วีลส์ ยี่ห้ออีซูซุ โรมีโอ สีเขียว มาจอดหน้าบ้านพักของนายบุญจง และนำแผ่นป้ายโจมตีนายบุญจงมาติดไว้บริเวณประตูบ้าน ซึ่งปรากฏในกล้องวงจรปิด เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม ที่ผ่านมา มาสอบสวนว่าเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ในครั้งนี้หรือไม่ "ขณะนี้กำลังตรวจสอบว่ามีใครบ้างและเป็นกลุ่มคนโคราชรักษ์ประชาธิปไตยจริงหรือไม่ จากการสอบปากคำพยานตำรวจค่อนข้างมั่นใจว่าสาเหตุการวางระเบิดครั้งนี้มาจากประเด็นทางการเมือง และเป็นการข่มขู่มากกว่าต้องการชีวิต เพราะช่วงนี้ นายบุญจง ซึ่งเป็นแกนนำ ส.ส.กลุ่มเพื่อนเนวิน มีบทบาทและประกาศตัวสนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์เป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ ซึ่งประเด็นดังกล่าวอาจทำให้กลุ่มคนบางกลุ่มเกิดความไม่พอใจ หรือไม่ก็อาจจะเป็นมือที่สามที่ถือโอกาสอาศัยปัญหาการเมืองที่กำลังเกิดขึ้นสร้างสถานการณ์ความวุ่นวายก็เป็นได้" พล.ต.ต.ฉัตรกนกกล่าว ด้าน พ.ต.อ.สว่างวงศ์ จงสมชัย ผู้กำกับการ (ผกก.) สภ.โชคชัย กล่าวว่า ส่วนประเด็นสร้างสถานการณ์ เจ้าหน้าที่ก็ยังไม่ได้ตัดทิ้ง แต่ได้ให้น้ำหนักไปในเรื่องข่มขู่มากกว่า เนื่องจากระเบิดที่พบมีการถอดสลักนิรภัยออก แต่ก็ใช้ลวดมัดไว้จึงไม่มีโอกาสที่ระเบิดจะทำงาน ชี้ศพชายนิรนามคือการ์ดพันธมิตร วันเดียวกัน พล.ต.อ.จงรัก จุฑานนท์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) เดินทางมาที่ สน.ดอนเมือง เพื่อประชุมติดตามคดีพบศพชายนิรนามบริเวณคลังสินค้า หรือคาร์โก สนามบินดอนเมือง เมื่อคืนวันที่ 9 ธันวาคม ที่ผ่านมา โดยมี พ.ต.อ.เจริญ ศรีศศลักษณ์ รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 2 (รอง ผบก.น.2) พ.ต.อ.พีระพงษ์ วงษ์สมาน รอง ผบก.น.2 พ.ต.อ.ณรงค์ฤทธิ์ พรหมสวัสดิ์ ผู้กำกับการ (ผกก.) สน.ดอนเมือง พ.ต.ท.อุดร แก้วสุขศรี รอง ผกก.สส.สน.ดอนเมือง เข้าร่วมประชุม โดยใช้เวลาในการประชุมประมาณ 20 นาที พล.ต.อ.จงรักกล่าวว่า จากการตรวจสอบยืนยันว่าผู้ตายเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 1 สัปดาห์ ซึ่งขณะนั้นอยู่ในช่วงเวลาที่กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เข้ามายึดบริเวณสนามบินดอนเมือง และล้อมสถานที่ไว้ไม่ให้บุคคลภายนอกเข้าไปได้ ประกอบกับบริเวณที่ผู้ตายนอนอยู่เป็นโกดังที่การ์ดพันธมิตร หรือนักรบศรีวิชัย ใช้เป็นที่พักผ่อน จึงไม่มีใครเข้าไปในบริเวณนั้นได้ ดังนั้นการที่มีผู้นอนตายอยู่ก็สันนิษฐานว่าอาจจะเป็นกลุ่มนักรบศรีวิชัย เพราะยังไม่มีหลักฐานชัดเจนว่าเป็นคนอื่น "หลักฐานที่ได้เบื้องต้นพบเพียงแหวนรุ่นในตัวผู้เสียชีวิต ซึ่งตรวจสอบแล้วพบว่าแหวนปลอม ทำเลียนแบบขึ้นมาเท่านั้น จึงได้สั่งการให้พนักงานสอบสวนไปสอบสวนแกนนำพันธมิตรเกี่ยวกับรายชื่อของนักรบศรีวิชัยที่มาที่นี่ว่ามีใครบ้าง เพราะการที่จะมีบุคคลภายนอกเข้าไปทำร้ายคงเป็นไปไม่ได้ นอกจากจะเกิดจากการทะเลาะเบาะแว้งและทำร้ายกันเองในกลุ่ม แต่ถ้าหากสอบสวนแกนนำแล้วปรากฏว่าไม่ใช่กลุ่มนักรบศรีวิชัย ก็จะได้สอบสวนในประเด็นอื่นต่อไป" พล.ต.อ.จงรักกล่าว เล็งส่งชื่อ66บริษัทหนุนพธม.ให้ปปง.เชือด พล.ต.อ.จงรัก กล่าวถึงการดำเนินการกับกลุ่มทุนที่สนับสนุนกลุ่มพันธมิตรในช่วงเวลาที่บุกเข้ายึดสนามบินดอนเมืองและสนามบินสุวรรณภูมิ ว่า ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี กำหนดให้พนักงานสอบสวนส่งเรื่องไปยังเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.)ดำเนินการต่อไป ทั้งนี้เนื่องจากความผิดฐานก่อการร้ายเป็นความผิด 1 ใน 11 มูลฐานตามกฎหมายฟอกเงินที่กฎหมายกำหนดให้ส่งไปให้ ปปง.ดำเนินการ "ความคืบหน้าเวลานี้ตำรวจสันติบาลได้ส่งรายชื่อบริษัทห้างร้าน ซึ่งมีทั้งหมด 66 บริษัท ที่สนับสนุนการเงินแก่กลุ่มพันธมิตรมาให้แล้วแต่ยังไม่สามารถเปิดเผยชื่อได้เนื่องจากเป็นความลับ โดยพนักงานสอบสวนเตรียมจะรวบรวมส่งให้ ปปง.ภายในสัปดาห์หน้า" พล.ต.อ.จงรักกล่าว คปพร.จี้ตร.เอาผิดพธม.-ปิดเอเอสทีวี เมื่อเวลา 11.00 น. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ นพ.สันต์ หัตถีรัตน์ นพ.เหวง โตจิราการ นางประทีป อึ้งทรงธรรม ฮาตะ คณะกรรมการประชาชนเพื่อการแก้ไขปัญหารัฐธรรมนูญ (คปพร.) นำคณะ เข้ายื่นหนังสือร้องทุกข์กล่าวโทษกลุ่มพันธมิตร กรณียึดสนามบินสุวรรณภูมิ และสนามบินดอนเมือง และกลุ่มพันธมิตรพร้อมด้วยผู้ดำเนินกิจการเผยแพร่สถานีโทรทัศน์ดาวเทียม เอเอสทีวี กรณีเผยแพร่ภาพและเสียงเข้าข่ายปลุกระดมล้มล้างระบอบการปกครองของประเทศ ต่อ พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ จเรตำรวจแห่งชาติ รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รรท.ผบ.ตร.) โดยมี พล.ต.ต.มนู เมฆหมอก เลขานุการสำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นตัวแทนรับเรื่อง และรับจะนำไปดำเนินการ นพ.สันต์ กล่าวว่า ขอกล่าวโทษแกนนำพันธมิตร 24 คน ที่ปิดสนามบินพลเรือนทั้ง 2 แห่ง ซึ่งสร้างความเสียหายและก่อให้เกิดความเดือดร้อน หลังจากพวกตนเคยกล่าวโทษข้อหาก่อการร้ายมาแล้วก่อนหน้านี้ ภายหลังหารือผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายก็พบว่าการกระทำของพันธมิตรที่ทำให้สนามบินต้องปิดลงผู้โดยสารนับแสนคนได้รับความเดือดร้อน การ์ดพันธมิตรทำร้ายเจ้าหน้าที่ดูแลสนามบิน และการบุกยึดปิดหอบังคับการบิน นั้นเข้าข่ายความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดบางประการต่อการเดินอากาศ พ.ศ. 2521 มาตรา 6 (ทวิ) มีโทษถึงประหารชีวิต ด้าน นพ.เหวง กล่าวว่า สถานีเอเอสทีวี มีความผิดตาม พ.ร.บ.ประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ. 2551 พวกตนจึงมาร้องทุกข์เพื่อให้ พล.ต.อ.ปทีป ดำเนินการตามกฎหมายเพื่อปิดการเผยแพร่ของสถานีเอเอสทีวี ส่วนรายชื่อ 24 แกนนำพันธมิตรที่ กลุ่ม คปพร.เข้าแจ้งความกล่าวโทษ ได้แก่ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง นายสนธิ ลิ้มทองกุล นายสมศักดิ์ โกศัยสุข นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ นายพิภพ ธงไชย นายสุริยะใส กตะศิลา นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ นายสำราญ รอดเพชร นายสาวิทย์ แก้วหวาน นายศิริชัย ไม้งาม นายศรัณยู วงษ์กระจ่าง นางมาลีรัตน์ แก้วก่า ร.ต.แซมดิน เลิศบุศย์ พล.อ.ปฐมพงษ์ เกษรศุกร์ นายเทิดภูมิ ใจดี นายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ นายวีระ สมความคิด นายอมร อมรรัตนานนท์ น.ส.อัญชลี ไพรีรัก นายพิชิตไชย มงคล นายชนะ ผาสุกสกุล นายกิตติชัย ใสสะอาด นายบรรจง นะแส และนายสุริยันต์ ทองหนูเอียด แม่ค้าเจออาวุธในทำเนียบเพียบ เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 10 ธันวาคม ร.ต.ต.ภานุฑัต นันสะอาง ร้อยเวร สน.ดุสิต ได้รับแจ้งว่าพบวัตถุระเบิดและอาวุธปืนไทยประดิษฐ์ และกระสุนเป็นจำนวนมาก บริเวณสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (เก่า) หรือ สลค. ภายในทำเนียบรัฐบาล จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน พบนางเกษร รอดเพชรไทย อายุ 52 ปี แม่ค้าขายอาหาร ซึ่งเป็นผู้พบวัตถุระเบิดยืนรอเจ้าหน้าที่อยู่ภายในโรงอาหารของ สลค. ทั้งนี้จากการตรวจสอบบริเวณโรงอาหาร ภายในสโมสรสำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (สปน.) และประตู 5 ภายในทำเนียบรัฐบาล พบอาวุธชนิดต่างๆ ได้แก่ ระเบิดชนิดเอ็ม 79 (ถูกใช้ยิงแล้วแต่ระเบิดไม่ทำงาน) 1 ลูก ประทัดยักษ์ ระเบิดแสวงเครื่อง 2 ลูก ระเบิดปิงปอง 6 ลูก ระเบิดเพลิง 1 ลูก อาวุธปืนไทยประดิษฐ์ (ท่อเหล็กมีรูขนาดเท่ากระสุนปืน) 4 แท่ง กระสุนปืนลูกซอง เบอร์ 20 จำนวน 7 นัด กระสุนปืนขนาด .38 จำนวน 44 นัด กระสุนปืนขนาด .45 จำนวน 10 นัด และกระสุนปืนขนาด.380 จำนวน 1 นัด นอกจากนี้ยังตรวจพบอาวุธมีดอีก 3 เล่ม หนังสติ๊ก 3 อัน ลูกเหล็ก 58 ลูก ลูกเหล็กหัวนอต 20 หัว เหล็กแหลมจำนวนหนึ่ง และหมวกกันน็อก 5 ใบ สอบถามนางเกษร ทราบว่า ขายอาหารอยู่ภายในโรงอาหารของ สลค. โดยช่วงเช้ามาทำความสะอาดร้านเพื่อเตรียมขายของระหว่างนั้นพบระเบิดซุกซ่อนอยู่จึงรีบโทรศัพท์แจ้งตำรวจมาตรวจสอบ + "ยังพีเอดี"ตั้งสภาเยาวชนฯ ขณะเดียวกัน นายวสันต์ วานิชย์ ผู้ประสานงานกลุ่มยังพีเอดี (Young PAD) แถลงข่าวว่า กลุ่มยังพีเอดี จะยกระดับเป็นสภาเยาวชนพันธมิตรเพื่อประชาธิปไตย โดยจะมีตัวแทนเยาวชน 3 คน ได้แก่ นายกิตตินันท์ นาคทอง นายพลพัฒน์ แผ้วพาลชน และนายศิริพล เคารพธรรม ทำหน้าที่ประสานงานแทนตน ซึ่งจะลาออกจากตำแหน่งผู้ประสานเพื่อไปบรรพชาในวันที่ 13 ธันวาคมนี้ ทั้งนี้ ทั้ง 3 คนจะประสานงานกับเครือข่ายยังพีเอดี ในสถาบันต่างๆ เข้าไปจัดค่าย จัดเสวนาเพื่อเฟ้นหาเยาวชนที่มีความสนใจ ความรู้ทางการเมือง ร่วมกันจัดตั้งสภาเยาวชนฯ นอกจากนั้นจะมีการทำแม็กกาซีน ออกมาให้ความรู้ทางการเมืองแก่กลุ่มวัยรุ่นด้วย นายศิริพล กล่าว่า สภาเยาวชนฯ จะทำหน้าที่สำคัญ 3 เรื่อง คือ การตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล การสร้างการเมืองใหม่ที่เป็นการเมืองสะอาด และการเยียวยาสังคมเมื่อเกิดวิกฤติต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นวิกฤติทางการเมือง สังคม หรือเศรษฐกิจ คาดว่าจะสามารถวางโครงสร้างและเปิดตัวสภาเยาวชนฯ ได้ภายในกลางเดือนมกราคม 2552 คาดว่าจะมีสมาชิกรุ่นแรกประมาณ 300 คน และหลังจากที่คัดสรรกรรมาธิการของสภาเยาวชนฯ เรียบร้อยก็จะมีการเปิดประชุมสภา ส่วนเรื่องของการจัดตั้งรัฐบาลใหม่นั้น นายศิริพล กล่าวว่า กลุ่มยังพีเอดี ไม่ได้สนใจว่า นายกรัฐมนตรีจะมาจากพรรคใด แต่สนใจที่นโยบาย หากพรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาล แล้วมีนโยบายทำเพื่อประชาชน ทำเพื่อความถูกต้อง ก็ไม่คัดค้าน แต่ถ้าทำเพื่อนายใหญ่ทำให้ประเทศเสียหาย ถึงเป็นพรรคประชาธิปัตย์ กลุ่มยังพีเอดี ก็จะออกมาคัดค้านทันที